Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 978/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรรมการลูกจ้างและ ส. ได้รับมอบหมายให้ผลัดกันขับรถของผู้ร้องบรรทุกสินค้าไปส่งให้แก่ลูกค้าที่ประเทศมาเลเซีย หลังจากส่งสินค้าเสร็จแล้ว ขากลับขณะที่กรรมการลูกจ้างเป็นคนขับ ส. นอนพักผ่อนที่เบาะหลังคนขับ กรรมการลูกจ้างขับรถตกจากถนนลงข้ามทางไปพลิกตะแคงซ้าย ส. เลื่อนตกจากที่นอนมาที่เบาะซ้ายด้านหน้า แล้วถูกกรรมการลูกจ้างหล่นจากที่นั่งคนขับคร่อมทับ ส. เป็นเหตุให้ ส. ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนกรรมการลูกจ้างได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก ซึ่งขณะเกิดเหตุกรรมการลูกจ้างขับรถโดยไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย อันเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้อง การที่กรรมการลูกจ้างไม่คาดเข็มขัดนิรภัยนอกจากจะเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องแล้ว ยังเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายที่มีโทษทางอาญาและก่อให้เกิดความเสียหายแก่ ส. อันเป็นผลมาจากการที่กรรมการลูกจ้างไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จึงมีเหตุสมควรที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้ ส่วนที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ผู้ร้องไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เป็นเพียงการวินิจฉัยให้เหตุผลเกินเลยไปเท่านั้น

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตเลิกจ้างนายกฤษณพงษ์กรรมการลูกจ้าง ศาลแรงงานกลางส่งสำเนาคำร้องให้นายกฤษณพงษ์กรรมการลูกจ้างแล้ว กรรมการลูกจ้างไม่ยื่นคำคัดค้าน แต่มาศาลในวันนัดพิจารณา ศาลแรงงานกลางจึงทำการไต่สวนพยานทั้งสองฝ่าย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างนายกฤษณพงษ์กรรมการลูกจ้างได้ กรรมการลูกจ้างอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องมีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามคู่มือพนักงาน โดยมีประกาศกำหนดให้พนักงานที่ขับรถยนต์ของบริษัททุกประเภทจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างถูกต้องตลอดเวลาที่ขับรถ หากพนักงานผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎ จะถือว่าพนักงานผู้นั้นผิดกฎระเบียบของบริษัท และอาจมีผลถึงการเลิกจ้างงานได้ นายกฤษณพงษ์ เป็นกรรมการลูกจ้างของผู้ร้อง เข้าทำงานเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2539 ได้ค่าจ้างสุดท้ายเดือนละ 10,500 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันสิ้นเดือน เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2547 นายกฤษณพงษ์และนายสวิงได้รับมอบหมายให้ผลัดกันขับรถของผู้ร้องบรรทุกสินค้าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เหลวไปส่งให้ลูกค้าที่ประเทศมาเลเซีย

หลังจากส่งสินค้าเสร็จแล้ว ขากลับวันที่ 30 สิงหาคม 2547 ขณะที่นายกฤษณพงษ์เป็นคนขับ นายสวิงไปนอนพักผ่อนที่เบาะหลังคนขับ เวลาประมาณ 21 นาฬิกา นายกฤษณพงษ์ขับรถตกจากถนนลงข้างทางไปพลิกตะแคงซ้าย นายสวิงรู้สึกตัวเมื่อเลื่อนตกจากที่นอนมาที่เบาะซ้ายด้านหน้า แล้วถูกนายกฤษณพงษ์หล่นจากที่นั่งคนขับคร่อมทับนายสวิง รถยนต์ผู้ร้องได้รับความเสียหายประมาณ 1,000,000 บาท นายสวิงได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกหัวไหล่ขวาแตกหัก ต้องดามเหล็กและได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนขวา ส่วนนายกฤษณพงษ์ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก ขณะเกิดเหตุนายกฤษณพงษ์ขับรถยนต์บรรทุกโดยไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย อันเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องและเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายที่กำหนดและบัญญัติขึ้นเพื่อความปลอดภัยแก่ตัวผู้ขับรถยนต์เอง และสามารถปฏิบัติได้อย่างง่ายดาย

การละเลยฝ่าฝืนจึงเป็นความผิดร้ายแรง ทั้งผลที่เกิดจากการไม่คาดเข็มขัดนิรภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ นายกฤษณพงษ์จึงหล่นจากที่นั่งคนขับลงมาทับนายสวิง เป็นเหตุให้นายสวิงได้รับบาดเจ็บสาหัสกระดูกหัวไหล่ขวาหักผลที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากการที่นายกฤษณพงษ์ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีที่ร้ายแรง เป็นเหตุที่นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) กรณีจึงมีเหตุผลอันสมควรเพียงพอที่ศาลควรอนุญาตให้เลิกจ้างนายกฤษณพงษ์กรรมการลูกจ้างได้ตามคำร้องขอของนายจ้าง ที่นายกฤษณพงษ์กรรมการลูกจ้างอุทธรณ์ว่า แม้ผลของการไม่คาดเข็มขัดนิรภัยจะเป็นผลให้นายสวิงได้รับบาดเจ็บก็ตาม แต่เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพียงอุบัติเหตุมิได้เกิดจากการจงใจกระทำผิดแต่อย่างใด

การไม่คาดเข็มขัดนิรภัยก็เป็นเพียงการกระทำไม่สมควรเท่านั้น มิได้เป็นการกระทำผิดอย่างร้ายแรงแต่อย่างใด จึงไม่มีเหตุสมควรเพียงพอที่ศาลแรงงานกลางจะอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างได้นั้น เห็นว่า การที่กรรมการลูกจ้างไม่คาดเข็มขัดนิรภัยนอกจากจะเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องแล้ว ยังเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายที่มีโทษทางอาญาและก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายสวิงอันเป็นผลมาจากการที่กรรมการลูกจ้างไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จึงมีเหตุสมควรที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้ ส่วนที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ผู้ร้องไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นเพียงการวินิจฉัยให้เหตุผลเกินเลยไปเท่านั้น อุทธรณ์ของกรรมการลูกจ้างฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุติมา จงสงวน · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · จรัส พวงมณี
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นางจิราวรรณ สุญาณวนิชกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้