Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 982/2494

พ.ศ. 2494 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินมีชื่อภรรยาผู้เดียวภรรยาได้เอาที่ดินนั้นไปจำนองต่อบุคคลอื่นหลายครั้งหลายหนตลอดจนโอนหลุดเป็นสิทธิแก่ผู้รับจำนอง แล้วขอซื้อกลับคืนมาและขายให้แก่ผู้มีชื่อไปผู้ซื้อรับซื้อไว้โดยสุจริต ซื้อขายกันแล้ว ภรรยาได้เช่าที่ดินบ้านเรือนรายพิพาทอยู่ร่วมกับสามีนานถึง 5 ปี สามีจึงเพิ่งบอกล้างนิติกรรมซื้อขายที่พิพาทนี้ดังนี้ เป็นการบอกล้างเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่ง นับแต่เวลาที่จะอาจให้สัตยาบันได้จึงต้องห้ามมิให้บอกล้างตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 143

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องอ้างว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และนางทองคำภริยา ๆ เอาที่พิพาทไปขายแก่จำเลย โดยโจทก์ไม่ทราบ โจทก์จึงบอกล้างนิติกรรมไปยังจำเลย ๆ ไม่ยอมให้ที่ดินกลับคืนสู่สภาพเดิม จึงฟ้องบังคับ ศาลแพ่งเห็นว่า โจทก์ทราบเรื่องการขายเกิน ๑ ปีแล้ว ไม่บอกล้างภายในกำหนด ๑ ปีตามป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๔๓ ย่อมหมดสิทธิ จึงพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายรายนี้ ให้จำเลยโอนที่พิพาทคืนเป็นของนางทองคำตามฐานะเดิม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ย่อมให้ภริยาตนมีชื่อถือกรรมสิทธิในโฉนดที่ดินอันเป็นสินบริคณห์แต่ผู้เดียว แล้วภริยาโจทก์ยังได้เอาไปจำนองต่อบุคคลอื่นหลายครั้งหลายหนตลอดจนโอนหลุดเป็นสิทธิแก่ผู้รับจำนอง แล้วขอซื้อกลับคืนมาและขายให้จำเลยที่ ๑ ต่อไป จำเลยที่ ๑ รับซื้อไว้โดยสุจริต ซื้อแล้วภริยาโจทก์ยังเช่าที่ดินบ้านเรือนรายพิพาทนั้นอยู่ร่วมเรือนเดียวกับโจทก์ผู้เป็นสามีมาอีกนานถึง ๕ ปีเศษ ย่อมฟังได้ว่า โจทก์ทราบเรื่องที่ภรรยาโจทก์ได้ขายที่ดินบ้านเรือนรายพิพาทให้จำเลยที่ ๑ แล้วต้องเช่าอยู่หลายปี โจทก์จึงบอกล้างไม่ได้ตามป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๔๓ พร้อมกับพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นนทประชา · มนูภันย์วิมลสาร · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายกำธร พันธุลาภ
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิเทศนฤบาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้