Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2670/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดิน ส.ค.1 ให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย ซึ่งเท่ากับขอบังคับให้จำเลยจดทะเบียนโอนขายที่พิพาทให้โจทก์ แต่เมื่อปรากฏว่าที่ดินพิพาทยังไม่ได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้ว จึงไม่อาจจะโอนให้กันได้ตาม พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 9 เมื่อตามกฎหมายไม่อาจจะโอนกันได้ ก็จะถือว่าจำเลยผิดสัญญา เพราะไม่ไปจดทะเบียนขายภายในกำหนดอันจะต้องใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามสัญญาไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดิน ส.ค.๑ เนื้อที่ ๒ ไร่ ๓ งาน๒๕ ตารางวา ราคาไร่ละ ๓,๕๐๐ บาทให้โจทก์ โดยตกลงกันว่าหากรังวัดได้เนื้อที่เกินจำนวนดังกล่าวก็จะซื้อขายกันเพียง ๒ ไร่ ๓ งาน ๒๕ ตารางวาจำเลยได้รับเงินค่าที่ดินไปแล้ว ๔,๐๐๐ บาท และจะโอนกรรมสิทธิ์ให้ภายใน๑ เดือนนับแต่เจ้าพนักงานรังวัดเพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.๓) หากจำเลยผิดสัญญา ยอมให้ค่าเสียหายโจทก์ ๔๐,๐๐๐ บาท ต่อมาเจ้าพนักงานได้รังวัดที่ดินดังกล่าวได้เนื้อที่ ๖ ไร่ ๓ งาน ๕๕ วา จำเลยจะให้โจทก์ซื้อที่ดินทั้งหมดในราคาไร่ละ ๓,๕๐๐ บาท หรือมิฉะนั้นให้โจทก์ซื้อที่ดินทางด้านใต้สุดเขตที่ดิน มีเนื้อที่ ๒ ไร่ ๓ งาน ๒๕ ตารางวา ซึ่งไม่ตรงกับข้อตกลง ครั้นต่อมาจำเลยได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาขอศาลพิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามที่ตกลงซื้อขายแก่โจทก์ ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๔๐,๐๐๐บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายและได้รับเงินมัดจำไว้จริงแต่โจทก์ไม่ไปทำหนังสือซื้อขายรับโอนตามสัญญา จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญา โจทก์ขอเวลาตัดสินใจ ๑ เดือน แต่แล้วกลับนำคดีมาฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา พิพากษาให้จำเลยโอนที่พิพาทตามจำนวนและอาณาเขตตามฟ้องให้โจทก์ กับให้จำเลยชำระค่าเสียหาย ๕,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า เนื่องจากโจทก์ฟ้องบังคับจำเลยให้โอนที่พิพาทอันเป็นที่ดินมือเปล่ามีแต่ ส.ค.๑ ให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาซึ่งเท่ากับขอบังคับให้จำเลยจดทะเบียนโอนขายที่พิพาทให้โจทก์นั่นเอง แต่ไม่ปรากฏว่าที่พิพาทได้รับคำรับรอง (น.ส.๓) จากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้วตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม่ ศาลฎีกาจึงอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๗, ๒๔๐(๒) และมาตรา ๑๖ ให้ศาลชั้นต้นสอบหรือสืบพยานคู่ความแล้วแต่กรณี เพื่อให้ได้ความในประเด็นดังกล่าว ปรากฏว่าคู่ความแถลงรับกันว่าที่พิพาทยังไม่ได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้ว จึงไม่อาจโอนให้กันได้ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน

พ.ศ. ๒๔๙๗มาตรา ๙ แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาในปัญหานี้ ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยเพราะเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อตามกฎหมายไม่อาจจะโอนกันได้ ก็จะถือว่าจำเลยผิดสัญญาเพราะไม่ไปจดทะเบียนขายภายในกำหนดอันจะต้องใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามสัญญาข้อ ๓ ไม่ได้

Result

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่ว่าจะกล่าวเรื่องเงินมัดจำ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้ง ๓ ศาลให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ถนอม ครูไพศาล · เสถียร ลิมปิษเฐียร · ชุ่ม สุนทรธัย
Lower court
ศาลจังหวัดระยอง - นายสวัสดิ์ รอดเจริญ
ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว. พูน ศรีธวัช
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up