Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ผลิตน้ำตาลทรายดิบขายให้แก่องค์การคลังสินค้าขายในประเทศโจทก์จึงเป็นผู้ประกอบการค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรมาตรา78และตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า(ฉบับที่54)พ.ศ.2517บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาบัญชีที่1หมวด1(7)แต่โดยที่ได้มีประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า(ฉบับที่18)เรื่องกำหนดหน้าที่ผู้เสียภาษีการค้าตามมาตรา78วรรคสองแห่งประมวลรัษฎากรลงวันที่5กุมภาพันธ์2517ข้อ3ให้ผู้ส่งออกเป็นผู้เสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ7ของรายรับดังนั้นแม้ว่าโจทก์มีหน้าที่เสียภาษีการค้าแต่เมื่ออธิบดีกรมสรรพากรได้มีประกาศดังกล่าวผลักภาระการเสียภาษีการค้าให้แก่ผู้ส่งออกต้องชำระภาษีเต็มในอัตราร้อยละ7ของรายรับเสียแล้วเท่ากับจำเลยที่1ยอมให้เปลี่ยนตัวผู้เสียภาษีการค้าจากผู้ผลิตไปเป็นผู้ส่งออกโจทก์จึงไม่ต้องเสียภาษีการค้าจากการขายน้ำตาลทรายดิบให้แก่องค์การคลังสินค้า

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 78 ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 18) มาตรา 78

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาซื้อขายน้ำตาลทราบดิบในฤดูการผลิต 2522/2523 กับองค์การคลังสินค้าจำนวน 31,966 กระสอบน้ำหนักกระสอบละ 100 กิโลกรัม ราคากระสอบละ 700 บาท เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 22,376,200 บาท ข้อตกลงตามสัญญากำหนดให้ผู้ซื้อมอบน้ำตาลทรายดิบที่ซื้อให้ผู้ขายนำไปปรับปรุงคุณภาพให้มีความชื้นไม่เกินร้อยละ 0.4 ต่อมาเดือนพฤษภาคม 2523 จำเลยที่ 1สั่งให้สรรพากรจังหวัดกาญจนบุรีดำเนินการจัดเก็บภาษีการค้าจากการขายน้ำตาลทรายดิบของโจทก์ดังกล่าว และโจทก์ได้รับแจ้งจากสำนักงานสรรพากรอำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ว่าโจทก์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7 ของรายรับ หากโจทก์ไม่ชำระภาษีภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย

โจทก์จะต้องชำระเงินเพิ่มและเบี้ยปรับอีกต่างหากด้วย ดังนั้นเพื่อโจทก์จะไม่ต้องชำระเงินเพิ่มหรือเบี้ยปรับในระหว่างเดือนมิถุนายน 2523 ถึงเดือนกันยายน 2523 โจทก์จึงได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าและชำระภาษีการค้าเงินเพิ่มภาษีการค้าและรายได้ส่งท้องถิ่น (สุขาภิบาล)จากการขายน้ำตาลทรายดิบโดยคิดจากรายรับในการที่โจทก์ได้ส่งมอบน้ำตาลทรายดิบให้แก่องค์การคลังสินค้าในแต่ละครั้ง รวมเป็นเงินภาษีการค้า เงินเพิ่มภาษีการค้าและรายได้ส่วนท้องถิ่นที่โจทก์ชำระทั้งสิ้น 1,648,164.46 บาท น้ำตาลทรายที่โจทก์ขายให้แก่องค์การคลังสินค้ามีความชื้นไม่เกินร้อยละ 0.4 เป็นน้ำตาลทรายดิบซึ่งโจทก์ไม่ต้องเสียภาษี ดังนั้น ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2532โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีการค้า

เงินเพิ่มภาษีการค้าและรายได้ส่วนท้องถิ่น (สุขาภิบาล) ที่โจทก์ได้ชำระไป แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินคืนแก่โจทก์เป็นเงิน 1,648,164.46 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีจากต้นเงินจำนวน 96,709.89 บาท นับตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน2523 จนถึงวันฟ้องระยะเวลา 9 ปี 348 วัน เป็นเงินค่าดอกเบี้ยจำนวน 72,194.60 บาท ต้นเงินจำนวน 560,560 บาท นับตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2523 จนถึงวันฟ้องระยะเวลา 9 ปี 319 วันเป็นเงินค่าดอกเบี้ย จำนวน 415,121,56 บาท ต้นเงินจำนวน653,607.68 บาท นับตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2523 จนถึงวันฟ้องระยะเวลา 9 ปี 286 วัน เป็นเงินค่าดอกเบี้ยจำนวน 479,595.82 บาทต้นเงินจำนวน 326,735.87 บาท

นับตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2523จนถึงวันฟ้องระยะเวลา ปี 256 วัน เป็นเงินค่าดอกเบี้ยจำนวน237,733.87 บาท ต้นเงินจำนวน 5,281.76 บาท นับตั้งแต่วันที่15 กันยายน 2523 จนถึงวันฟ้องระยะเวลา 9 ปี 256 วัน เป็นเงินค่าดอกเบี้ยจำนวน 3,843.03 บาท ต้นเงินจำนวน 5,269.26 บาทนับตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2523 จนถึงวันฟ้องระยะเวลา 9 ปี256 วัน เป็นเงินค่าดอกเบี้ยจำนวน 3,833.93 บาท คิดเป็นดอกเบี้ยทั้งสิ้น 1,212,322.81 บาท รวมเป็นยอดเงินที่จำเลยทั้งสองต้องชำระคืนโจทก์ทั้งสิ้น 2,860,487.27 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ7.5 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 1,648,164.46 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเงินคืนแก่โจทก์จนเสร็จสิ้นจำเลยทั้งสองให้การว่า

โจทก์มีหน้าที่เสียภาษีการค้าจากการขายน้ำตายทรายดิบอัตราร้อยละ 7 ของรายรับ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยทั้งสองเรื่องดอกเบี้ยตามที่โจทก์ขอมา ในกรณีต้องคืนเงินภาษีอากรตามที่โจทก์ได้ชำระไว้แล้วการคิดดอกเบี้ยต้องเริ่มคิดตั้งแต่วันถัดจากวันครบระยะเวลาสามเดือน นับแต่วันยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 133 (พุทธศักราช 2516) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 คืนเงินภาษีอากรจำนวน1,648,164.46 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่8 ตุลาคม 2532 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และดอกเบี้ยทั้งหมดต้องไม่เกินจำนวนภาษีอากรที่โจทก์ได้รับคืนดังกล่าว

ยกฟ้องจำเลยที่ 2จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่มีข้อโต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า เมื่อปี 2523น้ำตาลทรายขาวภายในประเทศขาดแคลน โจทก์ทำสัญญาขายน้ำตาลทรายดิบให้แก่องค์การคลังสินค้าจำนวน 31,966 กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ100 กิโลกรัม ราคากระสอบละ 700 บาท ตามสัญญาซื้อขายน้ำตาลทรายดิบลงวันที่ 9 มิถุนายน 2523 เอกสารหมาย จ.3 แผ่นที่ 1 โดยมีธนาคารมหานคร จำกัด เป็นผู้ค้ำประกันตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.3 แผ่นที่ 4 และในเดือนพฤษภาคม 2523 ถึงเดือนพฤษภาคม 2523 โจทก์ได้เสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงท้องถิ่นให้แก่จำเลย ตามแบบแสดงรายการการค้าเอกสารหมาย

ล.1 แผ่นที่ 5ถึงแผ่นที่ 10 และใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 1, 2, 4,6, 8, 10 และ 12 โจทก์ขอคืนเงินภาษีและเงินเพิ่มดังกล่าวแล้วแต่จำเลยที่ 1 ไม่คืนให้มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อแรกว่าสินค้าที่โจทก์จำหน่ายและยื่นแบบแสดงรายการการค้าเอกสารหมาย ล.1แผ่นที่ 5 ถึงแผ่นที่ 10 เป็นน้ำตาลทรายดิบที่โจทก์จำหน่ายให้แก่องค์การคลังสินค้าหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า โจทก์ทำสัญญาขายน้ำตาลทรายดิบกับองค์การคลังสินค้าลงวันที่ 9 มิถุนายน2523 ฉะนั้นรายรับในเดือนพฤษภาคม 2523 จึงมิใช่รายรับจากการขายน้ำตาลทรายดิบและโจทก์ไม่มีพยานบุคคลและพยานเอกสารที่แสดงว่าโจทก์ได้ส่งมอบน้ำตาลทรายดิบให้แก่องค์การคลังสินค้าในเดือนไหนจำนวนเท่าใดทั้งแบบแสดงรายการการค้าที่โจทก์ยื่นตามเอกสารหมายล.1 แผ่นที่ 5 ถึงแผ่นที่ 10 จึงมิได้ระบุว่าเป็นการขายน้ำตาลทรายดิบนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสินค้าที่โจทก์จำหน่ายตามแบบแสดงรายการการค้าเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 5 ถึงแผ่นที่ 10 เป็นน้ำตาลทรายดิบที่โจทก์ขายให้แก่องค์การคลังสินค้ามีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองในข้อต่อไปว่าโจทก์จะต้องเสียภาษีการค้าจากการขายน้ำตายทรายดิบดังกล่าวหรือไม่โดยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า โจทก์เป็นผู้ผลิตน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายดิบออกจำหน่ายในราชอาณาจักร จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 ไม่มีกฎหมายใดที่ยกเว้นการเรียกเก็บภาษีการค้าที่โจทก์ เห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 78ที่ใช้บังคับในขณะที่โจทก์เสียภาษีการค้า บัญญัติว่า "ผู้ประกอบการค้าตามที่ระบุในบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวดนี้

มีหน้าที่เสียภาษีการค้าจากรายรับของทุกเดือนภาษีตามอัตราในบัญชีอัตราภาษีการค้าดังกล่าวนั้น" มาตรา 78 วรรคสอง (2) บัญญัติว่า"ในกรณีอื่น ให้เสียภาษีในอัตรารวมกันเท่ากับที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราภาษีการค้า" โจทก์ผลิตน้ำตาลทรายดิบขายให้แก่องค์การคลังสินค้าขายในประเทศ โจทก์จึงเป็นผู้ประกอบการค้า มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าตามบทบัญญัติดังกล่าวและตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า (ฉบับที่ 54)พ.ศ. 2517 บัญชีท้ายพระกฤษฎีกา บัญชีที่ 1 หมวด 1(7) แต่โดยที่มีประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 18)เรื่อง กำหนดหน้าที่ผู้เสียภาษีการค้า ตามมาตรา 78 วรรคสองแห่งประมวลรัษฎากร

ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2517 ข้อ 3 ให้ผู้ส่งออกเป็นผู้เสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7 ของรายรับ ดังนั้น แม้ว่าโจทก์มีหน้าที่เสียภาษีการค้า แต่เมื่ออธิบดีกรมสรรพากรได้มีประกาศดังกล่าวผลักภาระการเสียภาษีการค้าให้แก่ผู้ส่งออกต้องชำระภาษีเต็มในอัตราร้อยละ 7 ของรายรับเสียแล้ว เท่ากับจำเลยที่ 1ยอมให้เปลี่ยนตัวผู้เสียภาษีการค้าจากผู้ผลิตไปเป็นผู้ส่งออกโจทก์จึงไม่ต้องเสียภาษีการค้าจากการขายน้ำตายทรายดิบให้แก่องค์การคลังสินค้า ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 คืนเงินภาษีการค้าแก่โจทก์ชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ บุณยเนตร · สุนพ กีรติยุติ · สมพงษ์ สนธิเณร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4467/2536

โจทก์เป็นผู้ผลิตน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายดิบออกจำหน่ายจึงเป็นผู้ประกอบการค้าประเภทการค้า 1 การขายของชนิด 1(ก) ตามบัญชีอัตราภาษีการค้า มีหน้าที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 7 ของรายรับตามบัญชีอัตราภาษีที่ใช้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 558/2561

โจทก์ได้ส่งมอบเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงที่โจทก์อ้างว่าเสียหายให้แก่บริษัท ท. โดยมีการชำระราคาและออกใบกำกับภาษีแล้ว ความรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มจึงเกิดขึ้นแล้ว หากต่อมาเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงดังกล่าวเกิดความเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8942/2560

การขายสินค้าถ้ามีการส่งมอบสินค้าพร้อมออกใบกำกับภาษี ความรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มย่อมเกิดขึ้นโดยไม่คำนึงว่ามีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าหรือไม่ ส่วนการให้บริการถ้ามีการออกใบกำกับภาษีพร้อมชำระค่าบริการ ควา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4496/2555

ข้อจำกัดในอำนาจฟ้องตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 8 ต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้ต้องอุทธรณ์การประเมิน ซึ่งในคดีนี้ แม้ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 30 บัญญัติให้ต้องอุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11002/2554

จำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 112 ฉ ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 7(1) และมาต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้