Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 998/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ก่อนสืบพยานคู่ความแถลงร่วมกันว่าหากเสียงส่วนใหญ่ของผู้จัดการมรดกซึ่งมีอยู่ 5 คนรวมทั้งคู่ความยอมตกลงจ่ายเงินมรดกให้แก่โจทก์ตามจำนวนที่โจทก์ฟ้อง จำเลยทั้งสองก็ยอมจ่ายให้และ โจทก์ไม่ติดใจเรียกดอกเบี้ย ดังนี้ ถือได้ว่ามีลักษณะเป็นคำท้าหรือมีการตกลงกันในประเด็นแห่งคดีโดยมิได้มีการถอนฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 เมื่อปรากฏว่า ผู้จัดการมรดกเสียงข้างมากยอมตกลงจ่ายเงินมรดกให้โจทก์ เงื่อนไข จึงสำเร็จครบถ้วนตามข้อตกลง ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องพิพากษา ให้เป็นไปตามข้อตกลงนั้น การที่ศาลชั้นต้นยังไกล่เกลี่ยคู่ความ ให้ตกลงกันและดำเนินการสืบพยานโจทก์ไปอีกเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณา ที่ขัดต่อบทกฎหมายดังกล่าว จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลย่อมมีอำนาจ เพิกถอนกระบวนพิจารณานั้นได้และพิพากษาให้เป็นไปตามที่ตกลงท้ากัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นทายาทร้อยเอกหลวงไวรณการ จำเลยที่ 1ที่ 2 กับโจทก์และบุคคลอื่นรวม 5 คน เป็นผู้จัดการมรดกร้อยเอกหลวงไวรณการ จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นผู้เก็บรักษารับจ่ายเงินกองมรดกซึ่งฝากไว้กับธนาคารจำเลยที่ 3 คณะผู้จัดการมรดกได้ตกลงเรื่องการเงิน คงเหลือส่วนที่โจทก์จะได้รับอีก 9,429.32 บาท แต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่จ่ายให้โจทก์ โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 233 ฟ้องเรียกร้องจากจำเลยที่ 3 ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ที่ 2 สั่งจ่ายเงินในบัญชีเงินฝากกองมรดกให้โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ยอมสั่งจ่ายให้จำเลยที่ 3 เป็นผู้จ่ายเงินดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยศาลชั้นต้นสั่งรับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 2 พิพากษายกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่ามติที่ประชุมคณะผู้จัดการมรดกไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ผูกพันจำเลยที่ 1 ที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 สั่งจ่ายเงินในบัญชีเงินฝากกองมรดกหลวงไวรณการ จำนวน 9,429.32 บาท แก่โจทก์จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องพิจารณาในเบื้องแรกเสียก่อนว่า คดีนี้มีการตกลงกันในประเด็นแห่งคดีซึ่งศาลต้องพิพากษาให้เป็นไปตามนั้น หรือต้องพิพากษาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางนำสืบของคู่ความซึ่งปัญหานี้ปรากฏในสำนวนว่าก่อนมีการสืบพยานศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 23 กันยายน 2526 ว่าคู่ความแถลงร่วมกันว่า หากเสียงส่วนใหญ่ของผู้จัดการมรดกซึ่งมีอยู่ 5 คนรวมทั้งคู่ความยอมตกลงจ่ายเงินมรดกให้แก่โจทก์ตามจำนวนที่โจทก์ฟ้อง จำเลยทั้งสองก็ยอมจ่ายให้ และเมื่อจำเลยยอมจ่ายให้โจทก์ก็ไม่ติดใจเรียกดอกเบี้ย

คู่ความแถลงเพิ่มเติมอีกว่า วันนี้นายเล็ก ไวทยานุวัตติ ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกคนหนึ่งได้มาศาลด้วยศาลได้สอบถามนายเล็ก นายเล็กไม่ขัดข้องที่จะให้จ่ายเงินให้แก่โจทก์ โจทก์แถลงว่า โจทก์จะมีหนังสือเชิญนายกฤตย์ผู้จัดการมรดกอีกคนมาศาลในนัดหน้าด้วย และให้แจ้งนายกฤตย์ไปด้วยว่า หากไม่มาศาลตามวันที่ศาลนัดพร้อม ถือว่าไม่ค้าน จึงให้นัดพร้อมในวันที่ 21 ตุลาคม 2526 เวลา 8.30 นาฬิกา เมื่อถึงวันนัดศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 21 ตุลาคม 2526ว่า นัดสืบพยานโจทก์วันนี้ ก่อนสืบพยานโจทก์ นายกฤตย์ไวทยานุวัตติ ผู้จัดการมรดกคนหนึ่งของผู้ตายมาศาลพร้อมกับยื่นคำแถลงว่า ไม่คัดค้านที่กองมรดกของผู้ตายโดยจำเลยที่ 1 ที่ 2จะจ่ายเงินให้โจทก์ตามฟ้อง

ศาลได้ไกล่เกลี่ยให้คู่ความตกลงกันฝ่ายจำเลยทั้งสองยอมชำระเงินตามฟ้องให้โจทก์ แต่วันนี้ไม่มีเงินสดหรือเช็คมา โจทก์จึงขอให้ฝ่ายจำเลยนำเงินสดมาชำระหรือออกเช็คให้แล้วโจทก์จะถอนฟ้อง คู่ความขอให้สืบพยานไปก่อนโดยจำเลยทั้งสองรับว่า ในนัดหน้าจะนำเงินสดเท่าที่โจทก์เรียกร้อง หรือออกเช็คสั่งจ่ายเงินเท่ากับจำนวนเงินที่โจทก์เรียกร้องมามอบให้โจทก์โจทก์สืบพยานได้ 2 ปาก แล้วแถลงหมดพยานบุคคล แต่ยังติดใจอ้างเอกสารอีก 2 ฉบับ ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 12 ธันวาคม2526 เวลา 9 นาฬิกา วันที่ 26 ตุลาคม 2526 โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งศาลและการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่21 ตุลาคม 2526 ว่า ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 138 ซึ่งในวันนั้นนายกฤตย์ผู้จัดการมรดกอีกคนหนึ่งยื่นคำแถลงไม่คัดค้านแล้วศาลต้องพิพากษาไปตามประเด็นคำท้าจะย้อนไปดำเนินกระบวนพิจารณาตามประเด็นข้อพิพาทอีกไม่ได้

ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องคัดค้านของโจทก์แล้วดำเนินการสืบพยานจำเลยต่อไปในวันที่ 12 ธันวาคม 2526 แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นที่หยิบยกขึ้นมาดังกล่าวฉบับแรก มีข้อความว่า หากผู้จัดการมรดกเสียงข้างมากคือตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ยอมจ่ายเงินจากกองมรดกให้โจทก์จำเลยทั้งสองก็ยอมจ่ายให้หรืออีกนัยหนึ่งจำเลยยอมแพ้นั่นเองจึงมีลักษณะเป็นคำท้า หรือเรียกได้ว่ามีการตกลงกันในประเด็นแห่งคดีโดยมิได้มีการถอนฟ้อง และข้อตกลงนั้นไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายตรงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 แล้ว และต่อมาปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับหลังว่า นายกฤตย์ผู้จัดการมรดกอีกคนหนึ่งได้ยื่นคำแถลงไม่คัดค้านในการจ่ายเงินมรดกให้โจทก์จึงครบ 3 คนเป็นเสียงข้างมากในคณะผู้จัดการมรดกแล้ว

แม้จะมีข้อความต่อมาว่า ให้สืบพยานโจทก์ไปก่อนรวมทั้งข้อตกลงที่จะให้โจทก์ถอนฟ้องไปก็ตาม ก็ไม่ทำให้ข้อตกลงหรือคำท้าตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับแรกนั้นยกเลิกไปเพราะศาลชั้นต้นมีหน้าที่จะต้องพิพากษาให้เป็นไปตามข้อตกลงในคำท้านั้นโดยไม่ต้องดำเนินการพิจารณาคดีอย่างใดต่อไปแล้ว เมื่อฟังได้ว่ามีการตกลงกันในประเด็นแห่งคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 และเงื่อนไขสำเร็จครบถ้วนตามข้อตกลงแล้ว ศาลชั้นต้นกลับจดรายงานกระบวนพิจารณาในฉบับหลังว่า วันนี้เป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ทั้ง ๆ ที่เป็นวันนัดพร้อม และเมื่อปรากฏว่า นายกฤตย์ผู้จัดการมรดกอีกคนหนึ่งไม่คัดค้านแล้ว ศาลชั้นต้นก็ยังไกล่เกลี่ยและให้ดำเนินการสืบพยานโจทก์ไปอีก

เช่นนี้ เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาฝ่าฝืนกฎหมายขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 ดังนั้นกระบวนพิจารณาใด ๆ ที่ศาลชั้นต้นดำเนินไปหลังจากเงื่อนไขตามข้อตกลงสำเร็จแล้วจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลย่อมมีอำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณานั้นเสียได้ และต้องพิพากษาให้เป็นไปตามที่ตกลงท้ากัน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีรศักดิ์ กรรณสูต · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3951/2562

โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตกลงท้ากันโดยให้ถือเอาผลคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 26580/2545 ของศาลอาญา เป็นผลแพ้ชนะกันในประเด็นข้อพิพาทคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทำละเมิดต่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2411/2551

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 นำใบแต่งทนายความซึ่งไม่ใช่ลายมือชื่อของโจทก์ไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ 1 โดยตกลงให้โจทก์ชำระหนี้แก่จำเลยที่ 1 โดยโจทก์ไม่เคยแต่งตั้งจำเลยที่ 2 เป็นทนายความ สัญญาประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5196/2550

คู่ความท้ากันว่า หากโจทก์สามารถใช้เครื่องมือกระบอกตั้งระยะชุดป้อนกระดาษของเครื่องพิมพ์ขนาด 102 เซนติเมตร ในการตั้งระยะเครื่องซีดี 74 ตามใบสั่งซ่อมได้ระยะ 45.5 เซนติเมตร หรือ 455 มิลลิเมตร แล้ว จำเลยทั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5784/2550

ทนายความของจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามอำนาจที่ระบุไว้ในใบแต่งทนายความ แม้จะไม่ได้ปรึกษากับจำเลยก่อน ก็ถือว่าเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกระบวนพิจารณามิใช่เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ หากจำเลยซึ่งเป็นตั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4057/2550

คดีเดิมมีประเด็นว่าโจทก์ในคดีนี้ผิดสัญญาเช่าหรือไม่ ส่วนในคดีนี้มีประเด็นว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่หรือไม่ คดีนี้โจทก์อ้างเหตุว่าสัญญาเช่าและสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ผูกพันโจทก์เพราะมีการปลอมเอกสารแล้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้