Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 981/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 71(1) ในอัตราร้อยละ 2 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่าย โจทก์อุทธรณ์การประเมินยอมรับว่าโจทก์ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2515 จริง ขอให้พิจารณาลดหย่อนภาษีเท่านั้น ดังนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิ ฟ้องว่าการประเมินเรียกเก็บภาษีของเจ้าพนักงานประเมินไม่ถูกต้องและขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ซึ่งได้ยุติไปแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าเจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคล กรมสรรพากร ได้มีหนังสือถึงโจทก์ตามเอกสารหมาย ล.6 แจ้งว่า โจทก์มิได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2515 จึงได้ประเมินภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 71(1) ในอัตราร้อยละ 2 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ คิดเป็นจำนวนเงินภาษีที่โจทก์จะต้องชำระเพิ่มเป็นเงิน 25,506 บาท 42 สตางค์ และให้โจทก์ไปชำระเงินค่าภาษีดังกล่าว ณ ที่ทำการเขตพระนคร โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โดยกล่าวในอุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2515 จริง โดยโจทก์ขอรับผิดและให้พิจารณาลดหย่อนภาษีให้โจทก์ตามสมควร

ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.8 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อันมีจำเลยทั้งสามเป็นกรรมการได้พิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์แล้ววินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.2 โจทก์จึงได้อุทธรณ์เป็นคดีนี้ต่อศาลอ้างว่าโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2515 ไว้แล้ว การประเมินเรียกเก็บภาษีของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงเป็นการไม่ถูกต้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คดีคงมีปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ดังกล่าวข้างต้นได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลกรมสรรพากรแจ้งว่าโจทก์มิได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี

พ.ศ. 2515 จึงได้ประเมินภาษีตามประมวลรัษฎากรมาตรา 71(1) ในอัตราร้อยละ 2 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ คิดเป็นจำนวนเงินภาษีที่โจทก์จะต้องชำระเพิ่มเป็นเงิน 25,506 บาท 42 สตางค์ให้โจทก์ชำระเงินค่าภาษีจำนวนดังกล่าว ในอุทธรณ์ของโจทก์ที่ยื่นต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามเอกสารหมาย ล.8 ปรากฏว่า โจทก์มิได้อุทธรณ์คัดค้านว่าความจริงโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2515 ไว้โดยชอบแล้ว และมิได้อุทธรณ์คัดค้านว่าที่เจ้าพนักงานประเมินเรียกเก็บภาษีจากโจทก์ในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2515 อัตราร้อยละ 2 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ตามมาตรา 71(1) แห่งประมวลรัษฎากรนั้นไม่ถูกต้องอย่างไรแต่ประการใด

กลับยอมรับในอุทธรณ์นั้นว่า โจทก์ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2515 จริง โดยโจทก์ขอรับผิดและขอให้พิจารณาลดหย่อนภาษีให้โจทก์ตามสมควรเท่านั้นศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ยอมรับในอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2515 จริง โดยขอรับผิดและขอลดหย่อนภาษีให้โจทก์ตามสมควรเท่านั้นแล้ว ก็ต้องถือว่าการที่เจ้าพนักงานประเมินได้เรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจากโจทก์ในอัตราร้อยละ 2 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ตามมาตรา 71(1) แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากโจทก์ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2515 นั้นเป็นการถูกต้องแล้วโดยเฉพาะปัญหาที่ว่าโจทก์ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2515 ซึ่งโจทก์ยอมรับว่าเป็นจริงแล้วนั้น

ต้องถือว่าได้ยุติไปแล้ว ดังนั้นโจทก์จะรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นอุทธรณ์ต่อศาลว่า การประเมินเรียกเก็บภาษีของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เป็นการไม่ถูกต้องโดยอ้างว่าโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2515 ไว้แล้วอีกหาได้ไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ในเรื่องนี้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี · อาจ ปัญญาดิลก
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้