Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9871/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ที่พิพาทเป็นการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ตำบลสุรวงศ์ฯ พ.ศ. 2511 และพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่แขวงสุรวงศ์ฯ พ.ศ. 2516แต่ภายหลังจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2530 และประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับที่ 44 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มีผลใช้บังคับแล้ว การดำเนินการในเรื่องค่าทดแทนตามฟ้องยังไม่เสร็จสิ้น ดังนั้น การดำเนินการต่อไปในเรื่องนี้จึงต้องบังคับตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 21(1)-(5) โดยกำหนดให้คิดราคาในปีที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ การที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่พิพาทมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2511 แล้วฝ่ายจำเลยไม่ดำเนินการกำหนดค่าทดแทนภายในเวลาอันควรปล่อยระยะเวลามา เนิ่นนานกว่า 20 ปี เป็นการกระทำที่ทำให้โจทก์เสียหายเมื่อได้ความว่าฝ่ายจำเลยได้แต่งตั้งคณะกรรมการฯ กำหนดราคาเบื้องต้นของที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนเมื่อวันที่ 22มกราคม 2531 และได้ประชุมกำหนดค่าทดแทนให้แก่โจทก์อันเนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน แล้วแจ้งราคาให้แก่โจทก์ทราบ การดำเนินการเพื่อจ่ายเงินค่าทดแทนในกรณีนี้เริ่มต้นใหม่ในปี 2531 ดังนั้น การใช้หลักเกณฑ์ตามมาตรา 21(1)-(5) จึงเปลี่ยนจากวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเป็นปี 2531 อันเป็นปีที่มีการเริ่มดำเนินการเพื่อจ่ายค่าทดแทนใหม่ โจทก์นำสืบถึงบัญชีราคาประเมินที่ดินเพื่อเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมซึ่งกรมที่ดินได้กำหนดในปี 2533 เพื่อให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจ่ายค่าทดแทนให้แก่ผู้ถูกเวนคืน และที่ดินที่พิพาทก็อยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย จึงเชื่อว่าในปี 2533ที่ดินที่ถูกเวนคืนตามฟ้องมีราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดใกล้เคียงหรือสูงต่ำกว่าตารางวาละ 60,000 บาทตามที่ปรากฏในราคาประเมินของกรมที่ดินดังกล่าวไม่มาก และราคาดังกล่าวนี้เป็นราคาที่เพิ่มขึ้นจากปี 2531 เป็นเวลา2 ปี ดังนั้นในปี 2531 ที่ดินที่ถูกเวนคืนตามฟ้องย่อมมีราคาต่ำกว่าตารางวาละ 60,000 บาท ไม่มากเช่นกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 มาตรา 21

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินค่าทดแทนและค่าเสียหายจำนวน 46,254,373 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 10 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่าให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินค่าทดแทน 3,552,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 10 ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า เงินค่าทดแทนที่ดินและบ้านที่ถูกเวนคืนตามฟ้องที่คณะกรรมการฯ กำหนดนั้นเหมาะสมและเป็นธรรมหรือไม่เห็นว่า การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในคดีนี้ เป็นการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ตำบลสุรวงศ์

ตำบลสีลม อำเภอบางรัก และตำบลยานนาวาตำบลทุ่งมหาเมฆ ตำบลทุ่งวัดดอน ตำบลช่องนนทรี อำเภอยานนาวาจังหวัดพระนคร พ.ศ. 2511 และพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่แขวงสุรวงศ์และแขวงสีลม เขตบางรักและแขวงยานนาวา แขวงทุ่งมหาเมฆ แขวงทุ่งวัดดอนและแขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2516 แต่ภายหลังจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530และประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มีผลใช้บังคับแล้ว การดำเนินการในเรื่องค่าทดแทนที่ดินและบ้านตามฟ้องยังไม่เสร็จสิ้น ดังนั้นการดำเนินการต่อไปในเรื่องนี้จึงต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

พ.ศ. 2530 มาตรา 36 วรรคสองและประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44ข้อ 4 วรรคหนึ่ง และเนื่องจากพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่แขวงสุรวงศ์ พ.ศ. 2516 มิได้กำหนดเรื่องเงินค่าทดแทนไว้เป็นการเฉพาะ การกำหนดเงินค่าทดแทนจึงต้องบังคับตามบทบัญญัติ มาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า เงินค่าทดแทนที่จะให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนตามมาตรา 18 นั้นถ้ามิได้บัญญัติไว้เป็นพิเศษในพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฉบับใดโดยเฉพาะแล้วให้กำหนดโดยคำนึงถึง (1) ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนตามที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 6(2)

ราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่มีการตีราคาไว้เพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่ (3)ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (4) สภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์นั้น และ (5) เหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคมจะเห็นได้ว่า บทบัญญัติตามมาตรา 21 นี้ ให้กำหนดเงินค่าทดแทนที่จะให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนโดยคำนึงถึง(1) ถึง (5) ก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคม ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของการกำหนดเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้ถูกเวนคืนในกรณีปกติแล้วการกำหนดเงินค่าทดแทนโดยคำนึงถึง (1) ถึง (5) นั้น ย่อมเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคม

สำหรับคดีนี้พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ตำบลสุรวงศ์ พ.ศ. 2511 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2511 แล้ว แต่กลับปรากฏว่าฝ่ายจำเลยเพิ่งมีหนังสือลงวันที่ 8 มกราคม 2534 แจ้งราคาค่าทดแทนให้แก่โจทก์ทราบตามเอกสารหมาย จ.1 การที่ฝ่ายจำเลยไม่ดำเนินการกำหนดค่าทดแทนภายในเวลาอันควรแก่โจทก์ ปล่อยระยะเวลามาเนิ่นนานกว่า 20 ปี เป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามครรลองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และทำให้โจทก์ขาดโอกาสที่จะนำเอาเงินค่าทดแทนที่ดินและบ้านตามฟ้องไปซื้อที่ดินแปลงใหม่ที่มีราคาใกล้เคียงหรือสูงกว่าที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนไม่มากนักได้ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ดังนั้นการที่จะกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินของโจทก์โดยคำนึงถึงมาตรา 21(1)

ถึง (5) คือ ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดประกอบราคาที่มีการตีราคาไว้เพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่ประกอบราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประกอบสภาพและที่ตั้งของที่ดินของโจทก์ในปีที่ใช้บังคับพระราชกฤษฎีกากับเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนดังกล่าวอย่างกรณีปกติย่อมไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ ซึ่งฝ่ายจำเลยก็ยอมรับว่าการกำหนดค่าทดแทนตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่เป็นธรรม จึงได้กำหนดให้ใช้ราคาค่าตอบแทนตามบัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม กรุงเทพมหานคร ปี 2531 - 2534 อย่างไรก็ตามสำหรับคดีนี้ศาลฎีกาเห็นว่า คณะกรรมการฯ ซึ่งเป็นชุดที่ทำหน้าที่กำหนดราคาเบื้องต้นของที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนนั้นได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2531 หลังจากนั้นคณะกรรมการชุดนี้จึงได้ประชุมกันเพื่อกำหนดค่าทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน

อันเนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ถูกเวนคืนตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่แขวงสุรวงศ์ พ.ศ. 2516 และฝ่ายจำเลยเพิ่งมีหนังสือลงวันที่ 8 มกราคม 2534 แจ้งราคาค่าทดแทนให้แก่โจทก์ทราบการดำเนินการเพื่อจ่ายเงินค่าทดแทนในกรณีนี้เพิ่งเริ่มต้นใหม่ในปี 2531 ดังนั้นการใช้หลักเกณฑ์ตามมาตรา 21(1) ถึง (5)เว้นแต่วันที่เป็นฐานที่ตั้งสำหรับราคาอสังหาริมทรัพย์เปลี่ยนจากวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ เป็นปี 2531 อันเป็นปีที่มีการเริ่มดำเนินการเพื่อจ่ายค่าทดแทนใหม่ ย่อมเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคมตรงกับหลักการสำคัญของการกำหนดเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ จึงมีปัญหาว่าเงินค่าทดแทนที่ดินและบ้านที่ถูกเวนคืนตามฟ้อง

เมื่อกำหนดโดยคำนึงถึงราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดประกอบราคาที่มีการตีราคาไว้เพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่ประกอบราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประกอบสภาพและที่ตั้งของที่ดินและบ้านที่ถูกเวนคืนตามฟ้องตามที่เป็นอยู่ในปี 2531 ประกอบเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนแล้วควรเป็นเงินจำนวนเท่าใดในกรณีค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนตามฟ้องโจทก์มีนายธีระวัชรเสถียร สามีโจทก์เบิกความประกอบเอกสารเกี่ยวกับราคาซื้อขายและจำนวนเงินจำนองของที่ดินหลายแปลง แต่ไม่มีที่ดินแปลงใดที่ซื้อขายหรือจำนองกันในปี 2531 สภาพและที่ตั้งของที่ดินแต่ละแปลงก็แตกต่างกัน ราคาซื้อขายและจำนวนเงินที่จดทะเบียนจำนองของที่ดินแต่ละแปลงก็แตกต่างกันมาก

คงมีที่ดินโฉนดเลขที่ 6677 เนื้อที่ 59.3 ตารางวา ซึ่งอยู่ห่างจากที่ดินที่ถูกเวนคืนตามฟ้องประมาณ 19 เมตร พอถือได้ว่ามีสภาพและที่ตั้งของที่ดินใกล้เคียงกับที่ดินที่ถูกเวนคืนตามฟ้องที่สุด ที่ดินแปลงนี้มีการจดทะเบียนซื้อขายกันในวันที่ 25 ธันวาคม 2534 ในราคา 3,000,000 บาท เฉลี่ยตารางวาละ 50,590.22 บาท แต่ราคาประเมินที่ดินของกรมที่ดินตารางวาละ 60,000 บาท ตามสำเนาโฉนดที่ดินและสำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดินเอกสารหมาย จ.25 และนายสำราญ สอนเสนาะเจ้าหน้าที่ธุรการของสำนักงานกลางประเมินราคาทรัพย์สินกรมที่ดิน พยานโจทก์เบิกความว่า ในการประเมินราคาที่ดินก่อนปี 2531 ประเมินทุก 3 ปี ต่อครั้ง หลังจาก ปี 2531จะมีการประเมินราคาที่ดินทุก 4 ปีต่อครั้ง

ต่อมามีประชาชนได้ร้องเรียน คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติจึงมีคำสั่งให้ปรับราคาใหม่โดยให้ใช้ราคาใหม่ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2534เป็นต้นไป ปรากฏตามบัญชีราคาประเมินที่ดินเอกสารหมาย จ.22 แผ่นที่ 2 ที่ดินที่ถูกเวนคืนตามฟ้องมีราคาประเมินตารางวาละ 60,000 บาท และนายแคล้ว ทองสมช่างโยธา 7 สำนักงานกลางประเมินราคาทรัพย์สินกรมที่ดินพยานโจทก์เบิกความว่า ปี 2533 ได้มีการปรับราคาประเมินที่ดินขึ้นใหม่ เนื่องจากมีการเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 2 และผู้ถูกเวนคืนได้ร้องเรียนที่กระทรวงมหาดไทยว่าราคาประเมินที่กำหนดไว้ในปี 2531 ต่ำเกินไป กระทรวงมหาดไทยจึงมีคำสั่งให้กรมที่ดินปรับราคาประเมินให้สูงขึ้น โดยให้ปรับราคาประเมิน 6 เขต

กรมที่ดินมีคำสั่งให้พยานเป็นหัวหน้าโครงการปรับราคาประเมินที่ดิน ตามบัญชีราคาประเมินที่ดินเอกสารหมาย จ.22 แผ่นที่ 2 เป็นราคาประเมินที่ดินของเขตยานนาวา ที่ดินเลขที่ 084 และ 083 ซึ่งเป็นที่ดินถูกเวนคืนตามฟ้อง (ที่ดินที่ถูกเวนคืนตามฟ้อง) ราคาประเมินเมื่อปี 2533 กำหนดไว้ตารางวาละ 60,000 บาท โดยราคาประเมินดังกล่าวนี้จะมีราคาต่ำกว่าราคาซื้อขายตามท้องตลาดในการประเมินราคามีการรวบรวมข้อมูลโดยทำการสำรวจท้องที่ พยานให้เจ้าหน้าที่ไปสอบถามผู้ซื้อที่ดิน เจ้าของที่ดินข้างเคียง ข้อมูลจากธนาคารผู้รับเหมา นายหน้าแล้วเอาข้อมูลทั้งหมดมาประมวลวิเคราะห์กำหนดเป็นราคาประเมิน ส่วนนายกมล ศรีภูริปรีชานนท์หัวหน้าฝ่ายจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินของจำเลยที่ 2 พยานจำเลยทั้งสามเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่าราคาตั้งแต่ปี 2531ถึงปี 2535 มีราคาสูงขึ้นแต่ละปีโดยราคาที่ดินสูงสุดในปี2534 ในปี 2533 กรมที่ดินได้กำหนดราคาประเมินที่ดินเพื่อเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมใหม่เพื่อให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้จ่ายค่าทดแทนให้แก่ผู้ถูกเวนคืนและเพื่อให้ราคาที่ดินเป็นธรรมยิ่งขึ้นที่ดินของโจทก์ก็อยู่ในบริเวณที่จะต้องปรับราคาค่าทดแทนใหม่เช่นเดียวกันที่ดินของโจทก์ปรากฏตามเอกสารหมาย

จ.22 ราคาตารางวาละ 60,000 บาทเห็นว่าบัญชีราคาประเมินที่ดินตามเอกสารหมาย จ.22ที่กรมที่ดินจัดทำขึ้นใหม่ในเดือนกันยายน 2533 สืบเนื่องมาจากราคาประเมินที่ดินตามบัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม กรุงเทพมหานคร ปี 2531 - 2535 เดิมตามเอกสารหมาย ล.9 ไม่สอดคล้องกับราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดวัตถุประสงค์ของการจัดทำบัญชีราคาประเมินที่ดินใหม่ตามเอกสารหมาย จ.22 ก็เพื่อให้สอดคล้องกับราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาด และนำมาใช้ในการกำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนให้เป็นธรรมแก่เจ้าของที่ดิน ทั้งได้สำรวจสภาพที่ดินสอบถามราคาที่ซื้อขายกัน รวบรวมข้อมูลจากธนาคาร ผู้รับเหมา นายหน้า แล้วเอาข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์จึงน่าเชื่อว่าราคาประเมินที่ดินตามบัญชีราคาประเมินที่ดินเอกสารหมาย

จ.22 มีราคาใกล้เคียงหรือสูงต่ำกว่าราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดไม่มากและเชื่อว่าในเดือนกันยายน 2533 ที่ดินที่ถูกเวนคืนตามฟ้องมีราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดใกล้เคียงหรือสูงต่ำกว่าตารางวาละ 60,000 บาทไม่มากเช่นกัน และราคาดังกล่าวนี้เป็นราคาที่เพิ่มขึ้นจากปี 2531 และปี 2532 แล้วเป็นเวลา 2 ปี ดังนั้น ในปี 2531 ที่ดินที่ถูกเวนคืนตามฟ้องย่อมมีราคาต่ำกว่าตารางวาละ 60,000 บาทไม่มาก เมื่อกำหนดโดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ตามมาตรา 21(1) ถึง (5)เว้นแต่วันที่เป็นฐานที่ตั้งสำหรับราคาเป็นปี 2531 แล้วโจทก์ควรได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนตามฟ้องตารางวาละ 50,000 บาท เนื้อที่ 177.6 ตารางวาเป็นเงิน8,880,000 บาท

โจทก์ได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนตามฟ้องไปแล้ว 3,552,000 บาท โจทก์คงมีสิทธิได้เงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 5,328,000 บาท ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเงินค่าทดแทนที่ดินที่คณะกรรมการฯ กำหนดให้แก่โจทก์ตารางวาละ20,000 บาท เป็นธรรมแก่โจทก์แล้วนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับเป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้นให้แก่โจทก์จำนวน 5,328,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินแต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 10 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2535 (วันฟ้อง) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรินทร์ นาควิเชียร · สุทธิ นิชโรจน์ · ยรรยง ปานุราช
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3197/2545

จำเลยเพิ่งมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ไปรับเงินค่าทดแทนที่ดินหลังจากมีพระราชกฤษฎีกาตามฟ้องออกมาแล้วกว่า 16 ปี นับว่าล่าช้าเกินสมควรไปมากจนผิดปกติ ต้องถือว่าเป็นกรณีที่ฝ่ายจำเลยไม่เร่งดำเนินการเวนคืนให้แล้วเส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8156/2544

ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนบางส่วนทำให้ส่วนที่เหลือจากการเวนคืนแบ่งออกเป็น 2 ส่วน แต่ละส่วนเป็นที่ดินผืนใหญ่กว่า 20 ไร่ และ 50 ไร่สามารถใช้ประโยชน์แยกเป็นเอกเทศต่างหากจากกันได้ แต่ละส่วนมีด้านหนึ่งกว้างปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2710/2541

การกำหนดเงินค่าทดแทนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่โจทก์ผู้ถูกเวนคืนนั้นจะต้องกำหนดโดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530มาตรา 21(1) ถึง (5) บัญญัติไว้ประกอบกัน การท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1148/2541

โจทก์เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนจากการเวนคืนที่ดิน ได้อุทธรณ์ขอเงินค่าทดแทนเพิ่มสำหรับที่ดินพิพาทจากที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ กำหนดให้ตารางวาละ 35,000 บาท เป็นตารางวาละ 63,000 บาท เมื่อรัฐ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510/2541

การพิจารณากำหนดค่าทดแทนให้แก่ผู้ถูกเวนคืน นอกจากจะคำนึงถึงราคาประเมินของกรมที่ดินเพื่อใช้เป็นทุนทรัพย์สำหรับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม แล้วยังจะต้องคำนึงถึงราคาที่ซื้อขายกันตา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้