Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1873/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรที่ ค.บิดารับรองแล้ว โดย ค.ให้ใช้นามสกุล ให้ที่พักอาศัยและอยู่ร่วมเรือนเดียวกัน ให้อุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษา ค.ถึงแก่กรรม นาพิพาทจึงตกทอดเป็นของโจทก์ในฐานะเป็นทายาท จำเลยให้การว่านาเป็นของจำเลย โจทก์ทั้งสี่ไม่เป็นทายาทอันชอบด้วยกฎหมายของ ค. ในวันชี้สองสถาน คู่ความตกลงท้ากันในประเด็นข้อเดียวว่า ถ้าหากศาลวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ ค. โจทก์ยอมแพ้คดี ดังนี้ เมื่อโจทก์นำสืบได้ความแต่เพียงว่าโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรนอกกฎหมายที่ ค. บิดาได้รับรองแล้วเท่านั้น โจทก์ทั้งสี่ก็ย่อมมิใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ ค. โจทก์จึงต้องแพ้คดีตามคำท้า เพราะกรณีของโจทก์ หากจะให้เกิดผลให้โจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ ค. จะต้องฟ้องคดีให้รับโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1529 และจะต้องมีคำพิพากษาว่าโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรของ ค.ตามมาตรา 1530(3) เสียก่อน ส่วนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1524 นั้น. เป็นเรื่องราววิธีพิสูจน์การเป็นบุตรที่เกิดในระหว่างที่มีการสมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 ที่บัญญัติว่าบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ยังไม่ถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย หากแต่ให้มีสิทธิเกี่ยวกับมรดกของชายผู้ให้กำเนิดเท่านั้น

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณ 20 ปีมานี้ นายคำ จวงสังข์ ได้นางปอนจวงสังข์ มารดาโจทก์เป็นภรรยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกัน มีบุตรด้วยกัน คือ โจทก์ผู้เยาว์ทั้งสี่ นายคำ จวงสังข์ ได้รับรองโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรโดยให้ใช้นามสกุลของนายคำผู้เป็นบิดา ให้ที่พักอาศัยและอยู่ร่วมเรือนเดียวกันให้อุปการะเลี้ยงดู ให้การศึกษาโจทก์ทั้งสี่จึงเป็นบุตรของนายคำ จวงสังข์ ตามกฎหมาย นายคำ จวงสังข์ กับมารดาโจทก์มีสิทธิครอบครองที่นาร่วมกัน 1 แปลง เมื่อนายคำ จวงสังข์ ถึงแก่กรรม ที่นาดังกล่าวตกทอดมาเป็นของโจทก์ในฐานะเป็นทายาท และมารดาโจทก์เป็นเจ้าของนาพิพาทร่วมกับผู้ตายโจทก์และมารดาโจทก์ได้ครอบครองทำนาพิพาทติดต่อกันมาทุกปี เมื่อเดือน 7 ปีนี้จำเลยทั้งสองได้เข้าไปทำนาพิพาทของโจทก์ทั้งแปลง ขอให้ศาลพิพากษาว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากนาพิพาท และให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า นาพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่นานายเจียงบิดาจำเลย เมื่อบิดาจำเลยถึงแก่กรรม จำเลยได้เข้าครอบครองทำนาพิพาทและที่นาที่ไม่พิพาทตลอดมา นายคำสามีโจทก์เป็นพี่ชายจำเลยที่ 2 เป็นสามีโจทก์ไม่ได้จดทะเบียนสมรส บุตรโจทก์ไม่เป็นทายาทอันชอบด้วยกฎหมายนายคำสามีโจทก์ไม่เคยเข้าทำนาพิพาทหากศาลฟังว่าโจทก์และบุตรโจทก์เป็นทายาทของนายคำจริงโจทก์และบุตรไม่เคยเข้าครอบครองนาพิพาทในฐานะเจ้าของ และตัดฟ้องว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความมรดกของนายเจียงในส่วนของนายคำตกมายังจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทายาทของนายคำ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง วันชี้สองสถาน คู่ความตกลงท้ากันให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้อเดียวว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายคำ

จวงสังข์ หรือไม่ ถ้าศาลวินิจฉัยว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยยอมแพ้คดี ถ้าศาลวินิจฉัยว่าโจทก์มิใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายคำ จวงสังข์โจทก์ยอมแพ้คดีโดยทั้งสองฝ่ายขอสละข้ออ้างและข้อต่อสู้ตามประเด็นอื่นเสียทั้งสิ้น ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสี่ไม่เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายคำ จวงสังข์ โจทก์ต้องแพ้คดีตามคำท้า พิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายคำ จวงสังข์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1524จำเลยต้องแพ้คดีตามคำท้า พิพากษากลับเป็นว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากนาพิพาทของโจทก์กับให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์นำสืบว่าโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรที่เกิดจากนายคำและนางปอนมิได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายนายคำได้รับรองโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรโดยเป็นคนแจ้งการเกิดของโจทก์ทั้งสี่ ให้ใช้นามสกุลของนายคำและอยู่ร่วมเรือนเดียวกันนายคำเป็นคนนำโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ฝากเข้าโรงเรียน ทางโรงเรียนออกใบสุทธิให้โจทก์ที่ 1 เมื่อเรียนจบชั้นประถมปีที่ 4 เป็นหลักฐานว่าโจทก์ที่ 1 เป็นบุตรของนายคำ และเป็นที่ทราบทั่วไปในหมู่บ้านว่าโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรของนายคำนางปอน

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายคำ จวงสังข์ บิดาได้รับรองว่าเป็นบุตรแล้ว เท่านั้น หากจะให้เกิดผลให้โจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายคำ จวงสังข์จะต้องฟ้องคดีให้รับโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1529 และจะต้องมีคำพิพากษาว่าโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรของนายคำ จวงสังข์ ตามมาตรา 1530 (3) เสียก่อน ส่วนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1524 นั้น เป็นเรื่องราววิธีพิสูจน์การเป็นบุตรที่เกิดในระหว่างที่มีการสมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีของโจทก์ทั้งสี่จึงมิใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายคำ จวงสังข์

ที่โจทก์ทั้งสี่แก้ฎีกาว่ากรณีของโจทก์ทั้งสี่ต้องด้วยมาตรา 1627 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าบทบัญญัติมาตรา 1627 ที่บัญญัติให้บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว ให้ถือว่าเป็นสืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้นั้นยังไม่ถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายหากแต่ให้มีสิทธิเกี่ยวกับมรดกของชายผู้ให้กำเนิดได้เท่านั้นเช่นเดียวกับกรณีของโจทก์ทั้งสี่ แต่โจทก์ทั้งสี่ไม่ได้เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายคำ จวงสังข์ โจทก์จึงต้องแพ้คดีตามคำท้า

Result

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
แผ้ว ศิวะบวร · สัญชัย สัจจวานิช · ชุ่ม สุนทรธัย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4793/2533

จำเลยที่ 1 ใช้เท้าเตะโจทก์ได้รับบาดเจ็บถึงกระดูดแขนหัก เป็นการทำร้ายร่างกายที่เข้าลักษณะร้ายแรงเป็นเหตุฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1516(3) จำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูยกย่องจำเลยที่ 2 ฉัน…

Supreme Court Judgment No. 792/2515

บุตรที่เกิดจากบิดามารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน จะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา ก็ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามมาตรา 1526 แล้วการพิสูจน์เพื่ออ้างว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 1524 นั้น ใช้ในกรณีที่บิด…

Supreme Court Judgment No. 345/2511

บุตรไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากผู้ฆ่าบิดา (อ้างฎีกา 1601/2492, 1259/2506) พฤติการณ์ที่รู้กันอยู่ทั่วไปว่าเป็นบุตร (ชอบด้วยกฎหมาย) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1524…

Supreme Court Judgment No. 1882/2493

ชายหญิงแต่งงานกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งถือว่าไม่เป็นผัวเมียกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น เมื่อเกิดบุตรออกมา ชายได้แจ้งทะเบียนการเกิดของเด็กว่า เป็นบุตรของตนและชายได้อุปการะเลี้ยงดูเด็กกับแสดงกับคนอื่นท…

Supreme Court Judgment No. 826/2492

โจทก์กล่าวในฟ้องว่า ก. ไม่เป็นภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายของ พ. เพราะไม่ได้จดทะเบียนสมรส จำเลยไม่ได้ต่อสู้ความข้อนี้ เป็นแต่กล่าวในคำให้การถึงเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์ว่า ทรัพย์นั้นเป็นสินสมรสของ พ. และ ก. ซึ่ง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up