คำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นซึ่งสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ซึ่งระบุว่าร้องอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์และขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งรับฎีกาของโจทก์ด้วยนั้น แม้ตามกฎหมายต้องร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาเมื่อศาลชั้นต้นได้รับคำร้องนี้ส่งมาให้ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว …
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
คดีที่จำเลยขอยื่นฟ้องฎีกาอย่างคนอนาถานั้นเมื่อปรากฏว่าคดีไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะฎีกาได้ ศาลมีอำนาจสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถาโดยไม่ต้องพิจารณาเรื่องทรัพย์สินของจำเลยได้
คดีนี้โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยส่งเรือซึ่งจำเลยเช่าไปคืนหรือให้ใช้ราคาเรือพร้อมค่าอุปกรณ์ ค่าเช่าเรือซึ่งมีทุนทรัพย์ตามฟ้องในราคา 28,977 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเช่าเรือพิพาทที่ค้างชำระอยู่ 1 เดือน …
คดีพิพาทกันด้วยเรื่องกรรมสิทธิที่ดินราคาสำนวนละ 1,000 บาท แม้โจทก์จะขอให้ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องมาด้วยก็ดีคำขอนี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำขอให้แสดงกรรมสิทธิที่ดินนั้นเอง จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 5,000 บาท เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน …
คดีที่มีทุนทรัพย์ที่พิพาท 2,000 บาทและศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในข้อเท็จจริงว่า พยานจำเลยที่นำสืบยังไม่พอฟังว่าโจทก์กับสามีโจทก์ได้ครอบครองโดยอาศัยจำเลย จึงพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากนาพิพาททั้ง 2แปลงนั้น ต้องห้าม …
คำสั่งศาลชั้นต้นซึ่งสั่งไม่รับฎีกา ต้องอุทธรณ์ภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234
ถ้าเดิมโจทก์ฟ้องว่าหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหาย 200,000 บาทแต่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ค่าเสียหายเพียง 10,000 บาท แม้โจทก์จะอุทธรณ์ฎีกาให้ย้อนสำนวนไปสืบเรื่องความเสียหายเกี่ยวกับเกียรติคุณของโจทก์ ส่วนค่าเสียหายโจทก์ไม่เรียกร้องเกินกว่าท …
การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นเป็นการผิดถูกชอบหรือไม่นั้น เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลอุทธรณ์มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เองโดยคู่ความมิต้องอุทธรณ์ แม้ทนายจำเลยจะทำยอมความในศาลโดยบกพร่องในอำนาจก็ตามหากศ …
ศาลอาจพิจารณาแต่คำฟ้องอย่างเดียว เมื่อเห็นว่าเป็นคดีมโนสาเร่ ก็ออกหมายเรียกจำเลยอย่างคดีมโนสาเร่ได้ทีเดียว ยังไม่ต้องพิจารณาคำแก้คดีด้วย ฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากที่ดินอันมีค่าเช่าไม่เกินเดือนละ 500 บาท การที่โจทก์ขอให้บังคับให้จำเล …
เดิมที่พิพาทเป็นของกรมชลประทานโจทก์ จำเลยเช่าที่นี้จากโจทก์เพื่อปลูกสร้างอาคาร ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2486 มีพระราชบัญญัติออกมาเวนคืนที่ดินเพื่อขยายทาวหลวง ที่พิพาทบางส่วนถูกเวนคืนตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย แต่เรือนโรงของจำเลยก็ยังคงปลูกอยู …
จำเลยเช่าห้องโจทก์โดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ และไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ เมื่อโจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกจากห้องเช่า จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงฟ้องขับไล่อ้างว่าจำเลยอาศัย ดังนี้ จำเลยจะอ้างการเช่ามาต่อสู้โจทก์ไม …
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าจำเลยให้การว่าจำเลยเช่าห้องของโจทก์จริง โดยมิได้ยกข้อต่อสู้ว่าจำเลยมีสิทธิจะอยู่ในห้องเช่าต่อไป ทั้งมิได้ต่อสู้ว่าโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยไม่ได้ แต่จำเลยฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชดใช้เงินค่าก่อสร้างเพิ่มเติม …
(1) ในกรณีที่คู่ความทำสัญญาซื้อขายของและฝ่ายหนึ่งต่อสู้ว่าได้แปลงหนี้ แต่นำสืบได้เพียงว่า อีกฝ่ายหนึ่งได้พูดว่าให้หาเงินมาให้เร็ว ถ้าช้าจะคิดดอกเบี้ยบ้าง นั้นตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรคสองยังไม่ได้เป็นหลักฐานมั …
(1) เดิมจำเลยทำงานอยู่ที่แห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี และโจทก์ได้ฟ้องอ้างถิ่นที่อยู่แห่งนี้และเจ้าพนักงานศาลก็นำหมายเรียกและสำเนาฟ้องส่งแก่จำเลย ณ ที่นี้และพบจำเลยๆ ไม่ยอมรับเจ้าพนักงานจึงวางหมายไว้ถือว่าได้ส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องโด …
การที่ทนายของโจทก์ในคดีเดิมใช้สิทธิขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์ในคดีอื่นกระทำได้โดยไม่ต้องแต่งทนายเข้ามาในคดีที่เข้าขอส่วนเฉลี่ยนั้นอีก
ยาที่โจทก์จำเลยผลิตขึ้นเป็นยารักษาโรคอย่างเดียวกันบรรจุด้วยซองกระดาษขนาดเดียวกัน มีคำอธิบายสรรพคุณและวิธีใช้เป็นภาษาไทย และภาษาจีนทำนองเดียวกัน โจทก์เพียงแต่แก้ชื่อยาเพียงตัวเดียว คือ คำว่า 'วิ'เป็น'พ' อ่านแล้วคงเป็นว่า 'วิเศษ'กับ …
จำเลยเป็นหนี้โจทก์ 2 จำนวน โจทก์เคยฟ้องจำเลยให้ล้มละลายในหนี้จำนวนหนึ่งแล้ว แต่โจทก์ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ทั้ง 2 จำนวนในกำหนด ศาลจึงสั่งยกเลิกการล้มละลายเสีย ดังนี้ โจทก์จะเอาหนี้ 2 จำนวนนั้นมาฟ้องล้มละลายอีกไม่ได้ เพราะถ้ายอมใ …
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เกิดในประเทศไทย มีสัญชาติไทย ต่อมาได้ไปประเทศจีนแล้วเดินทางกลับมา กองตรวจคนเข้าเมืองให้อยู่ในประเทศไทยได้ภายในเวลาจำกัด โจทก์ร้องขอพิสูจน์สัญชาติว่าเป็นคนไทยต่อกองตรวจคนเข้าเมือง อธิบดีกรมตำรวจสั่งระงับการพิสูจน์ส …
จำเลยทำยอมชำระเงินแก่โจทก์ในศาล โดยมีผู้ร้องเป็นผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ตามยอมนั้นด้วย ดังนี้ หากจำเลยไม่ชำระหนี้ตามยอม โจทก์ย่อมบังคับยึดทรัพย์ของผู้ร้องชำระหนี้ได้
โจทก์ร้องคัดค้านในคดีก่อนซึ่งจำเลยทั้งสองเป็นคู่ความกันอยู่แล้ว และคดีนั้นก็กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล เช่นนี้ โจทก์จะนำมูลกรณีเรื่องเดียวกันนั้นมาฟ้องจำเลยในคดีใหม่อีกไม่ได้