Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2542 (เลขอ้างอิง 98885)

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยอ้างส่งคำเบิกความพยานในคดีอาญามาเป็นพยานในคดีนี้(คดีแพ่ง) ซึ่งโจทก์ทั้งสองมิได้ตกลงกับจำเลยให้ถือเอาคำเบิกความในคดีดังกล่าวมาเป็นคำเบิกความพยานจำเลยในคดีนี้ คำเบิกความในคดีดังกล่าวจึงเป็นเพียงพยานบอกเล่า มีน้ำหนักให้รับฟังได้น้อย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2 และเรียกจำเลยทั้งสองสำนวนว่าจำเลย

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องและโจทก์ที่ 2 แก้ไขคำฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามหนังสือรับรองการ ทำประโยชน์ เลขที่ 157/136 และ 136 หมู่ที่ 6 (ปัจจุบันหมู่ที่ 9) ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด โจทก์ที่ 1 เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง และที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 137 หมู่ที่ 6 (ปัจจุบันหมู่ที่ 9) ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด โจทก์ที่ 2 เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 200,500 บาท แก่โจทก์ที่ 1 และค่าเสียหายเป็นเงิน 72,500 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินแต่ละจำนวนดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์ที่ 1 มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 157/136 และ 136 โจทก์ที่ 2 มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 157 (ที่ถูก 137) ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ทั้งสองให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 5,500 บาท แก่โจทก์ที่ 1 และค่าเสียหายเป็นเงิน 4,500 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินแต่ละจำนวนดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 25 พฤษภาคม 2535) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความสำนวนละ 15,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์สำนวนละ 10,000 บาท แทนโจทก์ที่ 1 และที่ 2

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 157/136 และ 136 โจทก์ที่ 2 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 137 และ 135 ส่วนจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 87 และ 156/136 ที่ดินทั้งหมดตั้งอยู่หมู่ที่ 9 (เดิมหมู่ที่ 6) ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด จำเลยได้แบ่งขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 87 ทางด้านทิศใต้ให้แก่นายสง่าส่วนหนึ่ง ที่ดินของนายสง่า ปัจจุบันเป็นของนางเฉลิมศรี เมื่อประมาณปลายเดือนพฤษภาคม 2534 จำเลยให้คนงานเข้าไปขุดตักดิน ปักเสาคอนกรีต

ล้อมรั้วลวดหนาม และก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในที่ดินพิพาท ที่จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยไม่ได้บุกรุกหรือแย่งการครอบครองที่ดินของโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองบุกรุกเข้ามารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและตัดฟันต้นไม้ในที่ดินของจำเลยนั้น จำเลยไม่มีพยานมาเบิกความสนับสนุนว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย คงอ้างส่งแต่คำเบิกความพยานใน คดีอาญาหมายเลขดำที่ 76/2535 ของศาลชั้นต้นมาเป็นพยานในคดีนี้ ซึ่งโจทก์ทั้งสองมิได้ตกลงกับจำเลยให้ถือเอาคำเบิกความพยานในคดีดังกล่าว จึงเป็นมาเป็นคำเบิกความพยานจำเลยในคดีนี้ คำเบิกความในคดีดังกล่าวจึงเป็นเพียงพยานบอกเล่า มีน้ำหนักให้รับฟัง ได้น้อย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาสำนวนละ 5,000 บาท แทนโจทก์ที่ 1 และที่ 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย เตโชพิทยากูล · มงคล คุปต์กาญจนากุล · ปัญญา ถนอมรอด
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดตราด - นายฐานิต ศิริจันทร์สว่าง
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวสันต์ ตรีสุวรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้