Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 968/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า ที่พิพาทเป็นของ ด. ด. ตายที่พิพาทเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ผู้เป็นภริยาและบุตรของ ด.ขอให้แบ่งตามส่วน จำเลยให้การต่อสู้ว่ายายจำเลยยกที่พิพาทให้ด. ต่อมาด.ยกให้จำเลย (ผู้เป็นบุตรของ ด.เกิดแต่ภรรยาอีกคนหนึ่ง) ตั้งแต่ด.ยังมีชีวิตอยู่ ศาลกะประเด็นนำสืบว่า ที่พิพาทนี้ ด. ได้ยกให้จำเลยตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่จริงหรือไม่ ดังนี้ ศาลก็ชอบที่จะสืบพยานตามประเด็นข้อพิพาท และพิจารณาชี้ขาดตัดสินไปตามนั้น ที่จะไปฟังตามคำพยานจำเลยว่ายายจำเลยมิได้เจตนายกที่ให้ด. ด. ปกครองที่พิพาทโดยมิได้เจตนาปกครองเป็นเจ้าของ แต่เป็นการปกครองแทนจำเลยนั้น ย่อมเป็นการขัดแย้งกับคำของจำเลย และเป็นเรื่องนอกประเด็นโจทก์เป็นภริยาของผู้ตายก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 ไม่ปรากฏว่าฝ่ายใดมีสินเดิม โจทก์จึงมีสิทธิได้รับสินสมรส 1 ใน 3 กับมีสิทธิได้ส่วนแบ่งจากส่วนที่เป็นมรดกของผู้ตายด้วย รวมเป็นเนื้อที่ 13 ไร่เศษ แต่โจทก์ได้ใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทมาเพียง11 ไร่ นอกนั้นจำเลยเป็นฝ่ายครอบครอง ที่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อเจ้ามรดกตายแล้วเกินกว่า 1 ปี ที่มรดกนอกจากที่โจทก์ได้ครอบครองมาย่อมขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาของนายดอน ผาสุข ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5-6 นายดอนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 2322 ร่วมกับผู้อื่นอีก 4 คน ส่วนของนายดอนมีอยู่1 ใน 5 เป็นเนื้อที่ 31 ไร่ 3 งาน 15 ตารางวา ที่ส่วนนี้โจทก์กับบุตรได้ทำนาและปลูกบ้านอยู่ นับแต่ได้กรรมสิทธิ์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2484 นายดอนถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2501 เมื่อเดือนสิงหาคม 2502 จำเลยซึ่งเป็นบุตรนายดอนเกิดแต่นางแพภริยาคนหลัง ได้ไปขอรับมรดกนายดอนแต่ผู้เดียว เจ้าพนักงานหลงเชื่อได้โอนที่ดินให้จำเลยโดยโจทก์และทายาทอื่นไม่ทราบ เมื่อประมาณ 10 วันมานี้ (ฟ้อง 29 มิถุนายน 2504) จำเลยไม่ยอมให้โจทก์กับบุตรทำนาจึงขอให้จำเลยแบ่งที่ดินเฉพาะส่วนของนายดอนในที่ดินโฉนดที่ 2322 ซึ่งเป็นส่วนได้ของโจทก์ให้โจทก์ 18 ไร่ 65 ตารางวา

หากไม่สามารถแบ่งได้ก็ขอให้ขายทอดตลาดแบ่งเงินให้โจทก์ กับให้ใช้ค่าเสียหายจนกว่าโจทก์จะได้รับส่วนแบ่งจำเลยให้การว่า ที่ดินตามโฉนดนี้เฉพาะส่วนของจำเลยมีกรรมสิทธิ์อยู่ 50 ไร่ ได้ทำกินมา 10 กว่าปีแล้ว ที่ส่วนนี้นางสวาดยายจำเลยแบ่งยกให้นายดอนเมื่อ พ.ศ. 2484 เนื้อที่ 50 ไร่ โดยมีหนังสือยกให้และแก้ทะเบียนกรรมสิทธิ์ เมื่อนายดอนยังมีชีวิตอยู่ นายดอนได้ยกให้จำเลยกับพี่อีก 2 คน นายดอนตายแล้วพี่จำเลยมอบกรรมสิทธิ์ให้จำเลย จำเลยมาขอรับมรดกแก้ทะเบียนกรรมสิทธิ์ในโฉนดโดยไม่เคยปิดบังความจริง โจทก์อาศัยอยู่ในที่ดินจริง แต่ไม่เคยทำนาดังกล่าว ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะเจ้ามรดกตายเกิน 1 ปีแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า

นางสวาดเจ้าของเดิมประสงค์จะยกนาพิพาทให้แก่จำเลยกับพี่อีก 2 คน แต่คนเหล่านั้นยังเป็นเด็ก จึงยกให้นายดอน โดยให้นายดอนทำสัญญาไว้ว่าจะไม่โอนให้แก่ผู้อื่นนอกจากเด็กทั้งสาม และเมื่อนายดอนตายก็ให้ตกได้แก่เด็กทั้งสามนั้น แล้วนายดอนก็ปกครองที่พิพาทแทนจำเลยกับพวกตามความประสงค์ของนางสวาดมากว่า 10 ปีแล้ว นาพิพาทจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยกับพวก ไม่ใช่ทรัพย์มรดกของนายดอนอันจะต้องมาแบ่งปันกัน พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องอ้างว่าที่พิพาทเป็นของนายดอน นายดอนตายตกเป็นมรดกได้แก่โจทก์ผู้เป็นภรรยาและบุตรนายดอนโจทก์ขอแบ่งตามส่วน ตามโฉนดปรากฏว่านายดอนได้มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับคนอื่นโดยนางสวาดและนางบุญเกิดยกให้ตั้งแต่ พ.ศ.2484

จำเลยให้การยกต่อสู้ว่า ที่พิพาทนี้นางสวาดยกให้นายดอน ต่อมานายดอนยกให้แก่ตนตั้งแต่นายดอนยังมีชีวิตอยู่ จำเลยได้ครอบครองมากว่า 10 ปีแล้ว เป็นประเด็นข้อพิพาท ตามคำให้การนี้จำเลยมิได้ต่อสู้ว่านางสวาดยกให้ตนและให้นายดอนครอบครองแทน ศาลชั้นต้นก็ได้กะประเด็นนำสืบว่า ที่พิพาทนี้นายดอน ผาสุข ได้ยกให้จำเลยตั้งแต่นายดอนยังมีชีวิตอยู่ แล้วจำเลยครอบครองเป็นเจ้าของมากว่า 10 ปีส่วนโจทก์เข้าอยู่ในฐานะผู้อาศัยจริงหรือไม่เมื่อศาลได้กะประเด็นข้อพิพาทไว้ดังนี้ ศาลก็ชอบที่จะสืบพยานตามประเด็นในข้อพิพาทและพิจารณาชี้ขาดตัดสินไปตามนั้น ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 และ 185คดีได้ความว่า จำเลยยอมรับนับถือว่านายดอนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อนายดอนมีชีวิตอยู่นั้นนายดอนมิได้ยกที่พิพาทให้แก่จำเลย เมื่อจำเลยไปขอรับมรดกก็ปิดบังความจริงว่านายดอนไม่มีลูกเมียและได้ความว่าโจทก์ครอบครองทำนาพิพาทเรื่อยมาที่ศาลล่างฟังคำพยานจำเลยว่า นางสวาดมิได้เจตนายกที่ให้นายดอนนายดอนปกครองที่พิพาทโดยมิได้มีเจตนาเป็นเจ้าของ แต่เป็นการปกครองแทนจำเลยนั้น เป็นการขัดแย้งกับคำของจำเลยและเป็นเรื่องนอกประเด็นเพราะจำเลยมิได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้เมื่อนายดอนได้ที่พิพาทมาในระหว่างที่โจทก์กับนายดอนเป็นสามีภริยากัน ที่ดินรายนี้จึงเป็นสินสมรส โจทก์เป็นภริยาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 จึงมีสิทธิได้รับสินสมรส 1 ใน 3 เป็นเนื้อที่ 10 ไร่เศษ กับได้ส่วนแบ่งในส่วนที่เป็นมรดกอีก 3 ไร่เศษ (นายดอนมีบุตรรวมทั้งจำเลยด้วยเป็น 6 คน แบ่งมรดกเป็น 7 ส่วนทั้งส่วนของโจทก์) รวมส่วนได้ของโจทก์ทั้งหมด 13 ไร่เศษ แต่ปรากฏว่าโจทก์ใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทมามีจำนวนเพียง 11 ไร่ นอกนั้นฝ่ายจำเลยครอบครอง

โจทก์ฟ้องคดีเมื่อนายดอนตายมาแล้วเกิน 1 ปี ที่มรดกนอกจากที่โจทก์ได้ครอบครองจึงขาดอายุความตามมาตรา 1754 โจทก์คงได้เท่าที่ตนครอบครองอยู่พิพากษากลับ ให้จำเลยแบ่งที่ดินส่วนของนายดอนให้แก่โจทก์เท่าที่โจทก์ครอบครองอยู่ 11 ไร่ ถ้าการแบ่งไม่ตกลงกัน ก็ให้ขายโดยประมูลราคาระหว่างโจทก์จำเลย ถ้ายังตกลงกันไม่ได้อีก ก็ให้ขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันตามส่วน กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
คร้าม สิวายะวิโรจน์ · วิชัยนิตินาท · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้