Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 10428/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

บันทึกเงินยืมมีข้อความว่า วันที่ 9 ธันวาคม 2543 ข้าพเจ้า ส. ขอทำบันทึกว่าได้ยืมเงินและรับเงินยืมจาก พ. ไปแล้ว เป็นเงินทั้งสิ้น 4,500,000 บาท (สี่ล้านห้าแสนบาท) จริง และขอชำระเงินยืมดังกล่าวคืนแก่ พ. ผู้ให้ยืมเงินต่อไปนี้... เพื่อเป็นหลักฐานในการบันทึกนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ลงชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน... ซึ่งก็จะได้ความว่าจำเลยเป็นผู้กู้ยืมและรับเงินไปจากโจทก์ 4,500,000 บาท ดังความในตอนท้ายที่มีลายมือชื่อของจำเลยว่าผู้ยืมและโจทก์ว่าผู้ให้ยืม บันทึกเงินยืมดังกล่าวจึงเป็นเพียงหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง มิใช่เป็นหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน จึงไม่เข้าลักษณะตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แม้โจทก์จะมิได้ปิดอากรแสตมป์ก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 2,520,000 บาท แก่โจทก์

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 2,520,000 บาท แก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2543 โจทก์และจำเลยทำบันทึกเงินยืมตามเอกสารหมาย จ.1 โดยโจทก์ลงลายมือชื่อในช่องผู้ให้ยืมและจำเลยลงลายมือชื่อในช่องผู้ยืม คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า บันทึกเงินยืมเอกสารหมาย จ.1 เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง หรือไม่ และจำเลยจะต้องรับผิดชำระหนี้ต่อโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ ...

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า บันทึกเงินยืมเอกสารหมาย จ.1 มีข้อความว่าวันที่ 9 ธันวาคม 2543 ข้าพเจ้านายสิทธิชัย ขอทำบันทึกว่าได้ยืมเงินและรับเงินยืมจากคุณสุพจน์ ไปแล้ว เป็นเงินทั้งสิ้น 4,500,000 บาท (สี่ล้านห้าแสนบาท) จริง และขอชำระเงินยืมดังกล่าวคืนแก่คุณสุพจน์ ผู้ให้ยืมเงินต่อไปนี้... เพื่อเป็นหลักฐานในการบันทึกนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ลงชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน... ซึ่งก็จะได้ความว่าจำเลยเป็นผู้กู้ยืมและรับเงินไปจากโจทก์ 4,500,000 บาท ดังความในตอนท้ายที่มีลายมือชื่อของจำเลยว่าผู้ยืมและโจทก์ว่าผู้ให้ยืม บันทึกเงินยืมดังกล่าวจึงเป็นเพียงหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง

มิใช่เป็นหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน จึงไม่เข้าลักษณะตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 แม้โจทก์จะมิได้ปิดอากรแสตมป์ก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ สำหรับปัญหาว่า จำเลยจะต้องรับผิดชำระหนี้ต่อโจทก์หรือไม่นั้น เห็นว่า โจทก์อ้างตนเองและมีนายสุนทร ทนายความโจทก์เป็นพยานเบิกความประกอบบันทึกเงินยืมเอกสารหมาย จ.1 ยืนยันว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ 4,500,000 บาท และมีการชำระหนี้เงินยืมด้วยการโอนสิทธิครอบครองบ้านและที่ดินตามข้อตกลงข้อ (1) ส่วนเงินยืมที่เหลือมีการผ่อนชำระให้โจทก์ 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 180,000 บาท เมื่อพิเคราะห์บันทึกเงินยืมเอกสารหมาย จ.1 นอกจากจำเลยจะลงลายมือชื่อในช่องผู้ยืมแล้ว จำเลยยังลงลายมือชื่อไว้ที่ด้านข้างของเอกสารบริเวณที่มีการแก้ไขข้อความในเรื่องการผ่อนชำระหนี้ที่เหลือ

รวมทั้งเรื่องของดอกเบี้ย ซึ่งถือว่าเป็นสาระสำคัญของการกู้ยืมเงิน และจำเลยเองก็นำสืบยอมรับว่า ได้ลงลายมือชื่อในบันทึกเงินยืมดังกล่าวและโอนสิทธิครอบครองบ้านและที่ดินตามข้อ (1) กับโอนเงินคืนโจทก์รวม 280,000 บาท จริง เป็นการเจือสมพยานโจทก์ จำเลยเพียงแต่กล่าวอ้างลอย ๆ ว่าเป็นการทำนิติกรรมอำพรางซึ่งก็ไม่ได้มีหลักฐานมานำสืบให้เห็นว่าเป็นการอำพรางนิติกรรมการเป็นหุ้นส่วนทำกิจการห้องพักใหม่ระหว่างโจทก์กับจำเลยอย่างไร รวมทั้งข้อที่จำเลยอ้างว่าได้ชำระหนี้เงินลงทุนดังกล่าวคืนโจทก์ครบถ้วนแล้ว ก็ไม่ปรากฏหลักฐานการชำระหนี้ดังกล่าวได้เวนคืนแล้วมายืนยัน ข้ออ้างของจำเลยจึงมีน้ำหนักให้รับฟังน้อยกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ตามพยานหลักฐานของโจทก์ว่าจำเลยเป็นหนี้เงินกู้ยืมโจทก์ตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาคดีมา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

Result

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ตรีวุฒิ สาขากร · พิทักษ์ คงจันทร์ · วีระศักดิ์ นิศามณี
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up