Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 21396)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยได้จ่ายบำเหน็จให้แก่โจทก์รับไปแล้วบางส่วน ซึ่งเป็นการจ่ายตามข้อบังคับของจำเลยที่มีอยู่ และจำเลยทราบถึงข้อบังคับดังกล่าวดีแล้ว เพียงแต่จำเลยไม่นำค่าครองชีพมารวมคำนวณบำเหน็จให้โจทก์เท่านั้น โจทก์จึงฟ้องให้จำเลยจ่ายบำเหน็จเฉพาะส่วนที่ขาดโดยตามฟ้องได้ระบุจำนวนค่าครองชีพที่โจทก์ได้รับในแต่ละเดือน และจำนวนเงินที่จำเลยจ่ายขาดไป เป็นการบรรยายโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาและคำขอบังคับในส่วนนี้พอที่จำเลยจะเข้าใจได้แล้ว ฟ้องโจทก์ในส่วนนี้ไม่เคลือบคลุม ในสำนวนไม่มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณบำเหน็จที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ค่าครองชีพเป็นค่าจ้างต้องนำมารวมกับค่าจ้างเพื่อคำนวณบำเหน็จ เมื่อจำเลยไม่นำมารวมคำนวณจำเลยจึงจ่ายบำเหน็จให้โจทก์ขาดไปเท่ากับค่าครองชีพที่โจทก์ได้รับแต่ละเดือนคูณด้วยจำนวนปีที่โจทก์ทำงาน จึงเป็นการวินิจฉัยคดีโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ไม่มีในสำนวน ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(2) ประกอบด้วยพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานกลางสืบพยานและวินิจฉัยข้อเท็จจริงต่อไปว่า ตามข้อบังคับของจำเลยได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณบำเหน็จว่าอย่างไร และโจทก์จะได้รับบำเหน็จเพียงใด

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 172 ป.วิ.พ. Section 243 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 56

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งห้าสำนวนฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งห้าเป็นลูกจ้างประจำได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 7,610 บาท 6,570 บาท8,160 บาท 5,640 บาท และ 2,560 บาท ตามลำดับ กับโจทก์ที่ 2ที่ 4 และที่ 5 ได้รับค่าครองชีพอีกเดือนละ 300 บาท 300 บาท และ400 บาท ตามลำดับ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2531 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งห้าเพราะเหตุเกษียณอายุโดยไม่จ่ายค่าชดเชย และจำเลยจ่ายบำเหน็จให้แก่โจทก์ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ไม่ครบ เนื่องจากไม่นำค่าครองชีพดังกล่าวมารวมคำนวณด้วย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งห้าเป็นเงิน 45,660 บาท 41,220 บาท48,960 บาท 35,640 บาท และ 17,760 บาท ตามลำดับ กับบำเหน็จให้แก่โจทก์ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 จำนวน 3,600 บาท 3,900 บาท และ2,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งห้าสำนวนให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์หลายประการและว่าฟ้องของโจทก์ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 เรื่องบำเหน็จเคลือบคลุมขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณา คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวันเวลาทำงาน อัตราค่าจ้างของโจทก์ตามฟ้อง และระเบียบเกี่ยวกับการจ่ายเงินต่าง ๆ ท้ายคำให้การมีผลใช้บังคับศาลแรงงานกลางเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งห้าจำนวน 45,660 บาท41,220 บาท 48,960 บาท 35,640 บาท และ 17,760 บาท ตามลำดับพร้อมดอกเบี้ย และให้จำเลยจ่ายบำเหน็จส่วนที่ขาดแก่โจทก์ที่ 2ที่ 4 ที่ 5 จำนวน 3,600 บาท 3,900 บาท และ 2,000 บาท ตามลำดับพร้อมดอกเบี้ย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งห้าสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

จำเลยอุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ในเรื่องบำเหน็จส่วนที่ขาดเคลือบคลุม เพราะไม่บรรยายให้ชัดว่าโจทก์ทั้งสามมีสิทธิได้รับบำเหน็จตามข้อบังคับอะไรจากจำเลย เหตุใดต้องนำค่าครองชีพมารวมคำนวณบำเหน็จ และหลักเกณฑ์การคำนวณบำเหน็จเป็นอย่างไร ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้พิเคราะห์แล้ว โจทก์ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 บรรยายฟ้องว่าจำเลยจ่ายบำเหน็จให้แก่โจทก์ไม่ครบ เพราะไม่นำค่าครองชีพที่จำเลยจ่ายให้เดือนละ 300 บาท 300 บาท และ 400 บาทตามลำดับมารวมเป็นฐานคำนวณบำเหน็จด้วย ขอให้จำเลยจ่ายบำเหน็จส่วนที่ขาดจำนวน3,600 บาท 3,900 บาท และ 2,000 บาทตามลำดับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยได้จ่ายบำเหน็จให้แก่โจทก์รับไปแล้วบางส่วน ซึ่งเป็นการจ่ายตามข้อบังคับของจำเลยที่มีอยู่ แสดงว่าจำเลยจะต้องทราบข้อบังคับดังกล่าวดีแล้ว เพียงแต่จำเลยไม่นำค่าครองชีพมารวมคำนวณบำเหน็จให้โจทก์ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 เท่านั้น โจทก์ที่ 2 ที่ 4และที่ 5 จึงฟ้องให้จำเลยจ่ายบำเหน็จเฉพาะส่วนที่ขาด โดยตามฟ้องได้ระบุจำนวนค่าครองชีพที่โจทก์แต่ละคนได้รับในแต่ละเดือน และจำนวนเงินที่จำเลยจ่ายขาดไปดังกล่าว เป็นการบรรยายโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา และคำขอบังคับในส่วนนี้ พอที่จำเลยจะเข้าใจได้แล้ว จึงไม่เคลือบคลุมจำเลยอุทธรณ์ข้อสุดท้ายว่า ในคำฟ้องและคำให้การไม่ปรากฏวิธีการคำนวณบำเหน็จ ในชั้นพิจารณาโจทก์ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5ไม่นำสืบให้เห็นวิธีคำนวณดังกล่าว และเมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งงดสืบพยานในเรื่องนี้

โจทก์ทั้งสามดังกล่าวก็ไม่คัดค้าน ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวิธีการคำนวณบำเหน็จจึงไม่มีในสำนวน ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยถึงการคำนวณบำเหน็จโดยเอาค่าครองชีพที่โจทก์ได้รับแต่ละเดือนคูณด้วยจำนวนปีที่โจทก์ทำงาน จึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกสำนวน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

พิเคราะห์แล้ว ปรากฏว่าในสำนวนไม่มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณบำเหน็จดังจำเลยอุทธรณ์ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าค่าครองชีพเป็นค่าจ้างต้องนำมารวมกับค่าจ้างเพื่อคำนวณบำเหน็จ เมื่อจำเลยไม่นำมารวมคำนวณ จำเลยจึงจ่ายบำเหน็จให้โจทก์ขาดไปเท่ากับค่าครองชีพที่โจทก์ได้รับแต่ละเดือนคูณด้วยจำนวนที่โจทก์แต่ละคนทำงาน จึงเป็นการวินิจฉัยคดีโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ไม่มีในสำนวน ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(2)ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 กรณีจึงต้องย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานกลางสืบพยานและวินิจฉัยข้อเท็จจริงต่อไปว่า ตามข้อบังคับของจำเลยได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณบำเหน็จว่าอย่างไร ค่าครองชีพเป็นค่าจ้างที่จะต้องนำมารวมคำนวณบำเหน็จให้แก่โจทก์ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5หรือไม่ และโจทก์แต่ละคนดังกล่าวจะได้รับบำเหน็จเพียงใด"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกเลิกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางสำหรับคำขอของโจทก์ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ในส่วนที่เกี่ยวกับบำเหน็จโดยให้ศาลแรงงานกลางสืบพยานและวินิจฉัยหลักเกณฑ์กับวิธีการคำนวณบำเหน็จของโจทก์ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ตามนัยดังกล่าว แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

Matter details

Panel of judges
มาโนช เพียรสนอง · ศักดา โมกขมรรคกุล · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 21395)

จำเลยได้ จ่ายบำเหน็จให้แก่โจทก์รับไปแล้วบางส่วน ซึ่ง เป็นการจ่ายตาม ข้อบังคับของจำเลยที่มีอยู่ และจำเลยทราบถึง ข้อบังคับดังกล่าวดี แล้ว เพียงแต่ จำเลยไม่นำค่าครองชีพมารวมคำนวณบำเหน็จให้โจทก์เท่านั้น โ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 21397)

โจทก์ฟ้องให้จำเลยจ่ายบำเหน็จเฉพาะส่วนที่ขาดว่าจำเลยจ่ายบำเหน็จให้โจทก์ไม่ครบเพราะไม่นำค่าครองชีพที่จำเลยจ่ายให้มารวมเป็นฐานคำนวณบำเหน็จด้วย ขอให้จ่ายบำเหน็จส่วนที่ขาดตามจำนวนที่เรียกร้องดังนี้ เป็นการ…

Supreme Court Judgment No. 447/2530

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องว่า จำเลยได้หักเงินสะสมไว้เป็นรายเดือนในระหว่างปฏิบัติงาน โจทก์ควรได้เงินสะสมดังกล่าวแต่จำเลยไม่จ่ายให้ แม้โจทก์มิได้ขอแก้ไขคำขอบังคับท้ายคำฟ้องให้รับกับคำฟ้องที่แก้ไขก็ตามแต่ต…

Supreme Court Judgment No. 7842/2547

คำพิพากษาของศาลฎีกาที่ให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลย ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม ถ้าไม่สามารถรับโจทก์กลับเข้าทำงานได้ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย เงินบำเหน็จ เงินสะสม และค่าเ…

Supreme Court Judgment No. 3355/2542

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ข้อบังคับในการทำงานกำหนดว่า วันหยุดพักผ่อนประจำปีผู้ปฏิบัติงานจะสะสมไม่ได้ และผู้ปฏิบัติงานที่ไม่ใช้สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี จำเลยจะถือว่าผู้นั้นสละสิทธิในการหยุดพักผ่อนประจำปี โดยไม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up