Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดฐานปลอมสัญญากู้เงินที่มีชื่อ ช. เป็นผู้กู้ศาลล่างทั้งสองพิพากษายืนจำคุกจำเลยในความผิดกระทงนี้ไม่เกิน5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์นำสืบพิสูจน์ไม่ได้ว่าสัญญากู้เงินดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม กับขอให้รอการลงโทษแก่จำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายข้างต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย จำเลยเขียนสัญญากู้เงินและลงลายมือชื่อของ จ. โดย จ.มิได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้เงินด้วยตนเองและไม่มีกฎหมายให้อำนาจให้ลงลายมือชื่อแทนกันได้ สัญญากู้เงินดังกล่าวจึงเป็นเอกสารที่จำเลยทำปลอมขึ้นซึ่งน่าจะทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ร่วมผู้ให้กู้ จำเลยจึงมีความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ และเมื่อจำเลยนำเอกสารดังกล่าวไปแสดงต่อโจทก์ร่วมทำให้โจทก์ร่วมหลงเชื่อว่าเป็นสัญญากู้เงินที่ จ.ลงลายมือชื่อไว้จริง และมอบเงินตามสัญญากู้เงินให้แก่จำเลย จึงเป็นกรณีที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ร่วมจำเลยจึงมีความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมและฉ้อโกงโจทก์ร่วม แม้ต่อมาจำเลยจะนำเงินไปมอบให้แก่ จ.ก็ไม่มีผลทำให้ความผิดที่จำเลยก่อขึ้นจนสำเร็จแล้วกลายเป็นไม่มีความผิด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2531เวลากลางวัน จำเลยปลอมเอกสารสัญญากู้เงินขึ้นทั้งฉบับ โดยเขียนสัญญากู้เงินลงลายมือชื่อนางสาวเชาวดีว่ากู้เงิน 5,000 บาทของนางปิยะมาศผู้เสียหาย และนำสัญญากู้เงินฉบับดังกล่าวไปหลอกลวงผู้เสียหายว่านางสาวเชาวดีได้ขอกู้เงินผู้เสียหายซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงแล้วนางสาวเชาวดีไม่ได้ขอกู้เงินผู้เสียหายแต่ประการใด การหลอกลวงและปกปิดข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงมอบเงิน 5,000 บาท ให้จำเลยไป ต่อมาวันที่10 มีนาคม 2531 เวลากลางวัน จำเลยได้ปลอมเอกสารสัญญากู้เงินขึ้นอีก 1 ฉบับ โดยเขียนสัญญากู้เงินและลงลายมือชื่อของนางจรวยในช่องผู้กู้อ้างว่านางจรวยขอกู้เงินผู้เสียหาย 10,000 บาทและนำสัญญากู้เงินฉบับดังกล่าวไปหลอกลวงผู้เสียหาย

ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงมอบเงิน 10,000 บาท ให้จำเลยไป เหตุเกิดที่ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 265, 268, 341 และให้จำเลยคืนเงิน 15,000 บาท แก่ผู้เสียหายกับขอให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 712/2533จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อระหว่างพิจารณา นางปิยะมาศ โสมทัศ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคสอง และ 341 ความผิดฐานฉ้อโกงและใช้เอกสารปลอมเป็นกรรมเดียวกันผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 เมื่อจำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารที่ใช้ขึ้นด้วย จึงลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมได้แต่กระทงเดียว ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี โดยให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 712/2533 ให้จำเลยคืนเงิน 15,000 บาท แก่โจทก์ร่วมจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยสำหรับความผิดเกี่ยวกับสัญญากู้เงินที่มีชื่อนางสาวเชาวดี ภัตติชาติ เป็นผู้กู้เพียงกระทงเดียว จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนเงิน 5,000 บาทแก่โจทก์ร่วม ให้ยกฟ้องเกี่ยวกับสัญญากู้เงินที่มีชื่อนางจรวยหนูปีหรือกองชิต เป็นผู้กู้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าความผิดเกี่ยวกับสัญญากู้เงินที่มีชื่อนางสาวเชาวดี ภัตติชาติ เป็นผู้กู้นั้น ศาลล่างทั้งสองพิพากษายืนตามกันมาให้จำคุกจำเลยในความผิดกระทงนี้ไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก จำเลยเป็นผู้เขียนสัญญากู้เงินและลงลายมือชื่อของนางจรวย และนางจรวยมิได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.2 ด้วยตนเองและไม่มีกฎหมายให้อำนาจให้ลงลายมือชื่อแทนกันได้ สัญญากู้เงินดังกล่าวจึงเป็นเอกสารที่จำเลยทำปลอมขึ้นซึ่งน่าจะทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ร่วม พฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมจะจ่ายเงินตามสัญญากู้เงินแก่จำเลยเมื่อมีลายมือชื่อผู้กู้ครบถ้วนย่อมแสดงว่าโจทก์ร่วมหลงเชื่อว่าสัญญากู้เงินเอกสารหมาย

จ.2 เป็นเอกสารที่แท้จริง การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ เมื่อจำเลยนำเอกสารดังกล่าวไปแสดงต่อโจทก์ร่วมทำให้โจทก์ร่วมหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารสัญญากู้เงินที่นางจรวยลงลายมือชื่อไว้จริง และมอบเงินตามสัญญากู้เงินให้แก่จำเลย จึงเป็นกรณีที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ร่วม การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมและฉ้อโกงโจทก์ร่วม แม้ต่อมาจำเลยจะนำเงินไปมอบให้แก่นางจรวยก็ไม่มีผลทำให้ความผิดที่จำเลยก่อขึ้นจนสำเร็จแล้วกลายเป็นไม่มีความผิดไปได้พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยได้กระทำความผิดเกี่ยวกับสัญญากู้เงินที่มีชื่อนางจรวย หนูปีหรือกองชิต เป็นผู้กู้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265, 268 วรรคแรก, 341 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคแรก

ประกอบด้วยมาตรา 265 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง อันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 อีกกระทงหนึ่ง ลงโทษจำคุก 6 เดือนและให้จำเลยคืนเงิน 10,000 บาท แก่โจทก์ร่วม รวมโทษจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 1 ปี และคืนเงินแก่โจทก์ร่วมรวม 15,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · อากาศ บำรุงชีพ · ปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้