Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2500

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิด. จำเลยขับรถยนต์ชนรถยนต์โจทก์ ระบุความเสียหายว่า สินค้าที่บรรทุกรถยนต์มีพืชผลต่างๆ น้ำตาลและขวดเปล่า เสียหาย 12,350 บาท รถยนต์ชำรุดเสียหายค่าแรงงานฉุดลากจากคู ค่าลากจูงไปอู่ และค่าซ่อมรถ รวม 4,700 บาท ค่าเสื่อมราคา 1,600 บาท ดังนี้ เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ไม่เคลือบคลุม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นบริษัท จำกัด จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 1เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2497 จำเลยที่ 1 ใช้ให้จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ชนิดลากจูง หมายเลขทะเบียน ป.จ. 0388 จากจังหวัดปราจีนบุรีไปส่งไม้ที่จังหวัดลพบุรี อันเป็นการที่จำเลยที่ 2 กระทำตามหน้าที่การงานตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 2 ได้ส่งไม้เสร็จแล้วก็ขับรถยนต์คันนั้นกลับมาตามถนนพหลโยธินเพื่อกลับจังหวัดปราจีนบุรี อันเป็นสำนักงานใหญ่ของจำเลยที่ 1 โดยแล่นตามหลังรถยนต์บรรทุก เลขทะเบียน ส.บ 0696 ของโจทก์ ซึ่งมีนายชิต ค้าทันเจริญ เป็นผู้ขับ ซึ่งในขณะนั้นได้บรรทุกสินค้าต่าง ๆ แล่นมาจากจังหวัดนครสวรรค์มาตามถนนพหลโยธิน

มุ่งหน้าจะเข้ากรุงเทพฯ ครั้นมาถึงระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 109 กับที่ 110 บนถนนสายเดียวกันจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์นั้นโดยประมาทเลินเล่อแซงและเบียดรถยนต์ของโจทก์ดังกล่าว จนกระทั่งรถยนต์ของโจทก์ตกลงไปในคูข้างทางถนนนั้น ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ดังต่อไปนี้ก.สินค้าที่บรรทุกรถยนต์ของโจทก์มีพืชผลต่าง ๆ น้ำตาล และขวดเปล่าเสียหายคิดเป็นเงิน 12,350 บาทข.รถยนต์ของโจทก์ได้รับความชำรุดเสียหายต้องเสียค่าแรงงานฉุดลากขึ้นจากคู ค่าลากจูงไปยังอู่ซ่อมกับค่าซ่อมรถ รวมเป็นเงิน 4,700 บาทค. โจทก์ต้องขาดประโยชน์ที่ควรมีควรได้จากการใช้รถยนต์ดังกล่าว เพราะต้องเสียเวลาซ่อมรถเป็นเวลา 3 วัน คิดเป็นเงิน 1,000 บาทง. แม้เมื่อซ่อมรถยนต์เสร็จแล้ว

รถยนต์นั้นก็ต้องเสื่อมราคาไปเพราะการกระทำของจำเลย คิดเป็นเงิน 1,600 บาทจึงขอศาลบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 19,650 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2497 จนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 10 เดือน เงิน 1,228.12 บาท รวมเป็นเงิน 20,878.12 บาท กับให้เสียดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี ในต้นเงิน 19,650 บาท ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ได้เช่ารถยนต์คันฟ้องไปจากจำเลยที่ 1 ๆ ไม่มีอำนาจใช้หรือสั่งการให้จำเลยที่ 2 กระทำการใด ๆ เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความผิดทางฝ่ายโจทก์โดยประมาท

เพราะรถของโจทก์บรรทุกของหนักเกินระวางบรรทุก ขณะที่รถของจำเลยจะแซงได้ขอทางแล้วคนขับรถของโจทก์ได้ให้ทาง รถของจำเลยจึงได้แซงจะขึ้นหน้า คนขับรถของโจทก์ก็แกล้งเร่งความเร็วขึ้น รถของโจทก์จึงเสียอาการทรงตัวมากระทบรถของจำเลย ซึ่งแซงมาตามทางอันถูกต้องแล้ว คนขับรถของโจทก์จึงได้หักหลบตกคูไปฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ไม่ได้ความว่า รถยนต์ของโจทก์ยี่ห้ออะไร ขนาดกี่แรงม้าเป็นราคาเท่าใด

โจทก์บรรยายฟ้องเรียกร้องเอาค่าเสียหายเนื่องจากทรัพย์เสื่อมราคาแต่โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องให้ทราบถึงลักษณะและราคาอันแท้จริงของทรัพย์ให้ทราบ ฟ้องก็ไม่ได้ความว่าเหตุเกิดขึ้นอยู่ในเขตอำเภอ จังหวัดใด และพืชผลไม้ต่าง ๆ ที่เสียหายนั้นเป็นพืชอะไร จำนวนเท่าใด เสียราคาเท่าใด เสียหายอย่างไร น้ำตาลอะไร ปริมาณเท่าใด เสียหายอย่างไร ขวดเปล่าจำนวนเท่าใด เสียหายอย่างไร ส่วนประกอบของรถยนต์เสียหายส่วนใดบ้าง ราคาเท่าใด ค่าลากขึ้นจากคู ค่าลากจูงไปอู่ซ่อมซึ่งอยู่ที่ไหนและราคาเท่าใด ก็ไม่บรรยายให้จำเลยทราบเพื่อมีโอกาสสู้คดีได้ถูกต้อง ขอให้ยกฟ้องโจทก์ส่วนจำเลยที่ 2 ส่งหมายเรียกให้จำเลยที่ 2 ไม่ได้ และโจทก์ทิ้งฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นจึงสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อตัดฟ้องของจำเลยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมดังข้อต่อสู้หรือไม่ โจทก์แถลงว่า คำฟ้องไม่เคลือบคลุม เพราะได้บรรยายความพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้แล้ว ส่วนรายละเอียดโจทก์จะนำสืบให้ปรากฏในชั้นพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์บรรยายฟ้องมาเป็นการเพียงพอที่จำเลยจะเข้าใจข้อหา และต่อสู้คดีได้แล้ว ส่วนรายละเอียดยิ่งกว่านั้นเป็นเรื่องที่จะต้องนำสืบกันต่อไป ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมให้ยกคำร้องจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ผู้พิพากษานายหนึ่งทำความเห็นแย้งว่า ฟ้องของโจทก์ ข้อ ก. ข. และง. เคลือบคลุม เพราะไม่กล่าวอ้างให้แจ้งชัดว่า พืชผลอะไร จำนวนเท่าใดชนิดไหน ราคาอย่างละเท่าใด เสียหายอย่างไร น้ำตาลอะไร ชนิดไหนปริมาณเท่าใด ราคาเท่าใด เสียหายอย่างไร ขวดเปล่าชนิดไหนจำนวนราคาเท่าใด เสียหายอย่างไร รถยนต์ราคาเท่าใด เสียหายตรงไหนค่าลากจูงเท่าใด ค่าซ่อมเท่าใด เหล่านี้โจทก์ชอบที่จะจาระนัยได้ เพื่อจำเลยจะได้ให้การรับหรือต่อสู้ให้ถูกต้อง

เห็นควรแก้คำสั่งศาลชั้นต้นว่าฟ้องโจทก์สำหรับเรียกค่าเสียหาย ข้อ ก. ข. และง. เป็น ฟ้องเคลือบคลุมไม่แจ้งชัด ให้งดสืบพยานในข้อเหล่านี้ คงให้ดำเนินการสืบพยานในข้อ ค. ต่อไปจำเลยฎีกาศาลฎีกาประชุมปรึกษาคดีแล้ว ได้พิเคราะห์คำบรรยายฟ้องของโจทก์แล้ว เห็นว่า ฟ้องโจทก์ได้บรรยายมาแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ พอให้จำเลยเข้าใจข้อความที่ตนถูกกล่าวหาว่าโจทก์ได้เสียหายอะไรไปบ้าง ส่วนข้อปลีกย่อยรายละเอียดอันยืดยาวดังความเห็นแย้งของศาลอุทธรณ์นั้น เกี่ยวด้วยข้อแถลงและข้อนำสืบในชั้นพิจารณาทั้งสิ้นฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฎีกาจำเลยที่ 1ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1088/2566

คำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการต้องแสดงโดยชัดแจ้งถึง "ช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ" ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/6 (3) ประกอบมาตรา 90/3 กิจการของลูกหนี้ไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ ศาลล้มล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2561/2563

การปรับข้อเท็จจริงตามฟ้องว่าจะเข้าลักษณะมูลหนี้สัญญาหรือมูลหนี้ละเมิดนั้น เป็นข้อหารือบทซึ่งเป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทกฎหมายเอง โดยโจทก์ต้องบรรยายข้อเท็จจริงที่จำเลยได้กระทำ อันเป็นการโต้แย้งสิทธิก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2075/2563

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคาร ม. ให้แก่ธนาคาร ก. กำหนดการโอนกิจการ ให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของโจทก์โดยให้ดูแลลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5433/2562

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ตกลงซื้อหุ้นจากโจทก์เป็นเงิน 20,000,000 บาท โจทก์โอนหุ้นให้จำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 ชำระค่าหุ้นแก่โจทก์บางส่วนเป็นเงิน 12,500,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 7,500,000 บาท โจทก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้