Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการบริษัทจำเลยที่ 2 ได้จัดสรรที่ดินในนามของจำเลยที่ 2 ให้ประชาชนเช่าซื้อ แต่ที่ดินนั้นมิใช่ที่ดินที่จำเลยที่ 2 มีกรรมสิทธิ์ตามที่จำเลยโฆษณาชี้ชวนแก่ประชาชน และจำเลยไม่สามารถจะโอนขายที่ดินนั้นได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการหลอกลวงโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ประชาชนโดยเจตนาทุจริตผู้เสียหายทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทจำเลยที่ 2 ได้ชำระเงินผ่อนไปบ้างแล้วบริษัทจำเลยที่ 2 ก็ปิดที่ทำการไม่มีคนมาทำงาน แม้จะได้ความว่ามีผู้สั่งจองโดยยังไม่ชำระเงินราว 10 ราย มีผู้ซื้อที่ดินเพียง 2 ราย คือ อ. กับผู้เสียหายและมีแต่ผู้เสียหายเพียงรายเดียวที่ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยการกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1, 2 กับนางนิสาและนางหทัยรัตน์ซึ่งหลบหนีไป ได้ร่วมกันหลอกลวงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่า จะขายที่ดินซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณวัดกิ่ง ตำบลราชาเทวะ ที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองกับพวกดังกล่าวนำออกจัดสรรแบ่งขายแบบให้เช่าซื้อโดยวิธีผ่อนส่ง โดยความจริงจำเลยทั้งสองไม่ได้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าวนั้นเลย และจำเลยกับพวกไม่มีสิทธิและหน้าที่ที่จะจัดการจัดสรรขายที่ดินนั้นแต่ประการใด การหลอกลวงของจำเลยกับพวกเป็นเหตุให้ประชาชนหลายคนและนางสมบูรณ์ พยัคฆาภรณ์หลงเชื่อ โดยเฉพาะนางสมบูรณ์ผู้เสียหายได้ตกลงทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินดังกล่าว 1 แปลง ในราคา 325,000 บาท และได้ชำระเงินค่าเช่าซื้อไปแล้ว 42,000 บาท โดยจำเลยที่ 1 ในฐานะกรรมการผู้จัดการเป็นผู้แทนของจำเลยที่ 2 ลงนามในสัญญาในฐานะเป็นผู้ขาย

นางสมบูรณ์ลงนามเป็นคู่สัญญาในฐานะผู้ซื้อ นางนิสาและนางหทัยรัตน์ลงนามเป็นพยานในสัญญา นางหทัยรัตน์เป็นพนักงานของบริษัทจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่เป็นผู้รับเงินและลงนามในใบเสร็จรับเงินร่วมกับจำเลยที่ 1 ในฐานะกรรมการผู้จัดการของบริษัทจำเลยที่ 2 โดยการหลอกลวงดังกล่าว จำเลยกับพวกได้เงินจำนวน 42,000 บาทไปจากนางสมบูรณ์ผู้เสียหายโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343, 83 และให้ร่วมกันใช้เงิน 42,000 บาทคืนให้แก่ผู้เสียหายจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 83 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลให้ปรับ 10,000 บาท ส่วนคำขอที่ให้ใช้เงิน 42,000 บาทนั้น ให้ยก เพราะจำเลยได้คืนเงินบางส่วนและทำสัญญากู้ให้ ผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์แล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาคดีมีปัญหาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินที่บริษัทจำเลยที่ 2 จัดสรรขายให้ผู้เช่าซื้อ มิใช่ที่ดินที่จำเลยมีกรรมสิทธิ์ตามที่จำเลยโฆษณาชี้ชวนแก่ประชาชน และจำเลยไม่สามารถจะโอนขายที่ดินนั้นได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการหลอกลวงโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ประชาชนโดยเจตนาทุจริต แม้จะได้ความจากจำเลยว่ามีผู้สั่งจองโดยยังไม่ต้องชำระเงินประมาณ 10 ราย มีผู้ซื้อที่ดินเพียง 2 รายคือนางอรุณรัตน์ กับผู้เสียหาย และมีผู้เสียหายเพียงรายเดียวที่ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยก็ตาม ก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 แล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343, 83 ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แผ้ว ศิวะบวร · สัญชัย สัจจวานิช · สนิท บริรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้