Section 174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ลักษณะ ๑ วิธีพิจารณาสามัญในศาลชั้นต้น
(๑) ภายหลังที่ได้เสนอคำฟ้องแล้ว โจทก์เพิกเฉยไม่ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายเรียกให้แก้คดีแก่จำเลย และไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้นภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง
(๒) โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้นโดยได้ส่งคำสั่งให้แก่โจทก์โดยชอบแล้ว
Sections citing this section
Related Supreme Court judgments
411 cases
ความว่า ผู้ร้องฎีกา ทนายผู้ร้องมิได้มีเจตนาที่จะไม่นำส่งหมายให้แก่โจทก์แต่อย่างใด เพียงแต่ทนายผู้ร้องมีความสับสนในการนำส่งหมาย โดยเข้าใจว่าได้ส่งหมายให้คู่ความ ครบถ้วน ประกอบกับผู้ร้องมีโอกาสชนะคดี ขอศาลโปรดมีคำสั่ง อนุญาตให้ทนายผู้ร้องนำส่งหมายให้แก่โจทก์อีกครั้งหนึ่ง หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง กรณีเป็นชั้นร้องขัดทรัพย์ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 23336 เลขที่ดิน 2001 ตำบลสวนใหญ่(บางตะนาวศรี)อำเภอเ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 174
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า มูลคดีนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะใช้กฎหมายใหม่บังคับ และคดีนี้มีทุนทรัพย์ในขณะที่ยื่นฟ้องเป็นจำนวน 51,593.75 บาท ซึ่งไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งฉบับเก่า การที่จะนำกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใหม่มาใช้บังคับกับฎีกาของจำเลย จึงเป็นการใช้กฎหมายย้อนหลังซึ่งเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 174
ป.วิ.พ. มาตรา 234
ป.วิ.พ. มาตรา 246
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ความว่า โจทก์ทั้งสองได้ยื่นฎีกาในวันที่ 15 มีนาคม 2536และในวันเดียวกันศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ และสั่งให้โจทก์ทั้งสองนำส่งสำเนาฎีกาให้จำเลยภายใน 15 วันหากไม่ส่งภายในกำหนดให้ถือว่าโจทก์ทั้งสองทิ้งฎีกา จึงถือว่า โจทก์ทั้งสองได้ทราบคำสั่งให้ส่งสำเนาฎีกานับตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2536 แล้ว ดังนั้นการที่โจทก์ทั้งสองมาวางเงินค่านำหมาย และนำส่งหมายและสำเนาฎีกาในวันที่ 5 เมษายน 2536 จึงพ้นกำหนด 15 วันตามคำสั่งศาล จึงเป็นการที่โจทก์ทั้งสองจงใจทิ้…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 174
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ความว่า โจทก์ได้ยื่นคำแก้ฎีกาไว้เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2536 แต่โจทก์ตรวจพบว่าตามคำแก้ฎีกาเดิมยังบกพร่องอยู่บางประการ จึงขอแก้ไขและเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ คำแก้ฎีกาเดิม ข้อ 1 ย่อหน้าที่ 1 บรรทัดแรก ย่อหน้าที่ 2 บรรทัดที่ 6 และ 8 ย่อหน้าที่ 3 บรรทัดแรก ย่อหน้าที่ 4 บรรทัดที่ 5 จากคำว่า อุทธรณ์ แก้เป็น ฎีกา และคำแก้ฎีกาเดิม ข้อ 1 ย่อหน้าที่ 4 บรรทัดที่ 2 จากข้อความที่ว่า โดยให้โจทก์จัดการรื้อถอน แก้เป็น โดยให้จำเลยจัดการรื้อถอนสิ่งรบกวน และบรรทัดที่…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 174
ความว่า จำเลยที่ 3 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 8 ยื่นฎีกา และได้ชำระค่านำหมายส่งสำเนาฎีกาแก่เจ้าหน้าที่ศาล เรียบร้อยแล้ว จำเลยทั้งสี่มิได้มีเจตนาหรือจงใจที่จะ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลชั้นต้นแต่อย่างใด ขอศาลฎีกา ได้โปรดหยิบยกคำสั่งยกฟ้องฎีกามาทบทวนพิจารณาวินิจฉัย อีกครั้งหนึ่ง และสั่งรับฎีกาโดยให้จำเลยทั้งสี่นำหมาย และสำเนาฎีกาให้โจทก์ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องคดีส่ง สำนวนนี้ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษา ให้เรียกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ในสำน…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 174
ป.วิ.พ. มาตรา 246
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอเพิกถอนการจำหน่ายคดี และหรือขยายระยะเวลาโดยอาศัยอำนาจทั่วไป ของศาลไปในทางที่เห็นว่ายุติธรรมและสมควร ศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่า คดีถึงที่สุดแล้ว ไม่รับคำร้องจำเลยเห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นยังคลาดเคลื่อน ในดุลยพินิจ โปรดมีคำสั่งให้รับคำร้องของ จำเลย ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำพิพากษา ศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามรูปคดีศาลชั้นต้น…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 132
ป.วิ.พ. มาตรา 174
คดีนี้จำเลยทั้งสี่ยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์และสั่งให้ผู้อุทธรณ์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้อีกฝ่ายภายในกำหนด 15 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 70 วรรคสอง จึงเป็นหน้าที่ของผู้อุทธรณ์จะต้องนำพนักงานเดินหมายไปส่งสำเนาอุทธรณ์ด้วยตนเอง แม้จะได้ความว่าจำเลยทั้งสี่ได้ไปเสียค่าใช้จ่ายในการนำส่งหมายสำเนาอุทธรณ์ไว้แล้ว ก็ไม่ทำให้จำเลยทั้งสี่หมดหน้าที่ที่จะต้องจัดการนำส่งตามคำสั่งศาลชั้นต้น ปรากฏว่าพนักงานเดินห…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 70
ป.วิ.พ. มาตรา 132 (1)
ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2)
ป.วิ.พ. มาตรา 246
โจทก์สั่งซื้อบุหรี่จากโรงงานยาสูบโดยจำเลยออกหนังสือรับรองการจ่ายค่าบุหรี่ และทดรองจ่ายเงินค่าบุหรี่แต่ละงวดไปก่อนแล้วหักจากบัญชีเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีของโจทก์ภายหลังเมื่อปรากฏว่าโจทก์เป็นหนี้จำเลยเป็นจำนวนเงินสูง จำเลยมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ดุลพินิจควบคุมยอดหนี้เงินกู้ของโจทก์ให้เป็นไปตามที่จำเลยเห็นสมควรตามสิทธิที่จำเลยมีอยู่ในฐานะผู้ให้กู้การที่จำเลยแจ้งไปยังโรงงานยาสูบขอยกเลิกวงเงินทดรองจ่ายค่าบุหรี่ก็เพื่อควบคุมจำนวนเงินกู้ของโจทก์ ไม่จำต้…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 420
หลังจากผู้ร้องยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2532 ขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยเงินที่ขายหรือจำหน่ายที่ดินของจำเลยแล้ว ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องอื่นรวมทั้งคำแถลงต่อศาลอีกหลายครั้ง และตามรายงานการเดินหมายของเจ้าหน้าที่ศาลลงวันที่28 มิถุนายน 2532 ก็ระบุว่าเจ้าหน้าที่ศาลได้นำหมายนัดไปส่งแก่จำเลยด้วย แต่ส่งไม่ได้ การที่ผู้ร้องยื่นคำแถลงเมื่อวันที่3 กรกฎาคม 2532 ว่า ยังส่งสำเนาคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ให้จำเลยไม่ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ศาลส่งหมายนัดให…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 174
ป.วิ.พ. มาตรา 290
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งหมายในกำหนด มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ เมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติตามต้องถือว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้น โดยได้ส่งคำสั่งแก่โจทก์โดยชอบแล้ว ตามป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ถือเป็นการทิ้งฟ้อง แต่แม้ว่าโจทก์ทิ้งฟ้องแล้วศาลก็ยังมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจว่าจะสั่งจำหน่ายคดีหรือไม่ เมื่อปรากฏว่าจำเลยรับสำเนาอุทธรณ์และยื่นคำแก้อุทธรณ์แล้ว ก็ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะใช้ดุลพินิจดำเนินคดีต่อไป
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 174
ป.วิ.พ. มาตรา 246
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งหมายในกำหนด มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ เมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติตามต้องถือว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้น โดยได้ส่งคำสั่งแก่โจทก์โดยชอบแล้ว ตามป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ถือเป็นการทิ้งฟ้อง แต่แม้ว่าโจทก์ทิ้งฟ้องแล้วศาลก็ยังมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจว่าจะสั่งจำหน่ายคดีหรือไม่ เมื่อปรากฏว่าจำเลยรับสำเนาอุทธรณ์และยื่นคำแก้อุทธรณ์แล้ว ก็ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะใช้ดุลพินิจดำเนินคดีต่อไป
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 174
ป.วิ.พ. มาตรา 246
จำเลยอาศัยอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดิน น.ส.3ก่อนที่โจทก์จะรับซื้อฝาก จาก ส.เมื่อส. ไม่ไถ่ถอนภายในกำหนดโจทก์จึงได้ซึ่งสิทธิครอบครองบ้านและที่ดินพิพาท การที่จำเลยยังคงอาศัยอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทจึงเป็นการครอบครองแทนโจทก์ การที่จำเลยฟ้องโจทก์เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลชั้นต้นขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากระหว่าง ส.กับโจทก์ ถือได้ว่าจำเลยได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือบ้านและที่ดินพิพาทโดยบอกกล่าวแสดงเจตนาไปยังโจทก์ว่าจะไม่ยึดถือบ้านและที่ดินพิพาท…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1375
ป.พ.พ. มาตรา 1381
ป.วิ.พ. มาตรา 174
ป.วิ.พ. มาตรา 175
ป.วิ.พ. มาตรา 183
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ป.วิ.พ. มาตรา 247
การที่จำเลยทั้งสองชวนและพาผู้เสียหายออกไปจากเวทีรำวงเมื่อถึงที่เกิดเหตุจำเลยที่ 1 ร้องบอกให้พวกของจำเลยทั้งสองที่รอคอยอยู่ก่อนเข้าทำร้ายผู้เสียหาย แสดงว่าจำเลยทั้งสองกับพวกคบคิดวางแผนนัดหมายกันไว้ก่อน การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แม้ทางพิจารณาปรากฏว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดเพียงฐานทำร้ายผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยไม่มีเจตนาฆ่าผู้เสียหายตามฟ้อง แต่ก็ถือว่าเป็นความผิดที่รวมอยู่ใน…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 296
ป.อ. มาตรา 83
ป.วิ.อ. มาตรา 192
คดีนี้โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับเป็นฎีกาโจทก์สำเนาให้จำเลยแก้ ให้โจทก์ส่งภายใน 15 วัน ไม่นำส่งจะถือว่าทิ้งฎีกาปรากฏว่า เจ้าหน้าที่เดินหมายกรมบังคับคดีนำหมายนัดและสำเนาฎีกาไปส่งให้ทนายจำเลยไม่ได้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า รอโจทก์แถลง ต่อมาเจ้าพนักงานศาลรายงานว่าเวลาได้ล่วงเลย ไปมากแล้วแต่โจทก์มิได้ยื่นคำแถลง ศาลจึงมีคำสั่งให้รวบรวม ถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกาพิจารณาสั่งหมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน80,963 บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 174
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ความว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 15 เมษายน 2535ขอให้ศาลฎีกาไต่สวนว่าจำเลยทิ้งฟ้องฎีกาจริงหรือไม่ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลฎีกามีคำสั่งว่าจำเลยทิ้งฎีกา จำหน่ายคดีจากสารบบความคดีถึงที่สุดแล้ว ไม่มีเหตุที่จำเลย จะขอให้ไต่สวนคำร้องที่จำเลยไม่จงใจทิ้งฎีกาอีก ยกคำร้อง ต่อมาวันที่ 12 พฤษภาคม 2535 จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีถึงที่สุด โดยคำพิพากษาของศาลฎีกาแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยไม่เป็นสาระ แก่คดีอันควรได้รับการวินิ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 174
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา