Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 967/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การขาดนัดพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 197 วรรคสอง มีความหมายว่า ในวันที่ศาลเริ่มต้นทำการสืบพยานเป็นวันแรกในคดีนั้นไม่ว่าจะเป็นพยานฝ่ายใดและไม่ว่าคู่ความฝ่ายใดมีหน้าที่นำสืบก่อน หากคู่ความฝ่ายใดไม่มาศาลในวันนั้นไม่ว่าตนจะมีหน้าที่นำพยานเข้าสืบในวันนั้นหรือไม่ก็เป็นการขาดนัดพิจารณาปรากฏว่าในวันที่ศาลเริ่มต้นทำการสืบพยานโจทก์ครั้งแรก จำเลยที่ 1 มาศาลการที่จำเลยที่ 1 ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์จำเลยครั้งต่อไป จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณา คู่ความที่จะมีคำขอให้พิจารณาใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 207 ได้นั้น จะต้องปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งให้เป็นฝ่ายขาดนัดพิจารณาเสียก่อนเมื่อไม่ปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณา ดังนี้สิทธิที่จะขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 1 ไม่อาจเกิดขึ้นได้.

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์กระบะไปจากโจทก์ 1 คัน ราคา 355,680 บาท มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์ตามงวดที่ตกลงกัน โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและยึดรถยนต์คืนจากจำเลยที่ 1 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน126,572 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาปลอมสัญญาเช่าซื้อและค้ำประกันจึงไม่มีผลผูกพันจำเลยทั้งสองศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกวันที่ 12 มีนาคม 2533โจทก์และจำเลยที่ 1 มาศาล จำเลยที่ 2 ไม่มา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 2 ขาดนัดพิจารณา แล้วสืบพยานโจทก์ได้ 1 ปาก จึงให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์ต่อวันที่ 30 เมษายน 2533 ถึงวันนัดจำเลยที่ 1แถลงขอเลื่อนคดี

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์จำเลยพร้อมกันวันที่ 29 พฤษภาคม 2533 ถึงวันนัดโจทก์มาศาล จำเลยทั้งสองไม่มา ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จนเสร็จและสั่งงดสืบพยานจำเลยที่ 1แล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 69,800 บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้จงใจขาดนัดพิจารณาแต่เป็นเพราะเหตุสุดวิสัยจึงมาศาลในวันนัดครั้งสุดท้ายไม่ได้เนื่องจากก่อนวันนัดจำเลยที่ 1 เดินทางไปทำธุระและค้างคืนที่กรุงเทพมหานครหลายวันและได้ล้มป่วยลงไม่สามารถเดินทางกลับมาให้ทันวันนัดได้ คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องเพราะหนี้ตามฟ้องไม่ถูกต้อง จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ในราคา250,000 บาทเท่านั้น และจำเลยที่ 1 ไม่ได้ค้างชำระหนี้โจทก์เป็นจำนวนมากมายตามฟ้อง

จำเลยที่ 1 มีทางชนะคดีอย่างแน่นอนขอศาลอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีศาลสั่งงดสืบพยานจำเลยที่ 1 มิใช่พิพากษาโดยจำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณาดังคำร้อง ให้ยกคำร้องจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...การขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคสองนั้น มีความหมายว่าในวันที่ศาลเริ่มต้นทำการสืบพยานเป็นวันแรกในคดีนั้น ไม่ว่าจะเป็นพยานฝ่ายใดและไม่ว่าคู่ความฝ่ายใดมีหน้าที่นำสืบก่อนหากคู่ความฝ่ายใดไม่มาศาลในวันนั้น ไม่ว่าตนจะมีหน้าที่นำพยานเข้าสืบในวันนั้นหรือไม่ก็ตามก็เป็นการขาดนัดพิจารณาตามความหมายของกฎหมายดังกล่าวข้างต้น คดีนี้ปรากฏว่าศาลเริ่มต้นทำการสืบพยานโจทก์ครั้งแรกวันที่ 12 มีนาคม 2533 โจทก์และจำเลยที่ 1มาศาล

จำเลยที่ 2 ไม่มาศาล ศาลจึงสั่งว่าจำเลยที่ 2 ขาดนัดพิจารณาส่วนจำเลยที่ 1 ไม่ได้สั่งขาดนัดพิจารณา การที่จำเลยที่ 1 ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์จำเลยครั้งต่อไปคือวันที่ 29 พฤษภาคม 2533จึงไม่ถือว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณาตามกฎหมาย เมื่อศาลสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ไม่อาจทำการสืบพยานจำเลยที่ 1 ได้ ศาลจึงต้องสั่งงดสืบพยานจำเลยที่ 1 เพราะจำเลยที่ 1 ไม่มีพยานมาให้สืบและเห็นว่าคู่ความที่จะมีคำขอให้พิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 ได้นั้น จะต้องปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งให้เป็นฝ่ายขาดนัดพิจารณาเสียก่อน เมื่อคดีนี้ไม่ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลว่า ศาลได้มีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1ขาดนัดพิจารณาแล้ว สิทธิที่จะขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 1จึงไม่อาจเกิดขึ้นได้..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้