คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้ปืนยิงนายมะลิหรือสอด หมอกมืด โดยเจตนา แต่กระสุนปืนพลาดไปถูกนายเมี้ยน หงษ์สัมฤทธิ์ ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘,๖๐,๓๓
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ จำคุกจำเลย ๑๕ ปี จำเลยให้การชั้นสอบสวนและนำสืบเป็นประโยชน์แก่คดี ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลย ๑๐ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงโดยเป็นการป้องกันทรัพย์และตนเอง และครอบครัวพอสมควรแก่เหตุ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายมะลิพานายเมี้ยนผู้ตายมาบ้านจำเลยในคืนเกิดเหตุ เพื่อจะเอาตัวนางประจำภริยานายมะลิไปให้ได้ นางประจำเป็นบุตรจำเลย ได้พากันขึ้นไปบนเรือนจำเลยในเวลาค่ำคืน ๒๑ นาฬิกาเศษ ซึ่งจำเลยกับพวกนอนหลับกันแล้ว นายมะลิเรียกนางประจำให้เปิดประตูเรือน นางประจำไม่เปิด นายมะลิก็ดันประตูจะเข้าไป จำเลยจึงลุกขึ้นขัดขวาง นายมะลินายเมี้ยนผู้ตายขัดขืนจะเข้าไปเอาตัวนางประจำให้ได้ ดันประตูเรือนจนไม้กลอนขัดประตูหัก นับว่านายมะลิและผู้ตายกระทำการมิชอบ ด้วยความอุกอาจปราศจากความยำเกรงจำเลยผู้เป็นพ่อตาและเจ้าของบ้าน เป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม เหลือวิสัยที่จำเลยจะอดกลั้นโทสะไว้ได้ จำเลยบันดาลโทสะขึ้นในขณะนั้น จึงยิงไปทางนายมะลิและผู้ตาย ๑ นัด จำเลยย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๓ ปี.