คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยต่างมีที่ดินและตึกแถวอยู่ติดกัน ปรากฏว่าห้องน้ำห้องครัวที่ด้านหลังตึกแถวของจำเลยนั้นรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ จึงขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนห้องน้ำห้องครัวออกไปจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า เดิมตึกแถวของโจทก์และของจำเลยเป็นของเจ้าของคนเดียวกัน โจทก์จำเลยต่างเช่าอยู่ ระหว่างที่เช่านั้น จำเลยได้ก่อสร้างต่อเติมห้องน้ำห้องครัวออกไปทางด้านหลังของตึกแถวโดยเจ้าของเดิมยินยอม ต่อมาเจ้าของเดิมขายตึกแถวพร้อมที่ดินให้แก่ผู้เช่าแต่ละคน โจทก์และจำเลยต่างก็ซื้อห้องที่เช่าจากเจ้าของเดิมโดยจำเลยไม่ทราบว่าห้องน้ำห้องครัวของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินที่โจทก์ซื้อจำเลยจึงกระทำโดยสุจริต ขอให้ยกฟ้องโจทก์และบังคับให้โจทก์จดทะเบียนภารจำยอมให้จำเลยมีสิทธิใช้ที่ดินส่วนที่ห้องน้ำห้องครัวของจำเลยตั้งอยู่โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า
จำเลยทราบดีว่า ห้องน้ำห้องครัวของจำเลยรุกล้ำที่ดินของโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงไม่สุจริตและจำเลยไม่มีสิทธิที่จะให้โจทก์จดทะเบียนภารจำยอมให้จำเลยมีสิทธิใช้ที่ดินดังกล่าว ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อห้องน้ำห้องครัวออกไปจากที่ดินโจทก์ให้ยกฟ้องแย้งจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยก่อสร้างต่อเติมห้องน้ำห้องครัวในที่ดินพิพาทด้านหลังของตึกแถวที่จำเลยเช่าจากเจ้าของเดิมนั้น ก็โดยอาศัยสิทธิของเจ้าของเดิมตลอดมาจนถึงวันที่จำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินและตึกแถวจากเจ้าของเดิมเมื่อ พ.ศ. 2521 แม้จำเลยที่ 1จะอ้างว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างซื้อห้องแถวที่เช่าจากเจ้าของเดิมตามสภาพที่เป็นอยู่แบ่งแยกเนื้อที่ตามความกว้างยาวของตัวตึกแถวแต่ละคูหา แต่เมื่อที่ดินส่วนที่จำเลยทั้งสองอาศัยสิทธิของเจ้าของเดิมปลูกห้องน้ำห้องครัวอยู่ในเขตโฉนดของโจทก์ที่ได้ซื้อมาจากเจ้าของเดิม และจำเลยทั้งสองเพิ่งครอบครองที่ดินดังกล่าวมาถึงวันที่โจทก์ฟ้องเป็นเวลาประมาณ 2 ปี
จำเลยทั้งสองจึงหามีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดในที่ดินนั้นไม่ และไม่ใช่กรณีจำเลยทั้งสองสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 เพราะการที่จำเลยทั้งสองเข้าไปก่อสร้างต่อเติมห้องน้ำห้องครัวในที่ดินพิพาทก็โดยอาศัยสิทธิของเจ้าของที่ดินเดิม ไม่ใช่เข้าไปต่อเติมโดยไม่รู้ว่าที่ดินนั้นเป็นของผู้ให้เช่าตึกแถวพิพากษายืน