ทำหนังสือสำคัญปลอมไปเบิกเงินจากรัฐบาลมีผิด 2 กะทง คือ ฐานปลอมหนังสือกับฐานฉ้อโกง วิธีพิจารณาอาญาจำเลยเคยรับราชการมาตั้ง 26 ปี นับว่ามีคุณความดี ควรได้รับปราณีลดโทษ จำเลยได้รับอาญาจำคุกไม่ถึงปี ศาลอาจรอการลงอาญาไว้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ผู้ที่ได้รับลายมือของเขาไว้สำหรับการอย่างหนึ่ง กลับไปตรอกข้อความว่าผู้มอบลายมือให้การรับคดีที่ถูกฟ้องดังนี้ มีผิดตามมาตรา 315 ข้างต้น เทียบฎีกาที่ 824/72 วิธีพิจารณาอาญาฟ้องขอให้ลงโทษตาม ม.304 ศาลลงโทษตาม ม.315 ได้ เทียบฎีกาที่ 53 …
เจ้าพนักงานตำบลหนึ่งไปทำผิดในตำบลอื่น ไม่เข้ามาตรานี้ พ.ร.บ. ปกครองท้องที่กำนันตำบลหนึ่งไปขู่เอาเงินเขาอีกตำบลหนึ่ง ไม่เรียกว่าเปนเจ้าพนักงานกระทำผิด วิธีพิจารณาอาชญา โจทก์อ้าง ม.304 มาในฟ้องแต่ไม่เถียงชั้นฎีกา ศาลไม่วินิจฉัยถึง
ฟ้องทางอาชญาต้องกล่าวความให้ชัดเจน จะกล่าวในฟ้องเปนทางแพ่งไม่ได้ศาลโปริสภารับฟ้องอาชญาแล้ว ตามระเบียบต้องฟังหลักฐานโจทก์ ตัวการตัวแทน ตัวแทนเปนผู้รับเงินจะฟ้องตัวการให้ผิดทางอาชญาไม่ได้ เมื่อไม่ปรากฎว่าสมคบกันทุจจริต
ตกลงกันจะจำนองที่ดีครั้นมาทำสัญญาจำนองกลับเอาโฉนดสวนที่เลวมาจำนองดังนี้ มีผิดตามกฎหมายข้างบน
ฟ้องตัดสินคดี ที่จะลงโทษจำเลยฐานฉ้อได้ต่อเมื่อปรากฏในฟ้องว่าจำเลยได้หลอกลวง
ให้เงินค่าไถ่โคเขาไปโดยรู้แล้วว่าเขาเปนคนลัก ยังไม่เปนผิดฐานฉ้อ
หลอกให้เขาลงลายมือในหนังสือสัญญากู้ที่มีจำนวนเงินเกินจากความจริงมีผิดฐานฉ้อ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ม.3 ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้ง 2 ตัดสินยืนกันมาฎีกาไม่ได้
เจ้าพนักงานทำใบสำคัญแลให้ผู้รับจ้างลงพิมพ์ลายมือแล้วนำไปเบิกจากคลังเกินกว่าค่าจ้างที่ได้จ่ายไปจริง ยังไม่มีผิดฐานปลอมหนังสือ แต่มีผิดฐานฉ้อโกง เทียบฎีกาที่ 275/61 ปัญหากฎหมาย
พูดโดยเชื่อถ้อยคำของผู้อื่นไม่เรียกว่าทุจริตหลอกลวง วิธีพิจารณาอาญา อายุความ หน้าที่โจทก์ต้องสืบว่าคดีไม่ขาดอายุความ
พูดหลอกให้เขาส่งเงินให้แก่ตนว่าจะเอาไปขอจับจองที่ดินให้แล้วเอาเปนประโยชน์ตนเสีย มีผิดฐานฉ้อโกง
อย่างไรเรียกว่าหนังสือสำคัญในราชการ ใบเสร็จรับเงินค่าพาหนะเดิรทางไม่ใช่หนังสือสำคัญในราชการ วิธีพิจารณาอาญา รอการลงอาญาหรือไม่ อยู่ในดุลยพินิจของศาล,ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์
ทำใบมอบฉันทะปลอมความผิดฐานปลอมหนังสือไม่มีการทุจจริตก็เปนผิด,ความผิดฐานฉ้อโกงต้องมีเจตนาทุจจริต จึงจะเปนผิด
เอาของเก๊ไปหลอกให้เขาส่งทรัพย์
ปลอมชื่อผู้รับธนาณัติไปรับเงินเอาเปนประโยชน์ส่วนตัวมีผิด 2 กะทง เทียบฎีกาที่ 454/60
ใช้ธนบัตร์ปลอมไปไถ่ของมีผิดกะทงเดียว
วิธี พิจารณาอาญา ฟ้องว่ายักยอก จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ
ในคดีเรื่องนี้โจทก์ ๒ คนต่างฟ้องจำเลยเปน ๒ สำนวน ในสำนวนหนึ่งศาลล่างทั้ง ๒ ตัดสินต้องกันว่านายสิลาจำเลยมีผิดตามมาตรา ๓๐๔ ให้ลงโทษ ๑ ปี เพราะฉะนั้นในสำนวนนี้นายสิลา จำเลยฎีกาไม่ได้ ต้องบทห้ามตามพระราชบัญญัติฎีกาอุทธรณ์มาตรา ๓ ในอีก …
ใช้เงินปลอมซื้อเข้าผิด 2 บท ลงบทหนักบทเดียว
ปัญหาที่ว่าจำเลยจะผิดกฎหมายบทใดนั้นฎีกาได้