Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 447/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องว่า จำเลยได้หักเงินสะสมไว้เป็นรายเดือนในระหว่างปฏิบัติงาน โจทก์ควรได้เงินสะสมดังกล่าวแต่จำเลยไม่จ่ายให้ แม้โจทก์มิได้ขอแก้ไขคำขอบังคับท้ายคำฟ้องให้รับกับคำฟ้องที่แก้ไขก็ตามแต่ตามเนื้อความที่ขอแก้ไขนั้นแสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์ได้แจ้งชัดว่า โจทก์ประสงค์ที่จะเรียกร้องเงินสะสมจากจำเลย คำร้องขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว การที่โจทก์มิได้ขอแก้ไขคำขอบังคับท้ายคำฟ้องให้ครบถ้วนเพียงเท่านี้ไม่ถือว่าฟ้องโจทก์ไม่ถูกถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยแล้วพิพากษาหรือสั่งตามคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องที่ศาลสั่งอนุญาตแล้วนั้น หาเป็นการพิพากษาหรือสั่งที่ฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน ฯ มาตรา 52 ไม่คดีแรงงานศาลฎีกาวินิจฉัยชี้ขาดในปัญหาข้อเท็จจริงเสียเองไม่ได้ต้องย้อนสำนวนไปให้ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยชี้ขาด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 31 และมาตรา 56.

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 142 ป.วิ.พ. Section 172 ป.วิ.พ. Section 179 ป.วิ.พ. Section 243 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 52 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 56

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำในขณะปฏิบัติงานโจทก์ประสบอุบัติเหตุต้องรักษาตัวเป็นเวลา 9 เดือนเป็นเงินค่าทดแทนที่โจทก์ควรได้รับ 46,800 บาทต้องเสียค่ารักษาพยาบาลทั้งสิ้น 39,054 บาท นับแต่ พ.ศ.2503ถึง พ.ศ.2529 ที่โจทก์ทำงานจำเลยได้หักเงินเดือนโจทก์เป็นเงินสะสมไว้เดือนละ 200 บาท เวลา 26 ปี เป็นเงินสะสม 62,400 บาทต่อมาจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิดไม่บอกกล่าวล่วงหน้าขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์

จำเลยให้การว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุที่โจทก์ละทิ้งหน้าที่การงานเกินกว่าสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่แจ้งให้จำเลยทราบ อันเป็นการผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยจำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์เสียได้โดยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ส่วนที่โจทก์เรียกร้องเงินทดแทนนั้นโจทก์มิได้ประสบอุบัติเหตุล้มป่วยขณะที่ปฏิบัติหน้าที่สำหรับเงินสะสมจำเลยเพิ่งก่อตั้งเป็นบริษัทเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2515 ที่โจทก์อ้างว่าทำงานกับจำเลยตั้งแต่ พ.ศ.2503 จึงไม่เป็นความจริงขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 4,152 บาท ค่าชดเชย 31,200 บาท แก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่าชั้นเดิมโจทก์ฟ้องและมีคำขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยเพียงสองประเภทเท่านั้นต่อมาจึงได้ขอแก้ไขคำฟ้องโดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยยังมิได้จ่ายเงินอีกสามประเภทให้แก่โจทก์และขอเพิ่มจำนวนสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเพิ่มจากจำนวนตามคำฟ้องเดิม เฉพาะที่เป็นปัญหาขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกามีเฉพาะเงินสะสมประเภทเดียวเรื่องเงินสะสมนี้โจทก์บรรยายในคำร้องขอแก้ไขฟ้องในข้อ ง. ว่า 'เงินสะสมของพนักงานที่ทางบรษัทจำเลยหักไว้ให้แต่ละเดือนเฉลี่ยแล้วเดือนละ 200 บาท โจทก์ทำงานกับบริษัทจำเลยมาตั้งแต่ปี 2503ถึงปี 2529 เป็นเวลาที่ปฏิบัติงานมาถึง 26 ปี โจทก์ควรจะได้เงินสะสมจำนวนนี้อีก 62,400 บาท แต่จำเลยไม่เคยจ่ายให้โจทก์เลย'

ศาลแรงงานกลางสั่งว่า 'สำเนาให้อีกฝ่ายสอบสั่งในวันนัด'ครั้นถึงวันนัดศาลแรงงานสั่งว่า 'โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องสำเนาให้จำเลยโจทก์ขอแก้ฟ้องก่อนจำเลยยื่นคำให้การจึงอนุญาตตามขอ' หลังจากนั้นศาลแรงงานกลางได้ชี้สองสถานและกำหนดประเด็นข้อพิพาทในวันนัดต่อมาเฉพาะเงินสะสม ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า 'จำเลยได้หักเงินสะสมโจทก์ไว้จริงหรือไม่เพียงใด' พฤติการณ์แห่งคดีเป็นตามที่กล่าวข้างต้น

ศาลฎีกาเห็นว่าแม้โจทก์มิได้ขอแก้ไขคำขอบังคับท้ายคำฟ้องให้รับกับคำฟ้องที่แก้ไขก็ตามแต่ตามเนื้อความที่ขอแก้ไขนั้นย่อมเห็นเจตนาของโจทก์ได้แจ้งชัดว่าโจทก์ประสงค์ที่จะเรียกร้องเงินสะสมจากจำเลยความในวรรคท้ายของคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องที่ถัดจากข้อ ง. โจทก์บรรยายถึงความประสงค์โดยเน้นว่า '....เป็นสิทธิและประโยชน์ที่โจทก์ควรจะได้ทุกประการขอศาลได้โปรดประทานความเมตตาให้โจทก์...' ซึ่งศาลแรงงานกลางคงได้เห็นความข้อนี้อยู่และเห็นว่าคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายแล้วจึงสั่งอนุญาตให้แก้ไขคำฟ้องได้ตามขอและตั้งประเด็นข้อพิพาทสำหรับเงินสะสมไว้ด้วยโดยมิได้ถือว่าการที่โจทก์มิได้ขอแก้ไขคำขอบังคับท้ายคำฟ้องเป็นสาระสำคัญที่จะทำให้คำร้องขอแก้ไขคำฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมายจนไม่อาจบังคับให้ได้

การที่โจทก์มิได้ขอแก้ไขคำขอบังคับท้ายคำฟ้องให้ครบถ้วนเพียงเท่านี้ไม่อาจถือได้ว่าฟ้องโจทก์ไม่ถูกถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสอง ซึ่งนำมาใช้แก่การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 อีกประการหนึ่ง

ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องเงินสะสมนี้ 'ปรากฏในคำฟ้อง'ต้องตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน ฯ มาตรา 52 แล้ว การที่ศาลแรงงานกลางจะวินิจฉัยแล้วพิพากษาหรือสั่งตามคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องที่ศาลสั่งอนุญาตแล้วนั้น หาเป็นการพิพากษาหรือสั่งที่ฝ่าฝืนบทมาตราของกฎหมายตามที่กล่าวข้างต้นนั้นไม่ จำเลยหักเงินสะสมโจทก์ไว้จริงหรือไม่เพียงใดเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่อาจวินิจฉัยชี้ขาดเสียเองได้จึงชอบที่จะย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยชี้ขาด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 243 และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน ฯ มาตรา 33 และมาตรา 56

Result

พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางในประเด็นเรื่องเงินสะสมให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาคดีใหม่เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับเงินสะสมตามประเด็นข้อพิพาทในการชี้สองสถานแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปความนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.

Matter details

Panel of judges
จุนท์ จันทรวงศ์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สีนวล คงลาภ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

Supreme Court Judgment No. 11043/2553

จำเลยทั้งสองฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความค่าเสียหายที่เกิดแก่รถบรรทุกของจำเลยที่ 2 จากการกระทำละเมิดของโจทก์เท่านั้น จำเลยที่ 1 มิได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในส่วนของจำเลยที…

Supreme Court Judgment No. 1695/2544

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่วินิจฉัยและมีคำสั่งว่าการที่โจทก์เลิกจ้าง ป. เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121 ให้โจทก์รับ ป. กลับเข้าท…

Supreme Court Judgment No. 1043/2541

พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1กรกฎาคม 2537 เป็นต้นไป เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2538 ป.บุตรโจทก์ที่ 1 และเป็นบิดาโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานให้จำเลยผู้เป็นนา…

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 21395)

จำเลยได้ จ่ายบำเหน็จให้แก่โจทก์รับไปแล้วบางส่วน ซึ่ง เป็นการจ่ายตาม ข้อบังคับของจำเลยที่มีอยู่ และจำเลยทราบถึง ข้อบังคับดังกล่าวดี แล้ว เพียงแต่ จำเลยไม่นำค่าครองชีพมารวมคำนวณบำเหน็จให้โจทก์เท่านั้น โ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up