Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 99281)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมจำเลยจ่ายเงินเดือนให้แก่พนักงานก่อนวันจ่ายเงินเดือนทางราชการ 1 วัน ตามคำสั่ง เรื่อง ระเบียบการจ่ายเงินเดือนพนักงานธนาคารออมสิน ต่อมาจำเลยมีคำสั่งใหม่ ยกเลิกคำสั่งเดิมและกำหนดให้จ่ายเงินเดือนให้แก่พนักงานในวันที่ 25 ของทุกเดือน เงินเดือนที่จำเลยจ่ายให้แก่พนักงานในวันที่ 25 ของแต่ละเดือน จึงเป็นเงินเดือนค่าจ้างสำหรับเดือนนั้น ๆ ทั้งเดือน ไม่ใช่เงินเดือนค่าจ้างเพียงแค่วันที่ 25 ของแต่ละเดือน การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานในปีที่ครบเกษียณอายุของจำเลยที่กำหนดว่า "การเลื่อนขั้นเงินเดือนตามคำสั่งนี้ให้ขึ้นให้ในวันที่ 30 กันยายน ของปีที่พนักงานผู้นั้นครบเกษียณอายุ โดยให้อยู่ในเงื่อนไขที่จะไม่มีการจ่ายเงินเดือนที่เพิ่มให้ และให้นำไปใช้เฉพาะการคำนวณบำเหน็จหรือบำนาญเท่านั้น" มีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานของจำเลยที่ต้องเกษียณอายุได้รับการพิจารณาความดีความชอบในการเลื่อนขั้นเงินเดือนเพียงเพื่อประโยชน์ในอันที่จะได้รับบำเหน็จหรือบำนาญเพิ่มขึ้น โดยให้นำเงินเดือนที่ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นแล้วมาเป็นเกณฑ์คำนวณบำเหน็จหรือบำนาญเท่านั้น เงินที่ได้รับหลังจาก เกษียณอายุแล้วเป็นการจ่ายตอบแทนความชอบที่ได้ปฏิบัติงานมาจนครบเกษียณอายุ ถือไม่ได้ว่าเป็นเงินเดือนค่าจ้าง เพราะมิใช่จ่ายเป็นการตอบแทนการทำงาน การที่โจทก์ฟ้องโดยถือเอาอัตราเงินเดือนที่ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือน ในปีที่ครบเกษียณอายุ มาคำนวณเป็นเงินเพื่อตอบแทนความชอบในการทำงานจึงไม่ถูกต้อง โดยต้องคิดคำนวณจากอัตราเงินเดือนที่ได้รับจริงเมื่อวันที่ 25 กันยายน ดังกล่าว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2534 มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งยี่สิบสามสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์ว่าโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๒๓ ตามลำดับ โจทก์ทั้งยี่สิบสามสำนวนฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินตอบแทนความชอบในการทำงานส่วนที่ขาดให้แก่โจทก์ทั้งยี่สิบสามตามจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินแต่ละจำนวน นับแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๓ สำหรับโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๑๖ และนับแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ สำหรับโจทก์ที่ ๑๗ ถึงที่ ๒๓ จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งยี่สิบสามสำนวนให้การว่า โจทก์ทั้งยี่สิบสามเคยเป็นพนักงานของจำเลยและพ้นจากการเป็นพนักงานเนื่องจากเกษียณอายุ อัตราเงินเดือนที่จำเลยเพิ่มให้อีก ๑ ขั้น ณ วันที่ ๓๐ กันยายน นั้น มิได้มีการจ่ายเงินเดือนให้แก่โจทก์จริง แต่ประการใด ฉะนั้นเงินตอบแทนความชอบในการทำงานของโจทก์ทั้งยี่สิบสามที่จำเลยจ่ายให้โดยคำนวณจากอัตรา เงินเดือนสุดท้ายที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์จริงในวันที่ ๒๕ กันยายน จำนวน ๑๘๐ วัน จึงถูกต้องแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เงินเดือนค่าจ้างอัตราสุดท้ายของโจทก์ทั้งยี่สิบสามตามความในระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๓๔ ข้อ ๔๗ คือ เงินเดือนที่จำเลยจ่ายให้โจทก์ทั้งยี่สิบสามในวันที่ ๒๕ กันยายน ของปีที่แต่ละคนเกษียณอายุ ไม่ใช่เงินเดือนที่จำเลย เลื่อนขั้นเงินเดือนให้โจทก์ทั้งยี่สิบสามคนละ ๑ ขั้น ในวันที่ ๓๐ กันยายน ตามคำสั่ง ๔๗/๒๕๒๓ จำเลยจึงจ่ายเงินตอบแทน ความชอบในการทำงานให้โจทก์ทั้งยี่สิบสามถูกต้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งยี่สิบสามสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานพิเคราะห์แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งยี่สิบสามว่า เงินเดือนค่าจ้างอัตราสุดท้ายตามระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๓๔ ข้อ ๔๗ ของโจทก์ทั้งยี่สิบสามคือเงินเดือนที่จำเลยจ่ายให้โจทก์ทั้งยี่สิบสามในวันที่ ๒๕ กันยายน ของปีที่โจทก์ แต่ละคนเกษียณอายุ หรือเงินเดือนที่จำเลยเลื่อนขั้นเงินเดือนให้โจทก์ทั้งยี่สิบสามคนละ ๑ ขั้น ในวันที่ ๓๐ กันยายน ตามคำสั่ง ๔๗/๒๕๒๓ เห็นว่า เดิมจำเลยจ่ายเงินเดือนพนักงานก่อนวันจ่ายเงินเดือนทางราชการ ๑ วัน ตามคำสั่งที่ ๔/๒๕๐๖ เรื่อง ระเบียบการจ่ายเงินเดือนพนักงานธนาคารออมสิน ต่อมาจำเลยได้มีคำสั่งดังกล่าวและกำหนดให้จ่ายเงินเดือนพนักงานในวันที่ ๒๕ ของทุกเดือน

เงินเดือนที่จำเลยจ่ายให้แก่พนักงานในวันที่ ๒๕ ของแต่ละเดือน จึงเป็นเงินเดือนค่าจ้างสำหรับเดือนนั้น ๆ ทั้งเดือน ไม่ใช่เงินเดือนค่าจ้างเพียงวันที่ ๒๕ ของแต่ละเดือน การที่จำเลยเลื่อนขั้นเงินเดือนให้ โจทก์ทั้งยี่สิบสามคนละ ๑ ขั้น ตามคำสั่ง ๔๗/๒๕๒๓ เรื่อง การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานในปีที่ครบเกษียณอายุ เป็นการเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่พนักงานในปีที่ครบเกษียณอายุเป็นกรณีพิเศษ และคำสั่งดังกล่าวกำหนดว่า "การเลื่อนขั้นเงินเดือนตามคำสั่งนี้ให้ขึ้นให้ในวันที่ ๓๐ กันยายน ของปีที่พนักงานผู้นั้นครบเกษียณอายุ โดยให้อยู่ในเงื่อนไขที่จะไม่มีการจ่ายเงินเดือนที่เพิ่มให้ และให้นำไปใช้เฉพาะการคำนวณบำเหน็จหรือบำนาญเท่านั้น" จึงเห็นได้ว่าคำสั่งของจำเลยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานของจำเลยที่ต้องเกษียณอายุได้รับการพิจารณาความดีความชอบในการเลื่อนขั้นเงินเดือนเพียงเพื่อประโยชน์ในอันที่จะได้รับบำเหน็จหรือบำนาญเท่านั้น

เงินเดือนที่ได้เลื่อนจึงเป็นเพียงสิทธิ ไม่ได้จ่ายเป็นตัวเงิน จึงถือ ไม่ได้ว่าเป็นเงินเดือนค่าจ้าง เพราะคำว่า "เงินเดือนค่าจ้าง" ตามระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๓๔ ข้อ ๓ "หมายความว่า เงินหรือเงินและสิ่งของที่รัฐวิสาหกิจจ่ายให้แก่พนักงานเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน" ซึ่งคำว่า เงินเดือนค่าจ้างอัตราสุดท้ายที่จะนำมาคำนวณเงินเพื่อตอบแทนความชอบในการทำงานตามระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของ สิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๓๔ ข้อ ๔๗ มุ่งหมายถึงเงินเดือนค่าจ้างอัตราสุดท้ายที่พนักงานรัฐวิสาหกิจได้รับตามความเป็นจริง

ดังนั้น ตัวเลขของอัตราเงินเดือนที่จำเลยได้เลื่อนขั้นเงินเดือนให้โจทก์ทั้งยี่สิบสามแล้ว แต่ไม่ได้รับเงินจริง เพียงแต่นำไปใช้คำนวณบำเหน็จหรือบำนาญได้เมื่อเกษียณอายุเท่านั้นจึงไม่ใช่เงินเดือนค่าจ้างอัตรา สุดท้ายที่จะนำมาคำนวณเงินตอบแทนความชอบในการทำงาน ที่จำเลยจ่ายเงินตอบแทนความชอบในการทำงานให้ โจทก์ทั้งยี่สิบสามโดยคิดคำนวณจากอัตราเงินเดือนค่าจ้างที่ได้รับจริงเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ดังกล่าว จึงเป็นการจ่ายที่ ถูกต้องครบถ้วนแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งยี่สิบสามฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัส พวงมณี · มงคล คุปต์กาญจนากุล · หัสดี ไกรทองสุก
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นางณณัฏฐ์ ธีราทรงศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้