Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 173/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะที่ยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละสองพันบาท จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์หรือมิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาเช่า จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า ไม่มีข้อตกลงให้โจทก์ไปจดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดินให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ทราบคำบอกกล่าวของโจทก์ที่ไม่ประสงค์ให้จำเลยที่ 1 ปลูกบ้านอยู่ในที่ดินของโจทก์แล้ว การที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า มีสัญญาต่างตอบแทนระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เพราะโจทก์ตกลงให้จำเลยที่ 1 ปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินของโจทก์มีกำหนด 12 ปี โดยจำเลยที่ 1 ยกบ้านให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่ทราบว่าโจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยที่ 1 ออกจากที่ดินของโจทก์ จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้าม ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้จึงเป็นการไม่ชอบ และจำเลยที่ 1 จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทำนองเดียวกันอีกไม่ได้ จำเลยที่ 1 ปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาทโดยไม่มีหลักฐานการเช่าและไม่มีสิทธิใด ๆ เหนือที่ดินพิพาท โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยที่ 1 ออกไปจากที่พิพาทแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ยอมออก จึงเป็นการอยู่โดยละเมิด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๖๘๖ จำเลยเป็นผู้เช่าส่วนหนึ่งของที่ดินดังกล่าวปลูกบ้านอยู่อาศัย ค่าเช่าเดือนละ ๑๑๐ บาท ครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว จำเลยที่ ๒ เข้าอยู่อาศัยบ้านดังกล่าวในฐานะบริวารของจำเลยที่ ๑ ก่อนครบกำหนดสัญญาเช่าโจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทราบล่วงหน้าว่าไม่ประสงค์จะให้เช่าอีกต่อไป ครั้นครบกำหนดสัญญาเช่าจำเลยไม่ยอมออก ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปให้หมดสิ้น จำเลยที่ ๑ ให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ ๑ มิใช่ผู้เช่าที่ดินเพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัย โจทก์ตกลงกับสามีจำเลยที่ ๑ อนุญาตให้จำเลยที่ ๑ สร้างบ้านอยู่อาศัยในที่ดินของโจทก์โดยโจทก์จะยอมจดทะเบียนให้จำเลยมีสิทธิเหนือพื้นดินมีกำหนด ๑๒ ปี และเพื่อเป็นการตอบแทนจำเลยที่ ๑ ยอมยกบ้านดังกล่าวให้โจทก์เมื่อครบกำหนดเวลานั้น ขอให้ยกฟ้อง และให้โจทก์จดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดินบนที่ดินพิพาท

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์และสามีไม่เคยตกลงให้จำเลยที่ ๑ ปลูกบ้านในที่ของโจทก์โดยให้มีสิทธิเหนือพื้นดินหรือจดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดินให้จำเลยที่ ๑ ขอให้ยกฟ้องแย้งและบังคับคดีตามฟ้อง

ระหว่างพิจารณาคดี โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๒

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยที่ ๑ และบริวาร ให้รื้อถอนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินโฉนดของโจทก์ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละสองพันบาท จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์หรือมิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาเช่า จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓ เมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าไม่มีข้อตกลงให้โจทก์ไปจดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดินให้จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ทราบคำบอกกล่าวของโจทก์ที่ไม่ประสงค์ให้จำเลยที่ ๑ ปลูกบ้านอยู่ในที่ดินของโจทก์แล้ว

การที่จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ว่า มีสัญญาต่างตอบแทนระหว่างโจทก์จำเลยที่ ๑ เพราะโจทก์ตกลงให้จำเลยที่ ๑ ปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินของโจทก์มีกำหนด ๑๒ ปี โดยจำเลยที่ ๑ ยกบ้านให้แก่โจทก์และจำเลยที่ ๑ไม่ทราบว่าโจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยที่ ๑ ออกจากที่ดินของโจทก์ จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้าม ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้จึงเป็นการไม่ชอบ และจำเลยที่ ๑ จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทำนองเดียวกันอีกไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เช่าที่ดินพิพาทโดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าไม่มีการเช่าก็น่าจะยกฟ้องโจทก์แต่กลับวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ อยู่ในที่ดินพิพาทโดยละเมิดแล้วพิพากษาขับไล่จำเลยที่ ๑ เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นและพิพากษาเกินคำขอนั้น

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้ว เมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาทโดยไม่มีหลักฐานการเช่าและไม่มีสิทธิใด ๆ เหนือที่ดินพิพาท โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยที่ ๑ ออกไปจากที่ดินพิพาทแล้ว จำเลยที่ ๑ ไม่ยอมออก ดังนั้นการที่จำเลยที่ ๑ ยังอยู่ในที่ดินพิพาท ซึ่งเป็นการอยู่โดยละเมิด ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว หาเป็นการวินิจฉัยนอกสำนวนหรือพิพากษาเกินคำขอไม่

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ประสาท บุณยรังษี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ชูเชิด รักตะบุตร์
Lower court
ศาลแพ่ง - นายดลจรัส รัตนโศภิต
ศาลอุทธรณ์ - นายดำริ ศุภพิโรจน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up