ลักษณของฐานแผลที่จะมีความบาดเจ็บทุพพลภาพตามมาตรา 254 หรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ใช้มือค้ำคอเจ้าทรัพย์แล้วกะชากสร้อยไปนั้น ถือว่าเป็นการใข้กำลังทำร้ายมีผิดฐานชิงทรัพย์
ใช้มือทำร้ายผู้อื่นมีบาดแผลเพียงบวมเจ่อโตกลางแผลที่บวมเจ่อมีเยื่ออ่อนซ้ำแตกเล็กน้อยแห่งเดียวเท่านั้น ยังไม่พอที่จะวินิจฉัยว่า จำเลยทำร้ายผู้เสียหายถึงบาดเจ็บตามมาตรา 254
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกัน+ผู้ตายโดยเจตนาจะฆ่า+พิจารณาได้ความเพียงว่าจำเลยมีส่วนทำร้ายผู้ตาย +นั้น ก็ลงโทษฐานทำร้ายร่างกาย ตาม ม.338 (3) ได้.
ใช้ถ้วยแก้วขว้างถูกหน้าแข้งเขาฟกบวมกว้างครึ่งเซ็นติเมตร์ ยาว 2 เซ็นติเมตร์ดังนี้ ยังไม่ถึงบาดเจ้บตามกฎหมายอาญา ม.254 อ้างฎีกาที่ 6/2471 การวินิจฉัยว่าบาดแผลจะ+บาดเจ็บหรือไม่ อันเป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้น ต้องคำนึงถึงอาวุธที่จำเลยใช้ทำ …
จำเลยกับพวกไปขอเงินเจ้าทุกข์ ๆ ไม่ให้ จำเลยกับพวกก็เข้าทำร้ายเจ้าทุกข์+บาดเจ็บ ทันใดนั้นมีผู้อื่นมาพบเห็นเข้าจึงออกเงินให้จำเลยกับพวกไปดังนี้จำเลยมีผิดฐานพยายามชิง ทรัพย์ไม่ใช่ฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพ ศาลชั้นต้นลงโทษตาม ม.299 จ …
เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าได้มีการสมัครใจวิวาททำร้ายร่างกายกัน แม้จำเลยที่รับสารภาพและศาลชั้นต้นลงโทษ จะมิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมา ศาลก็ปล่อยจำเลยที่รับสารภาพนั้นได้ คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยหลายฐาน เมื่อศาลชั้นต้นยกข้อหาฐานใดแ …
ชายลักพาหญิงอายุ 18 ปีซึ่งมีผู้ปกครองไปอยู่กินด้วยกันอย่างสามีภรรยา มิได้มีการไป+มาและมิได้จดทะเบียนสมรสดังนี้ ไม่เป็นสามีภรรยากันได้ตามกฎหมายแพ่ง จำเลยต้องหาเป็นความอาญาว่าฉุดคร่าอนาจารหญิง จำเลยต่อสู้ว่าหญิงเป็นภรรยาตน การวินิจฉ …
+ใจวิวาทต่อสู้กันจะลงโทษ อ้างฎีกาที่ 972/2478 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทาจำเลยตามมาตรา 256 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยทำร้ายเจ้าทุกข์ไม่ถึงบาดเจ็บ ซึ่งศาลชั้นต้นลงโทษตาม ม.338(3) ของศาลอุทธรณ์ยกฟ้องนั้น โจทก์หาข้อเท็จจริงตามความผิ …
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย 2 กะทงตามกฎหมายอาญามาตรา 254 และ 256 ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามฟ้องโจทก์จำคุกรวม 2 กะทง 3 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษจำเลย 2 กะทงตาม ม.254 และ 338(3) จำคุก 7 เดือนดังนี้โจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงขอให้ลงโทษจำเลยในความผ …
ฟ้องว่าจำเลยขับรถผิดทาง เป็นเหตุให้ชนเชือกผู้โดยสานรับบาดเจ็บขอให้ลงโทษตาม ม.338(2) ดังนี้ ถือว่าฟ้องไม่ระบุความผิดตามมาตรา 338 ข้อ 2 จะลงโทษจำเลยตามมาตรานี้ไม่ได้ การแปลฟ้องนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย
+เท้าเตะเขาโดยไม่ปรากฎว่ามีการวิวาทหรือสมัคร์ใจวิวาททำร้ายกันมา+ต้น เรียกว่าเป็นกิริยาบังอาจต้องมีความผิดตามมาตราข้างต้น
ศาลชั้นต้นปรับ 50 บาทตาม ม.338 (2) แห่งกฎหมายอาญา ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตาม ม.252 จำคุก 2 ปีดังนี้ เป็นแก้มากฎีกาในข้อเท็จจริงได้
พฤตติการณ์ที่ไม่ถือว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายเขาบาดเจ็บสาหัสประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.218 แก้มาก ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยตาม ม.256 มีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตาม ม.338 (3) 1 เดือนดังนี้ เป็นการแก้มาก ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
สมัคร์ใจวิวาทต่อสู้กันไม่เป็นผิดตาม ม. 338(3)
มีคนมารื้อกะท่อม ห้ามก็ไม่ฟัง จึงใช้มีดฟันดังนี้ เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ แย่งมีดเขาเพื่อการทำร้ายนั้น ถ้ามีดบาดเขามีบาดเจ็บ ต้องมีผิด ตาม ม.254
ยกฟ้อง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
ฟ้องขอให้ลงโทษฐานปล่อยนักโทษหนีโดยเจตนา พิจารณาได้ความนักโทษหนีโดยความประมาทของจำเลยดังนี้ ลงโทษจำเลยมิได้
จำเลยยื่นอุทธรณ์ย่อแม้จะได้ยื่นแถลงการณ์โดยพิศดารภายในอายุความอุทธรณ์ก็ตาม มิทำให้อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ที่พึ่งรับไว้พิจารณาได้
+ซึ่งเดินอยู่ในทางของรถดับเพลิงที่กำลังใช้แตรเสียงครวญครางจะต้องหลบให้ทางแก่รถดับเพลิงคันนั้น หากแม่หลบให้ทางและเกิดชนกันขึ้น ผู้ขับจะต้องมีผิดตาม ม.26-33 แห่งพ.ร.บ.จราจรทางบก ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ม.12 ยังมิเกิดมีขึ้นจนกว่าเจ้าพ …