ฎีกาของจำเลยที่ว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับฟ้องนั้น เมื่อจำเลยยังเกี่ยงข้อเท็จจริงนี้อยู่จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อที่ว่าเมื่อไม่มีประจักษ์พยานโจทก์ระบุว่าจำเลยไปในกลุ่มของจำเลยอื่นทั้งก่อนและขณะเกิดเหตุ …
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยและพิพากษาขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวน เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218
ฎีกาว่าเอกสารที่ผู้เสียหายรับมาอ่านเพียงเล็กน้อยยังไม่ทราบข้อความโดยตลอดจะถือว่าผู้เสียหายได้รับการขู่เข็ญจากจำเลยไม่ได้ ดังนี้ เป็นการโต้เถียงว่าจำเลยไม่ได้ขู่เข็ญผู้เสียหายจึงไม่มีเจตนากระทำผิด เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงต้องห้าม …
เมื่อข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังได้แน่ชัดว่าจำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ.2478 การที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยจะเป็นผู้อยู่ในวงเล่นการพนันตามข้อสันนิษฐานของพระราชบัญญัติการพนัน มาตรา 6 หรือไม่นั้นจึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
ในความผิดฐานรับของโจรปัญหาที่ว่าจำเลยรู้หรือไม่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยกระทำผิดเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
กฎหมายมิได้บังคับว่าศาลจะต้องอ่านคำพิพากษาให้จำเลยทุกคนฟังพร้อมกัน เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยคนใดฟังและจำเลยคนนั้นมิได้ฎีกาภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ฟังก็ย่อมไม่มีสิทธิ …
ฎีกาว่าการกระทำป้องกันตัวของจำเลยพอสมควรแก่เหตุหรือไม่เอกสารเป็นเอกสารราชการหรือไม่เมื่อไม่นำพยานบุคคลมาสืบประกอบน่าจะรับฟังเอกสารดังกล่าว และโจทก์ไม่นำสืบให้เห็นว่าใบหน้าผู้เสียหายเสียโฉมที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษฐานนี้จึงไม่ชอบเป็นฎีกาใ …
จำเลยฎีกาว่า ความผิดฐานใช้เอกสารปลอมเมื่อจำเลยไม่ทราบว่าเป็นเอกสารปลอมและข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบยังฟังไม่ได้ว่าเป็นเอกสารปลอม เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริง และข้อที่ศาลรับฟังคำเบิกความที่พยานบอกเล่า และเป็นคำเบิกความของจำเลยซัดทอดกั …
ฎีกาขอให้รอการลงโทษเป็นฎีกาดุลพินิจของศาล เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219
จำเลยฎีกาว่า ประจักษ์พยานโจทก์เป็นพยานที่ผู้เสียหายและสามีจ้างวานจึงเป็นพยานเท็จ การที่โจทก์นำสืบพยานเท็จเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และข้อที่ว่า คำให้การของผู้เสียหายแตกต่างกับคำเบิกความในชั้นศาล เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการชั่งน้ำหนัก …
การที่จำเลยฎีกาว่าทำร้ายผู้เสียหายเพราะผู้เสียหายทำร้ายบิดาจำเลย เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง แต่มิได้ยกขึ้นว่าในศาลชั้นต้น จึงไม่มีข้อเท็จจริงจะนำมาวินิจฉัยข้อกฎหมายของจำเลยที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะหรือไม่ ข้อกฎหมา …
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงว่า ฟังไม่ได้ว่าคำเบิกความของจำเลยเป็นเท็จโจทก์ฎีกาว่าตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบในชั้นไต่สวนนั้นฟังได้ว่าคดีมีมูลจึงเป็นการโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาส่วนฎีกา …
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงเป็นอย่างเดียวกันว่า จำเลยออกเช็คโดยไม่มีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คและการที่จำเลยห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คนั้นเป็นการขาดเจตนาทุจริต จำเลยไม่มีความผิดดังฟ้ …
คดีอาญาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนลงโทษจำคุกจำเลย 2 เดือนฐานยักยอก โดยฟังว่าจำเลยได้เบียดบังยักยอกเงินของโจทก์ร่วมไปจริงตามฟ้อง และข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นอันยุติเพราะจำเลยมิได้อุทธรณ์ในข้อนี้อีกทั้งศาลอุทธรณ์ยังฟังว่าโจทก์ร่วมได้ทราบถ …
ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงโจทก์จึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ที่โจทก์ฎีกาว่าเมื่อฟ้องถูกต้องตามกฎหมายแล้วศาลต้องไต่สวนมูลฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 162 นั้น เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี …
การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานว่าควรเชื่ออย่างใดนั้นเป็นดุลพินิจของศาลในข้อเท็จจริง จำเลยมิได้ฎีกาว่าศาลล่างรับฟังพยานหลักฐานผิดจากสำนวนหรือขัดต่อกฎหมายประการใด แต่ฎีกาว่าพยานโจทก์มีพฤติการณ์ไม่ควรเชื่อจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จ …
คดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยที่ยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ยืนตามศาลชั้นต้นโดยอาศัยข้อเท็จจริง แม้ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาจะแตกต่างจากศาลชั้นต้นก็ตามก็ยังเป็นการยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงนั่นเอง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงและข้อที่โจทก์ฎีกาว่าที่ศาลอุ …
ข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่า ที่จำเลยไม่หยุดช่วยเหลืออาจจะเป็นเพราะความตกใจซึ่งจำเลยอาจไม่เคยประสบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนเท่านั้นที่ไม่ปรากฏในสำนวนแต่เหตุสำคัญที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจรอการลงโทษอยู่ที่จำเลยเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงาน …
ฎีกาว่าเทศมนตรีท่านหนึ่งรับคอมมิชชั่นจากพ่อค้ามาแล้วไม่มีในหนังสือของน.ที่ร้องเรียนต่อนายกเทศมนตรีเมืองพิษณุโลก จำเลยได้บิดเบือนหรือกุข่าวขึ้นเองมิใช่เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือแสดงข้อความโดยสุจริต ซึ่งทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เ …