Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2526 (ref. 30278)

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ธ.เป็นเจ้าของที่ดินและตึกแถวซึ่งผู้ก่อสร้างตึกแถวดังกล่าวได้ยกกรรมสิทธิ์ให้แก่ ธ. โดยผู้ก่อสร้างตึกแถวมีสิทธิจัดหาคนเช่าและเรียกเก็บเงินค่าก่อสร้างจากผู้เช่าแต่ให้ผู้เช่าทำหนังสือสัญญาเช่ากับ ธ.และจดทะเบียนการเช่ามีกำหนด15ปีต่อมาธ.โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวให้แก่ ล. และ ว.บุตรโจทก์หลังจากนั้นธ. ได้ทำหนังสือสัญญาเช่ากับจำเลยโดยจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และ ธ.ยังเก็บค่าเช่าต่อมาอีก 4 ปีเศษ ล. และ ว. จึงได้ฟ้องขับไล่จำเลยและถอนฟ้องแล้วโอนที่ดินให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นมารดา ดังนี้แสดงว่า ล. และ ว. กับโจทก์ได้รับรู้ถึงสิทธิของผู้ก่อสร้างตึกแถวและสิทธิตามสัญญาเช่าของจำเลยตลอดมาเพิ่งจะมาเปลี่ยนใจหาทางบิดพลิ้วในภายหลังอันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โจทก์จะอ้างความไม่สุจริตมาฟ้องขับไล่จำเลยมิได้ปัญหาเรื่องการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เป็นปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนดพร้อมตึกแถว 6 ห้องจำเลยทั้งห้าสำนวนเข้าไปอยู่ในตึกแถวโดยไม่มีสิทธิ โจทก์ไม่เคยทำนิติกรรมหรือยินยอมให้จำเลยทั้งห้าสำนวนเข้าไปอยู่ในตึกแถวของโจทก์ จึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยทั้งห้าสำนวนและบริวารออกไปจากที่ดินและตึกแถว กับให้ชำระค่าเสียหายจำเลยทั้งห้าสำนวนให้การต่อสู้คดีหลายประการและกล่าวว่าจำเลยเช่าตึกแถวจากนางสาวธิติซึ่งแสดงตนว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ โจทก์และนางวงศ์ทิพย์เชิดให้นางสาวธิติเป็นตัวแทนโจทก์ให้เช่าที่ดินและตึกแถว การเช่าจึงผูกพันโจทก์ โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตสมคบกับนางวงศ์ทิพย์รับโอนที่ดินและตึกมาเพื่อฟ้องคดี

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทุกสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทุกสำนวนฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนซึ่งได้ความว่า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2513 นางสาวธิติ บุนนาค ได้ทำสัญญายอมให้นายอภิชาติและนายอำนวยปลูกสร้างตึกแถว 16 ห้องลงในที่ดินของนางสาวธิติ มีข้อตกลงกันว่า เมื่อก่อสร้างเสร็จนายอภิชาติและนายอำนวยยอมให้ตึกแถวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนางสาวธิติ และยอมให้ค่าหน้าดินแก่นางสาวธิติจำนวนหนึ่ง ส่วนนายอภิชาติและนายอำนวยมีสิทธิจัดหาคนเช่าและเรียกเก็บเงินค่าก่อสร้างจากผู้เช่าโดยให้ผู้เช่าทำหนังสือสัญญาเช่ากับนางสาวธิติและจดทะเบียนการเช่ามีกำหนดเวลา 15 ปี ในอัตราค่าเช่าเดือนละ 250 บาท

ปรากฏตามเอกสาร ล.6 วันที่ 9 สิงหาคม 2516 นางสาวธิติโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 6 โฉนดตามฟ้องอันเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่นายอภิชาติและนายอำนวยก่อสร้างตึกแถวให้แก่นายโลเรนซ์และนางวงศ์ทิพย์บุตรโจทก์คนละ 3 โฉนด หลังจากโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง 6 โฉนด ให้แก่นายโลเรนซ์และนางวงศ์ทิพย์แล้ว นางสาวธิติได้ทำหนังสือสัญญาให้จำเลยทั้ง 5 สำนวนเช่าตึกแถวซึ่งนายอภิชาติและนายอำนวยเป็นผู้ก่อสร้างบนที่ดินทั้ง 6 โฉนดโดยจำเลยบางรายนายอภิชาติและนายอำนวยเป็นผู้นำมาทำสัญญาเช่ากับนางสาวธิติตั้งแต่เริ่มต้น จำเลยบางรายรับโอนสิทธิการเช่าต่อกันมาโดยชอบ ดังปรากฏตามหนังสือสัญญาเช่าตามเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.5 และ ล.9 การเช่าทุกรายจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หลังจากทำสัญญาเช่าแล้วนายหิ้งน้องชายนางสาวธิติก็เป็นผู้เก็บค่าเช่าจากผู้เช่าให้แก่นางสาวธิติจนกระทั่งเดือนมกราคม 2521จากที่ได้ความดังกล่าวนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์หรือนายโลเรนซ์และนางวงศ์ทิพย์เชิดนางสาวธิติออกแสดงเป็นตัวแทน หรือยอมให้นางสาวธิติเชิดตัวเองออกแสดงเป็นตัวแทน เพราะจำเลยทั้ง 5 สำนวนเข้าใจว่านางสาวธิติคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ จึงมิใช่กรณีที่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821 ดังที่โจทก์ฎีกาก็ตามแต่จากข้อเท็จจริงที่ได้ความว่า หลังจากนายโลเรนซ์และนางวงศ์ทิพย์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง 6 โฉนดจากนางสาวธิติตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2516 แล้ว นายโลเรนซ์และนางวงศ์ทิพย์ยังปล่อยให้นางสาวธิติทำสัญญาเช่ากับจำเลยทั้ง 5 สำนวน ตลอดจนจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และปล่อยให้นางสาวธิติเป็นผู้เก็บค่าเช่าต่อมาเป็นเวลาถึง 4 ปีเศษนายโลเรนซ์และนางสาววงศ์ทิพย์จึงได้ฟ้องขับไล่จำเลยและถอนฟ้อง แล้วจึงโอนที่ดินทั้ง 6 โฉนดให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นมารดา

แสดงว่านายโลเรนซ์ นางวงศ์ทิพย์และโจทก์ได้รู้เห็นและรับรู้สิทธิตามสัญญาระหว่างนายอภิชาติและนายอำนวยกับนางสาวธิติตลอดจนสิทธิตามสัญญาเช่าของจำเลยทั้ง 5 สำนวนตลอดมาตั้งแต่ต้น นายโลเรนซ์นางวงศ์ทิพย์และโจทก์เพิ่งจะมาเปลี่ยนใจหาทางบิดพลิ้วในภายหลัง ซึ่งเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ปัญหาเรื่องการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตอันเป็นปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาย่อมยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) และไม่จำเป็นจะต้องวินิจฉัยว่าการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เป็นการนอกประเด็นหรือไม่ โจทก์ไม่สามารถที่จะอ้างความไม่สุจริตของตนมาฟ้องหาว่าจำเลยทั้ง 5 สำนวนเข้าไปอยู่ในที่ดินทั้ง 6 โฉนดและตึกแถวโดยละเมิดพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ชูเชิด รักตะบุตร์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ประสาท บุณยรังษี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2526 (ref. 102686)

ธ.เป็นเจ้าของที่ดินและตึกแถวซึ่งผู้ก่อสร้างตึกแถวดังกล่าวได้ยกกรรมสิทธิ์ให้แก่ ธ. โดยผู้ก่อสร้างตึกแถวมีสิทธิจัดหาคนเช่าและเรียกเก็บเงินค่าก่อสร้างจากผู้เช่า แต่ให้ผู้เช่าทำหนังสือสัญญาเช่ากับ ธ. และจ…

Supreme Court Judgment No. 6403/2540

จำเลยที่ 1 ขอให้โจทก์ช่วยค้ำประกันหนี้กู้ยืม โดยจำเลยที่ 1นำหนังสือมอบอำนาจซึ่งยังไม่มีข้อความกรอกไว้มาให้โจทก์ลงลายมือชื่อและแจ้งว่าถ้ากรอกข้อความไปไม่ถูกต้องเจ้าพนักงานที่ดินจะไม่ดำเนินการให้ โจทก์เ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2539 (ref. 47754)

โจทก์ใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์มาก่อนจำเลยที่ 3 ทั้งได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ในประเทศต่าง ๆ หลายสิบประเทศ และได้ส่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าของโจทก์เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยก่อนที่จำเลยที่…

Supreme Court Judgment No. 9773/2539

โจทก์ใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์มาก่อนจำเลยที่ 3 ทั้งได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ในประเทศต่าง ๆ หลายสิบประเทศ และได้ส่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าของโจทก์เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยก่อนที่จำเลยที่…

Supreme Court Judgment No. 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up