จำเลยขุดคันนาของผู้เสียหายเป็นเหตุให้น้ำไหลออกจากนาของผู้เสียหายเพื่อประโยชน์ในการดักปลา. ย่อมเป็นผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ไม่ใช่ลักทรัพย์. ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 27-28/2485.
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
โจทก์ฟ้องว่าซื้อที่จำเลยและครอบครองมา 10 ปีเศษ.จำเลยต่อสู้ว่ามิได้ขาย. แต่ได้ตกลงว่าโจทก์ทำนาได้เท่าใดต้องแบ่งครึ่ง. เช่นนี้เป็นหน้าที่จำเลยต้องนำสืบ.
กดหมายสันนิถานว่า ผู้ไดครอบครองทรัพย์นั้นหยู่ย่อมเปนของผู้นั้น ฉนั้นเมื่อมีผู้กล่าวอ้างว่าทรัพย์นั้นเปนของตน ก็มีหน้าที่ต้องนำสืบหักล้างข้อสันนิถานนั้น
ที่ดินมีโฉนด ผู้มีชื่อในโฉนดย่อมเป็นเจ้าของที่ดินนั้น.ผู้ใดกล่าวอ้างว่าที่ดินนั้นเป็นของตน ย่อมมีหน้าที่นำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานนั้น.
ไบเหยียบย่ำซึ่งออกทับที่ที่เขาครอบครองหยู่ก่อนย่อมไม่มีสิทธิดีกว่าผู้ครอบครอง
จำเลยถือสิทธิเข้าครอบครองไนที่รายพิพาทพายหลังที่ฝ่ายโจทได้ร้องขอไห้ทางอำเพอออกไบเหยียบย่ำแล้วเช่นนี้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้ไช้สิทธิโดยไม่สุจริต
ผู้ขอจับจองที่ดินและมีไบเหยียบย่ำเปนหลักถานย่อมมีสิทธิที่เข้าครอบครองดีกว่าผู้ที่เข้าครอบครองพายหลังโดยพลการและไช้สิทธิโดยไม่สุจริต อ้างดีกาที่ 178/2485
โฉนดมีชื่อใครเป็นเจ้าของผู้ใดจะมาโต้แย้งว่าผู้ที่มีชื่อในโฉนดมิใช่เจ้าของอันแท้จริง ผู้นั้นต้องมีหน้าที่นำสืบให้สมข้ออ้างของตน นำพะยานหลักฐานมาสืลเพื่อแสดงให้เห็นความเป็นมาดังกล่าวไว้ในคำให้การไม่เป็นการนอกประเด็น ฎีกาอุทธรณ์ ประม …