Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9861/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การเสพเมถุนของจำเลยเป็นการล่วงละเมิดพระธรรมวินัยจึงเป็นอาบัติปาราชิกถือว่าขาดจากความเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้ว และเมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าคณะอำเภอได้นำคำวินิจฉัยไปอ่านให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 17.20 นาฬิกา แม้จำเลยจะไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบคำวินิจฉัยดังกล่าว แต่ก็ถือได้ว่าจำเลยทราบคำวินิจฉัยโดยชอบแล้วซึ่งต้องสึกภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ได้ทราบคำวินิจฉัยนั้น ตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 26

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 5, 15 ตรี, 20, 24, 26, 43

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 24, 26, 43 จำคุก 2 เดือน

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนาและได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีโพธิ์ทอง ตำบลคึมชาด อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2553 นางสำริตย์ ได้ร้องเรียนต่อคณะสงฆ์อำเภอหนองสองห้องว่านางสำริตย์และจำเลยมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวและจำเลยตกลงว่าจะรับเลี้ยงดูจึงขอให้คณะสงฆ์บอกให้สึกจากความเป็นพระภิกษุเพื่อมารับเลี้ยงดูตามที่ตกลงกัน เจ้าคณะอำเภอจึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์ตามคำสั่งเจ้าคณะอำเภอหนองสองห้อง เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์ ต่อมาวันที่ 6 พฤษภาคม 2553 จำเลยและนางสำริตย์มาให้การต่อคณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์ นางสำริตย์ให้การว่า ที่ให้การไปเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2553 และวันที่ 26 เมษายน 2553 นั้น ให้การไปด้วยความโมโหไม่เป็นความจริงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 คณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดพระธรรมวินัยโดยเสพเมถุนถึงขึ้นอาบัติปฐมปาราชิกตามรายงานผลการสอบสวนอธิกรณ์ ในวันเดียวกันเจ้าคณะอำเภอหนองสองห้องมีคำวินิจฉัยเห็นชอบด้วยกับคณะกรรมสอบสวนและมีคำวินิจฉัยว่า

จำเลยประพฤติล่วงละเมิดพระธรรมวินัยขั้นอาบัติปฐมปาราชิกต้องสึกให้พ้นจากความเป็นพระภิกษุภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่วันที่ได้รับทราบคำวินิจฉัยตามคำวินิจฉัย แต่จำเลยไม่ยอมสึก ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า พุทธศาสนาจะดำรงอยู่ได้ก็ด้วยสัจธรรม ความดีความงามของพุทธศาสนารวมทั้งศรัทธาของพุทธศาสนิกชนเพื่อทำนุบำรุงศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง มิได้พิจารณาจากการกลับคำให้การของนางสำริตย์อันเป็นเท็จด้วยเจตนาช่วยเหลือจำเลยเพื่อระงับอธิกรณ์ โดยมีเหตุจูงใจให้จำเลยมาอยู่กินกับนางสำริตย์ฉันสามีภรรยา ดังนั้น จึงต้องยึดถือความจริงตามที่นางสำริตย์ให้การไว้แต่แรกในเรื่องจำเลยเสพเมถุนมารับฟังเป็นหลัก

มิฉะนั้นจะถือได้ว่าการกลับคำให้การของนางสำริตย์เป็นการส่งเสริมให้จำเลยซึ่งเสพเมถุนดำรงอยู่ในพุทธศาสนาต่อไป ซึ่งนับว่าเป็นการผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง การเสพเมถุนของจำเลยเป็นการล่วงละเมิดพระธรรมวินัยจึงเป็นอาบัติปาราชิกถือว่าขาดจากความเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้ว และเมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าคณะอำเภอได้นำคำวินิจฉัยไปอ่านให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 17.20 นาฬิกา แม้จำเลยจะไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบคำวินิจฉัยดังกล่าว แต่ก็ถือได้ว่าจำเลยทราบคำวินิจฉัยโดยชอบแล้วซึ่งต้องสึกภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ได้รับทราบคำวินิจฉัยตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 เมื่อจำเลยฝ่าฝืนจำเลยจึงมีความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ อเนกพุฒิ · ประยูร ณ ระนอง · ภาติยะ ดวงมณี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพล - นายกฤษณ์ โคตรทอง
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นางวิไลวรรณ ชิดเชื้อ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.4808/2555
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ765/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ1511/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้