Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำฟ้องของลูกจ้างที่กล่าวว่า นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลบังคับ โดยไม่มีความผิดและมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า ทั้งยังไม่จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าเสียหายในกรณีเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับนายจ้างจ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และค่าเสียหายนั้นเป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ ซึ่งเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123 ด้วย เมื่อนายจ้างและลูกจ้างประนีประนอมยอมความกัน โดยลูกจ้างยอมรับค่าชดเชย ค่าครองชีพและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และตกลงยอมสละข้ออ้างและคำขออื่นทั้งหมด จะไม่รื้อร้องฟ้องคดีเกี่ยวกับมูลความเดียวกันนั้นอีก จึงเป็นการตกลงระงับสิทธิของลูกจ้าง ที่จะได้รับค่าเสียหายเนื่องจากโจทก์เลิกจ้างในระหว่างข้อตกลงเกี่ยวกับ สภาพการจ้างยังมีผลใช้บังคับ ลูกจ้างจึงไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหาย จากการกระทำอันไม่เป็นธรรมดังกล่าวอีก แม้ลูกจ้างจะนำคดีเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมมาฟ้องยังศาลแรงงานกลางก่อนยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ อันเป็นการ ข้ามขั้นตอนตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 124 และขัดกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 8 วรรคท้ายก็ตาม แต่เมื่อศาลแรงงานกลาง พิพากษาตามยอมและไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์คดีถึงที่สุดคำพิพากษาตามยอม ย่อมมีผลบังคับและผูกพันคู่ความ คำฟ้องของลูกจ้างที่กล่าวว่า นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า การคำนวณค่าชดเชยไม่ถูกต้องและไม่ยอมจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ขอให้บังคับนายจ้างจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี เป็นการฟ้องบังคับตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานอันเป็นคนละส่วนกับค่าเสียหายที่ลูกจ้างมีสิทธิจะได้รับเมื่อถูกเลิกจ้าง โดยเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมแม้ลูกจ้างจะยอมความกับนายจ้างโดยไม่ติดใจเรียกร้องอะไรต่อกันอีก ก็หมายถึงค่าเสียหายที่เรียกร้องกันได้ในคดีดังกล่าวเท่านั้นหาหมายความถึงค่าเสียหายในกรณีเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมด้วยไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๒๔ นางปลิว เนื้อทองเอม กับพวกรวม ๘ คนผู้กล่าวหา ได้ยื่นคำร้องต่อจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๑ ซึ่งเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ว่าถูกโจทก์ผู้เป็นนายจ้างเลิกจ้างเพราะเหตุที่ผู้กล่าวหาลงชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องและเป็นการเลิกจ้างในระหว่างข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลบังคับ ต่อมาจำเลยทั้ง ๑๑ คนได้มีคำสั่งที่ ๑๑๓/๒๕๒๔ ว่า การที่โจทก์เลิกจ้างนางปลิว เนื้อทองเอมกับพวกเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมและเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ให้โจทก์ใช่ค่าเสียหายแก่นางปลิวเนื้อทองเอมกับพวกรวม ๘ คนเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท คำสั่งของจำเลยดังกล่าวไม่ชอบด้วยเหตุผลทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง

กล่าวคือการที่จำเลยจะชี้ขาดตามคำสั่งของผู้กล่าวหานั้น ผู้กล่าวหาทั้ง ๘ คนกับผู้อื่นได้ยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลแรงงานกลาง โดยนางปลิว เนื้อทองเอม นางบุญยิ่ง เกิดสังข์ และนางวิมล คุ้มเณร เป็นโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๒๖ ในคดีหมายเลขแดงที่ ๒๗๕๙/๒๕๒๔ ของศาลแรงงานกลาง นางมนัส ปิ๋วเจริญ นางสมพร สุวรรณเวช นางอุบล เย็นทิพย์นายจำนงค์ นิลอ่อน และนางพล พงษ์กายี เป็นโจทก์ที่ ๒ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗ และที่ ๑๑ในคดีหมายเลขแดงที่ ๒๔๒๔/๒๕๒๔ ของศาลแรงงานกลาง คดีดังกล่าวได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยผู้กล่าวหาทั้ง ๘ คน ขอรับเงินตามจำนวนที่กำหนดในสัญญาประนีประนอมยอมความ และยอมสละข้ออ้างและคำขออื่นทั้งหมด จะไม่รื้อร้องฟ้องคดีใด

ๆ ต่อไป ซึ่งศาลแรงงานกลางได้พิพากษาคดีให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ผลของสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวย่อมทำให้ผู้กล่าวหาทั้ง ๘ คนหมดสิทธิที่จะเรียกร้องใด ๆ อันเนื่องมาจากการเลิกจ้างของโจทก์อีกนอกจากนั้นการที่โจทก์เลิกจ้างผู้กล่าวหาทั้ง ๘ คนเนื่องมาจากงานผลิตเสาคอนกรีตอัดแรงของโจทก์น้อยลง ทำให้คนงานมีมากกว่าปริมาณงานโจทก์จำเป็นต้องเลิกจ้างบางส่วนเพื่อความอยู่รอดของบริษัทโจทก์ โจทก์มิได้เลิกจ้างลูกจ้างผู้กล่าวหาทั้ง ๘ คน เพราะเหตุที่ได้ลงชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องแต่ประการใด ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ ๑๑๓/๒๕๒๔

จำเลยให้การว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ เป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์พิจารณาคำร้องของนางปลิว เนื้อทองเอม กับพวกรวม ๘ คนจนมีคำสั่งที่ ๑๑๓/๒๕๒๔จริง แต่จำเลยที่ ๑๑ เป็นกรมในรัฐบาลมิได้เป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑๑ โจทก์ได้เลิกจ้างนางปลิว เนื้อทองเอมกับพวกรวม ๘ คน ซึ่งเป็นลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลบังคับโดยที่ลูกจ้างมิได้กระทำความผิดดังที่ระบุไว้ในมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ทั้งโจทก์ไม่มีเหตุผลและไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเลิกจ้างลูกจ้างทั้ง ๘ คน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จำเลยที่ ๑ถึงที่ ๑๐ มิได้วินิจฉัยว่าโจทก์เลิกจ้างเพราะนางปลิว

เนื้อทองเอม กับพวกรวม๘ คน ลงชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องดังที่โจทก์อ้างแต่อย่างใด สำหรับการทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลแรงงานกลางนั้น นางสมพร สุวรรณเวชนางมนัส ปิ๋วเจริญ นางพล พงษ์กายี นางอุบล เย็นทิพย์ และนายจำนงค์ นิลอ่อน ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ตามคดีหมายเลขแดงที่ ๒๔๒๔/๒๕๒๔ หลังจากที่บุคคลทั้งห้าได้ไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แล้วจึงไม่ตัดสิทธิบุคคลทั้งห้าที่ร้องเรียนไว้ก่อนแล้ว ส่วนสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างนางปลิว เนื้อทองเอม นางบุญยิ่ง เกิดสังข์ และนางวิมล คุ้มเณร ทำกับโจทก์ในคดีหมายเลขแดงที่ ๒๗๕๙/๒๕๒๔ เป็นเรื่องที่นางปลิว เนื้อทองเอม กับพวกขอรับสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและสิทธิตามสัญญาจ้างแรงงาน

ไม่เกี่ยวกับพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงไม่ตัดสิทธิของบุคคลทั้งสองที่ได้ร้องเรียนขอค่าเสียหายเนื่องจากถูกออกจากงานโดยไม่เป็นธรรม และฝ่าฝืนกฎหมายต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ไว้ก่อนฟ้องคดีนั้นแล้ว คำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ที่ ๑๑๓/๒๕๒๔ ชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑๑ มิได้เกี่ยวข้องกับคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑๑ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ซึ่งเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้วินิจฉัยชี้ขาดว่า การที่โจทก์เลิกจ้างนางปลิว เนื้อทองเอม กับพวกเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมและเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ หาได้ชี้ขาดว่าโจทก์เลิกจ้างนางปลิวกับพวกเพราะเหตุที่ยื่นข้อเรียกร้องดังโจทก์อ้างไม่ การที่นางปลิวกับพวกรวม ๘ คนได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ตามคดีหมายเลขแดงที่ ๒๗๕๙/๒๕๒๔ และคดีหมายเลขแดงที่ ๒๔๒๔/๒๕๒๔ ของศาลแรงงานกลาง เป็นการสละข้อเรียกร้องอันเกิดแต่การถูกโจทก์เลิกจ้างทั้งหมด

คงยอมรับเฉพาะเงินที่โจทก์ยอมจ่ายให้สิทธิในการเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลเลิกจ้างได้ระงับไปแล้ว จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ วินิจฉัยชี้ขาดและออกคำสั่งให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายแก่นางปลิวกับพวกอีกเป็นการไม่ชอบพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ ๑๑๓/๒๕๒๔ ลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๒๔ ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๑๑ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า นางมนัส ปิ๋วเจริญ นางสมพร สุวรรณเวช นางอุบล เย็นทิพย์ นายจำนงค์ นิลอ่อน และนางพล พงษ์กายี รวม ๕ คน ฟ้องคดีหมายเลขแดงที่ ๒๔๒๔/๒๕๒๔ ต่อศาลแรงงานกลางใจความว่า โจทก์เลิกจ้างนางมนัสกับพวกในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างยังมีผลใช้บังคับ โดยนางมนัสกับพวกไม่มีความผิดและมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าทั้งยังไม่จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าเสียหายในกรณีเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับโจทก์จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าเสียหาย ดังนี้ เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายในกรณีที่โจทก์เลิกจ้างในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับซึ่งเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ ด้วย เมื่อโจทก์และนางมนัสกับพวกรวม ๕ คนประนีประนอมยอมความกัน โดยนางมนัสกับพวกยอมรับค่าชดเชย ค่าครองชีพ และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและตกลงยอมสละข้ออ้างและคำขออื่นทั้งหมด จะไม่รื้อร้องฟ้องคดีเกี่ยวกับมูลความผิดเดียวกันนี้อีก จึงเป็นการตกลงระงับสิทธิของนางมนัสกับพวกที่จะได้รับค่าเสียหายเนื่องจากโจทก์เลิกจ้างในระหว่างข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างยังมีผลใช้บังคับซึ่งเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมไปแล้ว นางมนัสกับพวกจึงไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายจากการกระทำอันไม่เป็นธรรมดังกล่าวอีกที่จำเลยอ้างว่านางมนัสกับพวกได้นำคดีเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมมาฟ้องยังศาลแรงงานกลางก่อนยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เป็นการข้ามขั้นตอนตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๔ กำหนดไว้จึงไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องยังศาลแรงงานกลางตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ วรรคท้ายคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางจึงไม่มีผลใช้บังคับนั้น เห็นว่า เมื่อศาลแรงงานกลางพิพากษาตามยอมแล้วไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์จนคดีถึงที่สุด คำพิพากษาย่อมมีผลบังคับและผูกพันคู่ความ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ ซึ่งเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายให้แก่นางมนัส นางสมพร นางอุบล นายจำนงค์และนางพลผู้กล่าวหาอีกเป็นการไม่ชอบ ในกรณีเกี่ยวกับนางมนัสกับพวกรวม๕ คนดังกล่าว ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ ๑๑๓/๒๕๒๔ ลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๒๔ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

ส่วนนางปลิว เนื้อทองเอม นางบุญยิ่ง เกิดสังข์ และนางวิมล คุ้มเณร รวม ๓ คน ฟ้องคดีหมายเลขแดงที่ ๒๗๕๙/๒๕๒๔ ต่อศาลแรงงานกลางใจความว่า โจทก์เลิกจ้างนางปลิวกับพวกโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า การคำนวณจ่ายค่าชดเชยไม่ถูกต้องและไม่ยอมจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีขอให้บังคับโจทก์จ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า การคำนวณจ่ายค่าชดเชยไม่ถูกต้องและไม่ยอมจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีขอให้บังคับโจทก์จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ดังนี้ เป็นการฟ้องบังคับตามสิทธิในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นคนละส่วนกับค่าเสียหายที่นางปลิวกับพวกมีสิทธิจะได้รับเมื่อถูกเลิกจ้างโดยเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ ซึ่งนางปลิวกับพวกได้ยื่นคำร้องไว้ต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตามมาตรา ๑๒๔ อีกส่วนหนึ่งแล้ว การที่นางปลิวกับพวกรวม ๓ คนประนีประนอมยอมความกับโจทก์ โดยนางปลิวกับพวกตกลงยอมรับเงินจำนวนหนึ่งแล้วตกลงว่าต่างไม่ติดใจเรียกร้องอะไรต่อกันอีก จึงหมายถึงค่าเสียหายที่เรียกร้องกันได้ในคดีนี้ หาหมายความรวมถึงค่าเสียหายในกรณีการกระทำอันไม่เป็นธรรมด้วยไม่ การที่นางปลิว นางบุญยิ่งและนางวิมลทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันกับโจทก์ และศาลพิพากษาตามยอมในคดีหมายเลขแดงที่ ๒๗๕๙/๒๕๒๔ ของศาลแรงงานกลาง จึงไม่ทำให้สิทธิของนางปลิว นางบุญยิ่งและนางวิมลที่จะได้รับค่าเสียหายเนื่องจากถูกโจทก์เลิกจ้างโดยเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมระงับไป คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายให้แก่นางปลิว นางบุญยิ่ง และนางวิมลผู้กล่าวหาจึงเป็นการชอบ ศาลแรงงานกลางพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เกี่ยวกับนางปลิว นางบุญยิ่ง และนางวิมลเสียด้วย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าไม่เพิกถอน คำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ ๑๑๓/๒๕๒๔ ลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๒๔ เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับนางปลิว เนื้อทองเอม นางบุญยิ่ง เกิดสังข์ และนางวิมล คุ้มเณร ผู้กล่าวหา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายชลอ บุณยเนตรศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้