ฎีกาว่าฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายว่าจำเลยกระทำโดยมีเจตนาแม้จำเลยจะให้การรับสารภาพตามฟ้องก็จะฟังเลยไปว่าจำเลยได้กระทำโดยเจตนาไม่ได้เป็นข้อกฎหมายซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาก็เป็นประโยชน์แก่จำเลย จึงถื …
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ฎีกาว่าทรัพย์ของกลางเป็นทรัพย์มีไว้เป็นความผิด หรือได้มาจากการกระทำผิด หรือใช้ในการกระทำผิด จึงเป็นทรัพย์จะต้องริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,33 นั้น เป็นฎีกาในข้อกฎหมาย
คดีความผิดต่อส่วนตัว โจทก์ขอถอนฟ้องระหว่างคดีอยู่ในระยะเวลาที่จะฎีกาได้ คดียังไม่ถึงที่สุด เมื่อจำเลยไม่คัดค้านศาลฎีกาอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้
ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดให้อำนาจศาลฎีกาที่จะเรียกโจทก์มาสอบถามเพื่อตกลงยอมความกับจำเลย
ในคดีความผิดอันยอมความได้ภายหลังที่คดีถึงที่สุดแล้วไม่มีเหตุที่ศาลจะเรียกโจทก์มารับเงินหรือสั่งให้โจทก์ตกลงตามที่จำเลยประสงค์ได้
คดีอาญาซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัวจำเลยเคยยื่นฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาแต่จำเลยไม่ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลฎีกาภายใน 15 วัน คดีจึงถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 ประกอ …
จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2525 โดยมีคำรับรองไว้ในท้ายฎีกาว่าจำเลยรอฟังคำสั่งอยู่ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในวันเดียวกันนั้นเอง ต้องถือว่าจำเลยทราบคำสั่งในวันที่2 กันยายน 2525 นั้นแล้ว การที …
คดีอาญาที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยเพราะเป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันไม่เชื่อว่าจำเลยเก็บอาวุธปืนของกลางได้และตั้งใจนำไปมอบให้เจ้าพนักงานจำเลยฎีกาว่าจำเลยเก็บอาวุธปืนของกลางได้จากริมถนนและตั้งใจนำไปมอบให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจจำเลยไม่มีความผิดเป็นฎีกาโต้เถ …
ฎีกาของจำเลยในข้อที่ว่า การกระทำของจำเลยขาดเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบของคดีและในข้อที่ว่าความผิดตาม มาตรา 362 เป็นการกระทำตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน แม้ศาลจะฟังว่าเป็นความผิด จำเลย ไม่ต้องรับโทษนั้น เป็นฎ …
คดีอาญาที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง เมื่อฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกา
ฎีกาของโจทก์ในปัญหาที่ว่า การกระทำของจำเลยมีเจตนาทุจริตอันเป็นการกระทำผิดทางอาญาหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง
ฎีกาว่าได้ออกเช็คพิพาทเป็นประกันค่าสินค้าที่รับมาจำหน่าย และได้ชำระเงินตามเช็คพิพาทไปแล้วเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
ข้อฎีกาที่ว่า การกระทำของจำเลยเข้าลักษณะเป็นตัวการกระทำความผิดร่วมหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายส่วนฎีกาที่ว่า ปลัดอำเภออาวุโสมีอำนาจลงชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ก็ไม่ใช่เหตุที่จะทำให้จำเลยพ้นผิด จึงเป็นฎีกาที่ไม่มีสาระแก่คดีอ …
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมาย จึงไม่ต้องห้ามโจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกจำเลย 9 เดือน ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218
ข้อฎีกาที่ว่า การที่จำเลยกับพวกทำการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินที่โจทก์เช่าจากจำเลยไปจากที่ตั้งตามที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าทรัพย์สินดังกล่าว จะเป็นการเข้าไปกระทำการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุขหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
ข้อฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 วรรคสาม ซึ่งโทษหนักกว่าวรรคสองดังที่ศาลชั้นต้นลงโทษนั้น เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยโดยโจทก์มิได้อุทธรณ์อันเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอ …
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกและปรับ โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้เป็นว่าไม่รอการลงโทษและไม่ลงโทษปรับแต่โทษจำคุกไม่เกินกำหนด 1ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ตรี