Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9684/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาไม่เกินห้าหมื่นบาทต้องห้ามอุทธรณ์และฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยต้องฟังข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับฟังมาตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238ประกอบมาตรา 247 เมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าที่ดินพิพาทตามโฉนดที่ดินในคดีนี้เป็นของโจทก์ จำเลยฎีกาว่าการออกโฉนดที่ดินของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งแม้จะวินิจฉัยให้ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโฉนดเลขที่ 35113ของโจทก์โดยขุดดินและปักเสาไม้เนื้อแข็งขึงรั้วลวดหนาม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาไม้และรั้วลวดหนามออกไปจากที่ดินของโจทก์ และปรับแต่งที่ดินของโจทก์ให้อยู่ในสภาพดังเดิม หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์รื้อถอนเองโดยให้จำเลยเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับค่าเสียหายอีกปีละ 20,000 บาท ทุกปีไปจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนและออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยล้อมรั้วลวดหนามบุกรุกหรือรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ โฉนดที่ดินเลขที่ 35113 ของโจทก์รุกล้ำที่ดิน

น.ส.3 ก. ที่ 1696 ของจำเลย เป็นการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมายโจทก์ไม่เสียหายตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนเสาไม้และรั้วลวดหนามออกไปจากที่ดินของโจทก์ พร้อมปรับแต่งที่ดินให้อยู่ในสภาพดีหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์รื้อถอนเองโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน 800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์กับค่าเสียหายอีกปีละ 800 บาทจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนเสาและรั้วลวดหนามออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการดำเนินการออกโฉนดที่ดินของโจทก์ตามโฉนดที่ดินเอกสารหมาย

จ.1ไม่ถูกต้องตามระเบียบและไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า คดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันทั้งในชั้นอุทธรณ์และในชั้นฎีกาไม่เกินห้าหมื่นบาท ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์และฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่งและ 248 วรรคหนึ่ง โดยลำดับ การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2รับฟังมาตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นตามมาตรา 238 ประกอบด้วยมาตรา 247 ซึ่งศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินตามโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งรวมถึงที่ดินที่พิพาทกันในคดีนี้ด้วยเป็นที่ดินของโจทก์ ได้ความดังนี้ จึงเห็นว่าถึงแม้จะวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ว่าการดำเนินการออกโฉนดที่ดินของโจทก์ตามโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.1 ถูกต้องตามระเบียบและชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก็จะไม่ทำให้คำวินิจฉัยตามที่ศาลชั้นต้นฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์มีผลเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยดังกล่าวจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ · สมคิด ไตรโสรัส
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355/2541

โจทก์กู้เงินจากจำเลย 100,000 บาท กำหนดชำระคืนภายใน3 เดือน โดยโจทก์นำที่ดินพิพาทมาจดทะเบียนจำนองเป็นประกัน เมื่อครบกำหนดแล้วโจทก์ไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย โดยขณะทำนิติกรรมจดทะเบียนโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4438/2536

คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า แม่ชีสมพรได้ยกเงินที่จำเลยเป็นหนี้เงินกู้ตนซึ่งไม่มีหลักฐานการกู้ยืมทั้งหมดให้แก่โจทก์ แล้วจำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมเงินให้แก่โจทก์ไว้เพื่อชำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2182/2534

จำเลยที่ 2 ไม่ได้ยกปัญหาคำสั่งศาลให้ปิดหมายเรียกไม่ชอบขึ้นว่ามาในศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาต้องห้าม ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกิน 50,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามฎีกาในปัญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1567/2500

คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและให้รื้อถอนบ้านเรือนออกไปจากที่พิพาทและไม่บังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายตามที่โจทก์ขอ แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 100 บาทและเดือนต่อๆไปอีกเดือนละ 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 871/2496

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าของโจทก์ ศาลชั้นต้นฟังว่าห้องเช่าเป็นเคหะ จึงพิพากษายกฟ้องแต่ศาล อุทธรณ์ฟังว่า ไม่ใช่เคหะ จึงพิพากษากลับให้ขับไล่จำเลย ่จำเลยฎีกาเพียงว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์เฉพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้