Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2415/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าให้ออกจากห้องพิพาทซึ่งมีค่าเช่าเดือนละ 80 บาท จำเลยให้การรับว่าได้เช่าห้องพิพาทจากโจทก์จริงแต่ต่อสู้ว่าห้องพิพาทมิใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ แต่เป็นของกรมธนารักษ์โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ข้อต่อสู้ของจำเลยเช่นนี้หาใช่ข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1619/2506)คดีจึงต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 และ 247ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าห้องพิพาทยังเป็นของโจทก์อยู่ ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังเป็นยุติตามนั้น แม้ต่อมาภายหลังจะมีคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีเรื่องอื่นวินิจฉัยว่าห้องพิพาทเป็นของกรมธนารักษ์กระทรวงการคลังก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงซึ่งศาลชั้นต้นฟังเป็นยุติแล้วในคดีนี้ได้ เมื่อจำเลยรับว่าได้เช่าห้องพิพาทจากโจทก์ จำเลยจะเถียงสิทธิของโจทก์ผู้ให้เช่าว่าห้องพิพาทเป็นของผู้อื่น โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องหาได้ไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1531 - 1532/2499) ข้อที่จำเลยอ้างว่าได้ทำสัญญาเช่าจากกรมธนารักษ์ผู้เป็นเจ้าของแล้วจำเลยมีสิทธิจะอยู่และใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่าได้นั้น เป็นข้อเท็จจริงนอกเหนือไปจากคดีนี้ จำเลยจะต้องไปว่ากล่าวเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องแถว จำเลยเช่าห้องพิพาทจากโจทก์โดยไม่มีหนังสือสัญญาเช่าเพื่อประกอบการค้า โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าต่อไปได้บอกกล่าวเลิกการเช่าให้จำเลยทราบ ครบกำหนดแล้วจำเลยและบริวารยังอยู่ในห้องพิพาทเป็นละเมิดทำให้โจทก์เสียหายเท่ากับอัตราค่าเช่า ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากห้องพิพาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๑๐ จนกว่าจะออกไปจากห้องพิพาท

จำเลยให้การว่า จำเลยเช่าห้องพิพาทจากโจทก์จริงเพื่อประกอบการค้าเล็กน้อย วัตถุประสงค์ส่วนใหญ่เป็นการเช่าเพื่ออยู่อาศัย จึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. ๒๕๐๔ ขณะนี้ห้องพิพาทมิใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แต่เป็นของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลังโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ข้อเท็จจริงยังไม่พอจะชี้ลงไปว่ากรรมสิทธิ์ห้องพิพาทตกเป็นของกรมธนารักษ์ เมื่อจำเลยเช่าห้องพิพาทจากโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องพิพาทได้ตามพยานหลักฐานฟังได้ว่าจำเลยใช้ห้องพิพาทประกอบการค้า จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เมื่อโจทก์บอกกล่าวเลิกสัญญากับจำเลยโดยชอบแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิอยู่ในห้องพิพาทได้ พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากห้องพิพาท ให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์ตามฟ้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า โจทก์ทำผิดสัญญาต่อกรมธนารักษ์และกรมธนารักษ์ได้บอกเลิกการเช่ากับโจทก์แล้ว ห้องพิพาทตกเป็นของกรมธนารักษ์โดยไม่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนกันอีก ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยให้การรับว่าได้เช่าห้องพิพาทจากโจทก์ผู้ให้เช่าจริง แต่ต่อสู้ว่าจำเลยเช่าเพื่ออยู่อาศัยและต่อสู้ว่าห้องพิพาทมิใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ แต่เป็นของกรมธนารักษ์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องข้อต่อสู้ของจำเลยเช่นนี้หาใช่ข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ไม่ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๑๙/๒๕๐๖ คดีจึงต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๘ และ ๒๔๗ข้อเท็จจริงในคดีจึงจึงต้องฟังเป็นยุติว่าห้องพิพาทเป็นของโจทก์

ฉะนั้นแม้ต่อมาภายหลังจะมีคำพิพากษาฎีกาในคดีเรื่องอื่นวินิจฉัยว่า ห้องพิพาทตกเป็นของกระทรวงการคลังตามสัญญาเช่าที่ดินพิพาทก็ตามก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงซึ่งศาลชั้นต้นฟังเป็นยุติแล้วในคดีนี้ได้ โดยเฉพาะในข้อกฎหมาย เมื่อจำเลยรับว่าได้เช่าห้องพิพาทจากโจทก์แล้ว จำเลยจะเถียงสิทธิของโจทก์ผู้ให้เช่าว่าห้องเช่าพิพาทเป็นของผู้อื่น โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องหาได้ไม่ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๓๑-๑๕๓๒/๒๔๙๙ ฉะนั้นฎีกาของจำเลยที่ว่าโจทก์ทำผิดสัญญาต่อกรมธนารักษ์และกรมธนารักษ์ได้บอกเลิกการเช่ากับโจทก์แล้ว ห้องพิพาทเป็นของกรมธนารักษ์ จึงฟังไม่ขึ้นที่จำเลยอ้างว่าได้ทำสัญญาเช่าจากกรมธนารักษ์ผู้เป็นเจ้าของแล้ว จำเลยก็ย่อมมีสิทธิที่จะอยู่และใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่าได้นั้น เป็นข้อเท็จจริงนอกเหนือไปจากคดีนี้ ซึ่งจำเลยจะต้องไปว่ากันเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ประสาท สุคนธมาน · เฉลิม กรพุกกะณะ · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
Lower court
ศาลแพ่ง - นายสุนทร ศิลปไชย
ศาลอุทธรณ์ - นายศวิต สมหวัง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up