Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2581/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตยักยอกถึงที่สุดแล้วโดยศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 สำหรับจำเลยที่ 4 ให้ยกฟ้องโจทก์ เพราะข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 4 ปฏิบัติไปตามระเบียบแบบแผน เช่นนี้ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งซึ่งผู้เสียหายฟ้องจำเลยที่ 4 กับพวกให้ชดใช้เงินดังกล่าวในคดีอาญาคืนฐานละเมิด ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีอาญา โดยจำเลยที่ 4 ไม่ต้องรับผิดในจำนวนเงินที่โจทก์ฟ้องโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ได้ร่วมกันกระทำการทุจริตเบียดบังยักยอกเอาเงินค่าน้ำประปาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยทั้งสี่ อันหมายถึงว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ได้ทำละเมิดต่อโจทก์โดยเอาเงินค่าน้ำประปาของโจทก์ไปโดยทุจริต เป็นการยึดถือเอาเงินของโจทก์ไว้โดยไม่มีสิทธิ โจทก์ผู้เป็นเจ้าของเงินมีสิทธิติดตามเอาคืนได้ตามมาตรา 1336 ประกอบด้วยมาตรา 438 ส่วนคดีสำหรับจำเลยที่ 5 และที่ 6 โจทก์ขอให้รับผิดใช้ค่าเสียหายเพราะปฏิบัติงานด้วยความประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 สมคบกันยักยอกเอาเงินไปได้ จำเลยที่ 5 ที่ 6 มิได้ยึดถือเงินของโจทก์ไว้ หากจะต้องรับผิดต่อโจทก์ก็เป็นความรับผิดในค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 438 วรรค 2 ซึ่งมีอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 448คณะกรรมการสอบสวนพิจารณาหาตัวผู้รับผิดทางแพ่งได้รายงานต่ออธิบดีกรมโจทก์ว่า เห็นควรให้จำเลยที่ 5 และที่ 6 ร่วมกันชดใช้นายดำรงรองอธิบดีได้รับทราบรายงานดังกล่าวเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2506 และสั่งว่า "ปปก.พิจารณาเสนอความเห็น"ลงชื่อ "ดำรง แทน" เช่นนี้ มีความหมายว่านายดำรงสั่งแทนอธิบดีและถือว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2506 โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2507 ฟ้องโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 5 ที่ 6 จึงพ้น 1 ปี และขาดอายุความแล้ว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหกคนเป็นพนักงานกองประปากรุงเทพ ซึ่งเป็นหน่วยงานของโจทก์ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2504 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2505จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ได้ร่วมกันกระทำการทุจริตเบียดบังยักยอกเอาเงินค่าประปาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยทั้งสี่ คือ เงินค่าน้ำที่เก็บได้ 99,132 บาท 65สตางค์ และบิลค่าน้ำที่พิมพ์แล้วถือเป็นตัวเงิน 129,421 บาท 50 สตางค์ รวมเป็นเงิน 228,554 บาท 15 สตางค์ เหตุที่เกิดการทุจริตขึ้นได้ เพราะจำเลยที่ 5และที่ 6 ปฏิบัติงานและควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ด้วยความประมาทเลินเล่อ ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ร่วมกันชดใช้เป็นเงิน228,554 บาท 15 สตางค์ ให้จำเลยที่ 6 ชดใช้ร่วมกับจำเลยอีก 5 คน ในบิลที่ขาดหายไปเป็นเงิน 129,421 บาท 50 สตางค์แก่โจทก์

พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งหกคนต่างให้การปฏิเสธความรับผิดและต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 228,554 บาท 50 สตางค์ ซึ่งมีจำนวนเงิน 106,906 บาท 50 สตางค์ที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ต้องรับผิดใช้เงินให้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีอาญารวมอยู่ด้วยให้โจทก์ พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 4 ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ด้วย และคดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ 5 ที่ 6 ไม่ขาดอายุความศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ร่วมกันกระทำการทุจริตเบียดบังยักยอกเอาเงินค่าประปาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยทั้งสี่พนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นจำเลยต่อศาลอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ยักยอก ตามคดีดำของศาลอาญาที่ 146/2506 ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาหรือข้ออ้างของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ในเงินส่วนหนึ่งที่อ้างว่าจำเลยยักยอกไปนั้น เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา คดีหมายเลขดำที่ 146/2506 ถึงที่สุดชั้นศาลอุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 4 ปฏิบัติไปตามระเบียบแบบแผนไม่ต้องรับผิดในเงินจำนวน 14,070 บาท 50 สตางค์ ตามบิล 9 ฉบับ

เงินนอกนั้นโจทก์นำสืบไม่ถึงว่า จำเลยที่ 4 มีส่วนหรือร่วมมือกระทำผิดด้วย จำเลยที่ 4 จึงไม่ต้องรับผิดในจำนวนเงิน 106,906 บาท 50 สตางค์ ที่จำเลยที่ 4 ถูกฟ้องในคดีอาญาอันเป็นส่วนหนึ่งของเงินที่โจทก์ฟ้องในคดีนี้ โจทก์จะอ้างว่าจำเลยที่ 4 เป็นผู้ไปเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำตามใบเสร็จรวม 9 ฉบับ และไม่ได้นำส่งจึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์กับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อันเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาไม่ได้ สำหรับเงินจำนวนนอกจากนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 4 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ยักยอกส่วนคดีสำหรับจำเลยที่ 5 และที่ 6 ที่โจทก์อ้างว่ายังไม่ขาดอายุความเช่นเดียวกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 นั้น ปรากฏว่าโจทก์บรรยายฟ้องถึงการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ต่างกันกับของจำเลยที่ 5 และที่ 6 คือ สำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 บรรยายว่าได้ร่วมกันกระทำการทุจริตเบียดบังยักยอกเอาเงินค่าน้ำประปาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยทั้งสี่อันหมายถึงว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ได้ทำละเมิดโดยเอาเงินค่าน้ำประปาของโจทก์ไปโดยทุจริตเป็นการยึดถือเอาเงินของโจทก์ไว้โดยไม่มีสิทธิ โจทก์ผู้เป็นเจ้าของเงินมีสิทธิตามเอาคืนได้ตามอำนาจแห่งเจ้าของทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 ประกอบด้วยมาตรา 438 ที่ว่าค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดได้แก่การคืนทรัพย์สินอันผู้เสียหายต้องเสียไปเพราะละเมิด

ส่วนคดีสำหรับจำเลยที่ 5 และที่ 6 โจทก์บรรยายฟ้องให้รับผิดใช้ค่าเสียหายเพราะจำเลยทั้งสองนี้ปฏิบัติงานและควบคุมการปฏิบัติงานจากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ด้วยความประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 สมคบกันยักยอกเอาเงินไปได้ จำเลยที่ 5 และที่ 6 มิได้ยึดถือเงินของโจทก์ไว้ หากจะต้องรับผิดต่อโจทก์ก็เป็นความผิดในค่าเสียหายซึ่งบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 438 วรรคสองตอนท้าย กรณีของจำเลยที่ 5 และที่ 6 จึงแตกต่างกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และต้องปรับด้วยมาตรา 448 วรรคแรกคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาหาตัวผู้รับผิดทางแพ่งเกี่ยวกับเรื่องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ต้องหาว่ายักยอกเงิน ได้รายงานต่ออธิบดีกรมโยธาเทศบาลว่าเห็นควรให้จำเลยที่ 5 และที่ 6 ร่วมกันชดใช้

นายดำรง ชลวิจารณ์ รองอธิบดีกรมโยธาเทศบาลได้รับทราบรายงานดังกล่าวเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2506 และสั่งว่า "ปปก.พิจารณาเสนอความเห็น" ลงชื่อ "ดำรง แทน" ดังนี้ เป็นเรื่องนายดำรงรองอธิบดีสั่งแทนอธิบดีที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2506 แต่โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 7 (ที่ถูกเป็นวันที่ 10) กรกฎาคม 2507 จึงพ้นหนึ่งปีตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 แล้ว ฟ้องโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 5 ที่ 6 จึงขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
จันทร์ ระรวยทรง · กฤษณ์ โสภิตกุล · ชุบ วีระเวคิน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1760/2548

จำเลยได้ขุดดินของโจทก์ไปขายให้แก่บุคคลอื่น ซึ่งจำเลยไม่มีสิทธิที่จะขุดดินอันเป็นทรัพย์สินของโจทก์ เมื่อจำเลยขุดเอาดินของโจทก์ไป โจทก์ย่อมฟ้องบังคับให้จำเลยนำดินที่ขุดไปนั้นคืนมาหรือขอให้จำเลยใช้ราคาดิ…

Supreme Court Judgment No. 6576/2545

คำฟ้องในส่วนเกี่ยวกับความเสียหายบรรยายว่าจำเลยทั้งสองระเบิดและย่อยหินนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจำนวนสองครั้ง แต่ละครั้งคิดเป็นพื้นที่เท่าใดและปริมาตรเท่าใด รวมทั้งปริมาตรหินที่จำเลยทั้งสองเอาไปเป็นจำนว…

Supreme Court Judgment No. 4258/2541

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยซึ่งเป็นหัวหน้าศูนย์ปรับปรุงป่าสงวนแห่งชาติ มีหน้าที่กำหนดแผนงานศูนย์ ควบคุมบังคับบัญชากำกับการมอบหมายงานในการฟื้นฟูป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าวได้เบิกเงินงบประมาณของโจทก์ไปดำเนินกา…

Supreme Court Judgment No. 8722/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและรื้อบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์ห้ามปรามแล้วแต่จำเลยทั้งสามไม่ฟัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหา…

Supreme Court Judgment No. 2142/2559

ในคดีอาญาที่ ว. ผู้เอาประกันภัยรถยนต์จากโจทก์ถูกฟ้อง ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยฟังว่าการที่รถของ ว. ชนกับรถของ ศ. มิใช่เป็นเพราะความประมาทของ ว. และคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ถือได้ว่าพนัก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up