Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9753/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาแฟรนไชส์มีข้อตกลงที่ให้โจทก์นำเงินมาลงทุนประกอบการร้านแฟมิลี่มาร์ทโดยใช้เครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของจำเลย โจทก์เป็นผู้ประกอบการร้านแฟมิลี่มาร์ทและรับผิดชอบต่อลูกจ้างของตนในฐานะนายจ้าง โดยโจทก์จะต้องโอนเงินรายได้จากการขายสินค้าให้จำเลยและจำเลยจะจ่ายเงินปันผลกำไรประจำเดือนและเงินส่วนแบ่งกำไรสะสมให้โจทก์ สัญญาแฟรนไชส์ระหว่างโจทก์และจำเลยจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 369 โจทก์ผิดสัญญาไม่ส่งเงินรายได้จากการขายให้จำเลย โดยที่สัญญาแฟรนไชส์ที่โจทก์ทำกับจำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อโจทก์ไม่ชำระหนี้ตามสัญญาแก่จำเลยก่อน โจทก์จะมาขอให้จำเลยส่งร้านให้โจทก์เข้าครอบครองไม่ได้ เมื่อจำเลยไม่ส่งมอบร้าน โจทก์จะอ้างเป็นเหตุบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยไม่ได้เช่นเดียวกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ขอให้ศาลบังคับจำเลยใช้เงินจำนวน 9,090,304 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2539 โจทก์ทำสัญญาแฟรนไชส์กับจำเลย โดยจำเลยให้โจทก์เข้าประกอบการค้าร้านจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคภายใต้เครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการแฟมิลี่มาร์ทของจำเลย โจทก์ต้องดำเนินกิจการตามระเบียบวิธีการ จัดทำรายงานการเงิน บัญชีรับจ่ายและการส่งเงินที่ได้จากการจำหน่ายสินค้าตามรูปแบบที่จำเลยกำหนด ในวันเดียวกันนายภิญญะทำบันทึกเข้าร่วมดำเนินกิจการร้านแฟมิลี่มาร์ทกับโจทก์ โดยรับผิดต่อจำเลยร่วมกับโจทก์อย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยอ้างว่าโจทก์ผิดสัญญาแฟรนไชส์ และในวันที่ 8 สิงหาคม 2540 จำเลยบอกเลิกสัญญาแฟรนไชส์กับโจทก์

เข้าครอบครองร้านแฟมิลี่มาร์ทและฟ้องโจทก์ให้ชดใช้ค่าเสียหาย ต่อมาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมีหนังสือบอกเลิกสัญญากับโจทก์โดยไม่มีหนังสือแจ้งเตือนให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญาให้ถูกต้องก่อน เป็นการเลิกสัญญามิชอบด้วยข้อตกลงในสัญญาแฟรนไชส์กรณีถือไม่ได้ว่าจำเลยและโจทก์ได้สมัครใจเลิกสัญญาแฟรนไชส์กันโดยปริยาย คดีถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาฎีกาที่ 6556/2545 โจทก์จึงกลับมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ในประการแรกว่า การที่สัญญาแฟรนไชส์ระหว่างโจทก์และจำเลยยังไม่เลิกกัน โจทก์จะอาศัยเหตุที่เกิดขึ้นใหม่บอกเลิกสัญญากับจำเลยได้หรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาแฟรนไชส์มีข้อตกลงที่ให้โจทก์นำเงินมาลงทุนประกอบการร้านแฟมิลี่มาร์ทโดยใช้เครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของจำเลย โจทก์เป็นผู้ประกอบการร้านแฟมิลี่มาร์ทและรับผิดชอบต่อลูกจ้างของตนในฐานะนายจ้าง โดยโจทก์จะต้องโอนเงินรายได้จากการขายสินค้าให้จำเลยและจำเลยจะจ่ายเงินปันผลกำไรประจำเดือนและเงินส่วนแบ่งกำไรสะสมให้โจทก์ สัญญาแฟรนไชส์ระหว่างโจทก์และจำเลยจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 369 กำหนดว่า ในสัญญาต่างตอบแทน คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะไม่ยอมชำระหนี้จนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะชำระหนี้ก็ได้ ในข้อที่ว่าระหว่างโจทก์และจำเลยมีการประพฤติผิดสัญญาหรือไม่ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยในคดีนี้ว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์เป็นฝ่ายละเลยไม่ส่งเงินรายได้ตามสัญญาแฟรนไชส์ ข้อ. 15.5 ให้จำเลย

โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำวินิจฉัยของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางในส่วนนี้ จึงเป็นยุติว่าโจทก์ผิดสัญญาไม่ส่งเงินรายได้จากการขายให้จำเลย โดยที่สัญญาแฟรนไชส์ที่โจทก์ทำกับจำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนดังที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้แล้ว เมื่อโจทก์ไม่ชำระหนี้ตามสัญญาแก่จำเลยก่อน โจทก์จะมาขอให้จำเลยส่งร้านให้โจทก์เข้าครอบครองไม่ได้ เมื่อจำเลยไม่ส่งมอบร้าน โจทก์จะอ้างเป็นเหตุบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยย่อมไม่ได้เช่นเดียวกัน ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา แม้โจทก์จะมีหนังสือบอกเลิกสัญญาถึงจำเลยก็หามีผลเป็นการบอกเลิกสัญญาตามกฎหมายไม่ แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียนั้นชอบด้วยเหตุและผลแล้ว

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นว่าโจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญากับจำเลยแล้วจึงไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในข้ออื่นอีกต่อไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เอกชัย ชินณพงศ์ · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · พินิจ บุญชัด
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายจุมพล ภิญโญสินวัฒน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ทก.(ป)56/2549
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ171/2546
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ157/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้