Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกับผู้เสียหายเคยมีความขัดแย้งกันในเรื่องหนี้เงินกู้มาก่อน ประกอบกับพฤติการณ์ของผู้เสียหายเมื่อไปถึงหน้ารั้วบ้านของจำเลยได้เรียกจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ให้ออกมาพูด นอกรั้วบ้าน อันถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ จำเลย ทำให้จำเลยโกรธผู้เสียหาย และร้องด่าผู้เสียหายว่า "มึงเป็นเมียน้อยสารวัตรส.อย่ามาทำใหญ่ให้กู้เห็นนะ"ต่อหน้า พ.ซึ่งมากับผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการทำให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังจาก พ. อันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาอาญามาตรา 326, 368, 91จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 จำคุก 1 เดือน และปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีนางนุสราผู้เสียหาย และนางสาวพิมลพรรณเพื่อนของผู้เสียหายมาเบิกความเป็นประจักษ์พยานว่า ในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องเมื่อผู้เสียหายกับเพื่อนไปถึงบ้านจำเลย

ผู้เสียหายเรียกให้จำเลยออกมานอกรั้วบ้านเพื่อพูดคุยเรื่องผู้เสียหายเอาเงินมาให้ จำเลยออกจากตัวบ้านแต่ไม่ยอมออกมานอกรั้วบ้านและยืนอยู่ห่างจากผู้เสียหายประมาณ 2 เมตรแล้วจำเลยร้องตวาด ด่าผู้เสียหายว่า "มึงไม่ต้องมาเสือกมึงไม่ต้องมาใหญ่ มึงเป็นเป็นเมียน้อยสารวัตรศิริชัยมึงไม่ต้องมาใหญ่" ผู้เสียหายให้จำเลยถอนคำพูด เพราะผู้เสียหายไม่ได้เป็นเมียน้อย จำเลยพูดอีกว่า ถ้ามึงแน่จริง มึงเก่งจริงให้ไปฟ้องเอา จากนั้นผู้เสียหายกับนางสาวพิมลพรรณขึ้นรถยนต์กลับ เห็นว่า ประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองปากดังกล่าวเบิกความได้สอดคล้องต้องกันในสาระสำคัญของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะนางสาวพิมลพรรณ นั้นไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อนจึงน่าเชื่อว่าได้เบิกความไปตามความจริงที่เกิดขึ้น

ส่วนจำเลยคงมีแต่จำเลยเพียงปากเดียวมาเบิกความลอย ๆ ว่าผู้เสียหายไม่ได้มาที่บ้านจำเลย จำเลยจึงไม่ได้ด่าผู้เสียหาย แต่ถูกผู้เสียหายกลั่นแกล้งจึงไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องผู้เสียหายได้ไปที่บ้านของจำเลยเพื่อเจรจาเรื่องเงินที่กู้ยืมกัน คดีมีปัญหาที่จะต้องพิจารณาต่อไปว่าจำเลยได้พูดหมิ่นประมาทผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายเคยยืมเงินจากจำเลยปรากฏตามสัญญากู้เงินเอกสารหมาย ล. และจำเลยเบิกความด้วยตนเองเป็นพยานสอดคล้องกับหลักฐานการกู้ยืมดังกล่าวว่าผู้เสียหายเคยกู้ยืมเงินจำเลย จำเลยเคยทวงถามดอกเบี้ยเงินกู้จากผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายไม่ยอมชำระ

จำเลยจึงทวงต้นเงินคืนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายไม่พอใจ และพูดท้าทายจำเลยว่าขนาดดอกเบี้ยยังเรียกเก็บไม่ได้แน่ใจหรือจะได้รับเงินต้นคืน จากข้อนำสืบของจำเลยดังกล่าวเมื่อฟังประกอบกับข้อที่ผู้เสียหายเบิกความว่า ในวันเวลาเกิดเหตุได้มาที่บ้านของจำเลยเพื่อพูดคุยเรื่องเอาเงินมาให้แล้วน่าเชื่อว่าจำเลยกับผู้เสียหายเคยมีความขัดแย้งกันในเรื่องหนี้เงินกู้มาก่อน ดังนั้นเมื่อได้นำข้อเท็จจริงที่ว่า จำเลยกับผู้เสียหายเคยมีความขัดแย้งกันในเรื่องหนี้เงินกู้มาก่อน ประกอบกับพฤติการณ์ของผู้เสียหายที่เบิกความว่า เมื่อไปถึงหน้ารั้วบ้านจำเลยได้เรียกให้จำเลยออกมาพูดนอกรั้วบ้าน อันถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติจำเลย ทำให้จำเลยโกรธผู้เสียหาย และร้องด่าผู้เสียหายว่า

"มึงเป็นเมียน้อยสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีก็แค่นั้นเองอย่ามาทำใหญ่ให้กูเห็นนะ" ต่อหน้านางสาวพิมลพรรณซึ่งมากับผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการทำให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังจากนางสาวพิมลพรรณอันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ · สันติ ทักราล · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5796/2567

ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ตาม ป.อ. มาตรา 137 เป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานอันเป็นบททั่วไป ส่วนความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่... ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2567

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงนครสวรรค์เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2097/2563 ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 326, 328 ซึ่ง ป.อ. มาตรา 328 มีระวางโทษเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครสวรรค์ ภายหลังโจทก์ขอถอนฟ้องเพื่อยื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2567

ข้อความที่จำเลยพิมพ์ลงในเว็บไซต์เฟซบุ๊กเป็นการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการแต่งตั้งโจทก์เป็นปลัดกระทรวง อ. ซึ่งก่อนหน้านั้นโจทก์ถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องการนำรถยนต์ราชการไปใช้ในกิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3870/2562

โจทก์ทราบว่า จำเลยทั้งห้าร้องเรียนโจทก์ว่าทุจริตต่อหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 ประกอบกับได้ความจากคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่า เคยเรียกโจทก์และจำเลยทั้งห้ามาพูดคุยไกล่เกลี่ยในปี 2557 เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6794/2561

ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยหมิ่นประมาทโจทก์อันเป็นการกระทำโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 328 จึงเป็นฟ้องที่ไม่ครบองค์ประกอบความผิด คำฟ้องของโจทก์ในความผิดตาม ป.อ. มาตรา 328 เป็นค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้