คำฟ้องและคำให้การ
ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๓๐๑ กำหนดโทษจำคุก ๑๐ ปี แต่จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษมาหลายสำนวนซึ่งรวมโทษจำคุกถึง ๑๐ ปี ๖ เดือนแล้ว จึงควรลงโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้เพียง ๙ ปี ๖ เดือน นับต่อจากโทษคดีก่อน รวมโทษจำคุกทุกสำนวน ๒๐ ปี ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ฉะเพาะข้อลงโทษจำคุกฐานปล้น ๙ ปี ๖ เดือน เปนให้จำคุก ๑๐ ปี ซึ่งเปนอัตราโทษคั่นต่ำ และให้นับกำหนดโทษต่อจากคดีก่อน แต่ไม่ให้เกิน ๒๐ ปี โจทก์ฎีกาว่า ควรนับโทษคดีนี้ต่อจากคดีก่อนเปนจำคุกจำเลย ๒๐ ปี ๖ เดือน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า การนับกำหนดโทษอยู่ในดุลยพินิจของศาล จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์(หริศ-ศรี-นล)ศาลชั้นต้น - หลวงสาร+ประดิษฐศาลอุทธรณ์ - พระยาดุลยธรรม