Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 986/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 เมื่อได้ร้องทุกข์ภายในกำหนดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 96 แล้ว ย่อมมีอายุความ 5 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95(4)โจทก์ได้ยื่นฟ้องคดีอาญาต่อศาลภายในกำหนดอายุความแล้วแต่ไม่ได้ตัวจำเลยมาศาลภายในกำหนดอายุความ ต้องถือว่าคดีโจทก์เป็นอันขาดอายุความ จะนำเอาบทบัญญัติในทางแพ่งเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงเมื่อฟ้องคดีมาใช้บังคับไม่ได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลงวันที่ 4 เดือนกันยายนพุทธศักราช 2512คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2501 เวลากลางวัน จำเลยออกเช็คให้โจทก์เป็นการชำระหนี้เงินกู้ จำนวนเงิน 85,000 บาท ครั้นวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2501 โจทก์นำเช็คไปเข้าบัญชี ณ ธนาคารไทยพาณิชย์การจำกัด ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์จึงร้องทุกข์ไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ พนักงานสอบสวนไม่ดำเนินการกับจำเลย โจทก์จึงฟ้องเป็นคดีนี้ขึ้นเหตุเกิดที่ตำบลสามเสนใน อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งว่าคดีของโจทก์มีมูลให้ประทับฟ้อง

ระหว่างการพิจารณาโจทก์ส่งหมายนัดและสำเนาฟ้องให้จำเลยในชั้นไต่สวนมูลฟ้องไม่ได้ ต้องแจ้งวันนัดโดยประกาศทางหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมาย และเมื่อศาลประทับฟ้องแล้วก็ส่งหมายเรียกให้จำเลยไม่ได้อีกเช่นเดียวกัน ศาลชั้นต้นจึงประกาศให้จำเลยทราบทางหนังสือพิมพ์ โดยแจ้งกำหนดวันนัดชี้สองสถานให้จำเลยทราบ จำเลยคงไม่มาศาลตามกำหนด ศาลชั้นต้นออกหมายจับจำเลย เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2505 แต่ก็ยังไม่ได้ตัวจำเลย ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2506 ให้จำหน่ายคดีชั่วคราว ครั้นวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2510 ตำรวจจับจำเลยได้และนำส่งศาลเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2510 ศาลชั้นต้นรับตัวจำเลยไว้แล้วดำเนินการพิจารณาต่อไปจำเลยให้การปฏิเสธ และต่อสู้ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความตามกฎหมายศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า

คดีโจทก์ขาดอายุความไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงอื่น พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ว่าคดีของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษายืนโจทก์ฎีกาต่อมาว่าคดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์ว่าปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาคดีนี้แล้ว คดีนี้มีปัญหาแต่เฉพาะข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจึงจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงมาว่าจำเลยได้ออกเช็คให้โจทก์จริงตามฟ้อง ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2501 โดยแจ้งว่าเงินในบัญชีของจำเลยไม่พอจ่าย

โจทก์จึงได้ร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจและได้ยื่นฟ้องคดีนี้เองเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2505 แม้โจทก์จะได้ฟ้องจำเลยต่อศาลแล้วก็ตาม แต่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องก็ดี หรือในระหว่างพิจารณาคดีก็ดี โจทก์ไม่สามารถส่งหมายนัดและสำเนาคำฟ้องรวมทั้งส่งหมายเรียกแก่จำเลยได้ เพราะไม่ทราบว่าจำเลยไปอยู่ที่ไหน โจทก์ให้ศาลประกาศให้จำเลยทราบทางหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมาย แต่ก็คงไม่มีตัวจำเลยมาศาล ศาลชั้นต้นจึงออกหมายจับจำเลยเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2505 และสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2506 เพราะยังจับตัวจำเลยไม่ได้ ต่อมาวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2510 ตำรวจจึงจับจำเลยได้ และส่งตัวจำเลยมายังศาล เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2510 ซึ่งล่วงพ้นระยะเวลาห้าปี

นับแต่วันกระทำผิด คือวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2501 แล้ว ได้ความดังนี้ ศาลอุทธรณ์จึงเห็นว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95(4) โจทก์ฎีกาว่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 หาได้ประสงค์ที่จะต้องให้ได้ตัวจำเลยมาศาลภายในกำหนดไม่ ถ้าประสงค์เช่นนั้นน่าจะบัญญัติไว้ให้ชัดแจ้งว่าเมื่อโจทก์ได้ฟ้องแล้วแต่มิได้ตัวมาภายในกำหนด เป็นอันขาดอายุความ โจทก์เห็นว่าต้องนำบทบัญญัติทางแพ่งมาอนุโลมใช้ ว่าเมื่อโจทก์ฟ้องคดีต่อศาลแล้วอายุความต้องสะดุดหยุดลง ศาลชั้นต้นออกหมายจับเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2505 อายุความจึงควรเริ่มต้นนับใหม่ คดีโจทก์จะขาดอายุความเมื่อล่วงพ้นวันที่ 21 ธันวาคม 2510 แล้ว คดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความนั้นได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า

เรื่องอายุความตามทางอาญานั้นได้มีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่า"ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำผิดมายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำผิด เป็นอันขาดอายุความ(1)................... ฯลฯ(2) .................. ฯลฯ(3) .................. ฯลฯ(4) ห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งเดือนถึงหนึ่งปี ฯลฯ" ฉะนั้น นอกจากโจทก์จะได้ยื่นฟ้องจำเลยไว้ภายในกำหนดอายุความแล้ว ยังต้องได้ตัวจำเลยมายังศาลภายในกำหนดอายุความอีกด้วย คดีโจทก์จึงจะไม่ขาดอายุความ คดีนี้เป็นคดีที่ฟ้องกล่าวหาขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 อันเป็นความผิดอันยอมความกันได้และมีอัตราระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี

เมื่อผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ไว้ภายในกำหนดอายุความตามมาตรา 96 แห่งประมวลกฎหมายอาญาแล้วคดีจึงมีอายุความห้าปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95(4) และเรื่องนี้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยภายในกำหนดอายุความเท่านั้น แต่ไม่ได้ตัวจำเลยมาพิจารณาภายในกำหนดอายุความ คือระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2501 (คือวันกระทำผิด) ถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2506 ปรากฏว่าตำรวจจับจำเลยได้เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2510 และส่งตัวมายังศาลเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2510 คดีโจทก์จึงขาดอายุความดังที่ศาลล่างพิพากษาต้องกันมานั้นชอบแล้ว เมื่อประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติไว้ชัดแจ้งดังนี้ ที่โจทก์จะให้นำเอาเรื่องอายุความในทางแพ่งว่าคดีโจทก์ควรถือว่าอายุความสะดุดหยุดลงเมื่อฟ้องคดีหาได้ไม่ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถาวร หุตะโกวิท · จรัญ อิศระ · ประพนธ์ ศาตะมาน
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้