Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9661/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศ. ใช้ให้จำเลยนำเงินไปซื้อเมทแอมเฟตามีน การที่จำเลยนำเงินไปซื้อเมทแอมเฟตามีนมามอบให้ ศ. ถือได้ว่าจำเลยร่วมกับ ศ. มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานสนับสนุนการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น จึงไม่ถูกต้องแม้โจทก์ไม่ฎีกา ศาลฎีกาก็ปรับบทลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ แต่จะเพิ่มเติมโทษจำเลยไม่ได้เพราะต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ เดิมศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกับคดีอื่น แต่คดีอื่นถึงที่สุดแล้ว คงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 จำคุก 6 ปี และปรับ 300,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 แต่ให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาโต้แย้งว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2548 เวลา 13 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจประจำด่านตรวจบ้านห้วยยะอุ ตำบลด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จับกุมนายศิริวัฒน์ หรือเมืองจันทร์ และนางสาวบังอร ซึ่งเป็นสามีภริยากันพร้อมยึดเมทแอมเฟตามีน จำนวน 196 เม็ด น้ำหนัก 18.19 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 5.045 กรัม เป็นของกลาง นายศิริวัฒน์และนางสาวบังอรกระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4666/2548 ของศาลชั้นต้น ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2548 และวันที่ 7 พฤศจิกายน 2548 เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนายอนันต์หรือหมู และจำเลยได้ตามลำดับ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่านายอนันต์มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของนายศิริวัฒน์และนางสาวบังอร คดีสำหรับนายอนันต์ถึงที่สุดแล้ว คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของนายศิริวัฒน์และนางสาวบังอรตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 หรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกกมล และดาบตำรวจอดิศร ผู้ร่วมตรวจค้นและจับกุมนายศิริวัฒน์และนางสาวบังอรเป็นพยานต่างเบิกความยืนยันว่า เมื่อจับกุมนายศิริวัฒน์และนางสาวบังอรได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนแล้ว ทั้งสองให้การว่าในการเดินทางมาซื้อเมทแอมเฟตามีน นายศิริวัฒน์ได้มอบเงิน 10,500 บาท ให้จำเลยซึ่งเป็นมารดาไปซื้อมาให้ ต่อมาจำเลยได้นำเมทแอมเฟตามีนมามอบให้นายศิริวัฒน์ ซึ่งร้อยตำรวจเอกกมลได้บันทึกรายละเอียดไว้ในบันทึกการจับกุม และพันตำรวจโทธนารักษ์

พนักงานสอบสวนเบิกความยืนยันว่า ในชั้นสอบสวนนางสาวบังอรและนายศิริวัฒน์ก็ให้การเช่นเดียวกับชั้นจับกุมตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหา จึงได้ยื่นคำร้องขอศาลออกหมายจับจำเลย เห็นว่า นายศิริวัฒน์และนางสาวบังอรให้การทั้งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนในวันเดียวกันในทันที ซึ่งได้ความจากคำให้การของนายศิริวัฒน์และนางสาวบังอรว่าเจ้าพนักงานตำรวจและพนักงานสอบสวนไม่ได้บังคับขู่เข็ญแต่อย่างใดและนายศิริวัฒน์เป็นบุตรชายของจำเลยหากไม่เป็นความจริงก็ไม่มีเหตุผลใดที่นายศิริวัฒน์จะให้การปรักปรำมารดาของตนเองให้ต้องรับโทษ แม้ในชั้นพิจารณานายศิริวัฒน์และนางสาวบังอรจะเบิกความว่าไม่เคยให้การเช่นว่านั้นเพราะนายศิริวัฒน์เป็นผู้ไปซื้อเมทแอมเฟตามีนด้วยตนเอง

ก็เป็นการเบิกความหลังจากจำเลยถูกจับกุมดำเนินคดีแล้ว นายศิริวัฒน์และนางสาวบังอรย่อมต้องเบิกความเพื่อช่วยเหลือจำเลยซึ่งเป็นมารดาและแม่ของสามีไม่ให้ต้องรับโทษมากกว่า นอกจากนี้ถึงแม้คำให้การของนายศิริวัฒน์และนางสาวบังอรจะเป็นพยานบอกเล่าและเป็นคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้ให้การเพื่อปัดความรับผิดของตน เพียงแต่ให้การในรายละเอียดที่ตนเองประสบพบเห็นมา จึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้ และตามบันทึกคำให้การของจำเลยจำเลยให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยให้การในรายละเอียดว่านายศิริวัฒน์ไปหาจำเลยที่บ้าน นายศิริวัฒน์บอกให้จำเลยไปเอาของจากนายเฮ่อ ที่หมู่บ้านคีรีน้อย อำเภอพบพระ จังหวัดตาก และมอบเงินให้จำเลยจำนวน 10,500 บาท

จำเลยไปหานายเฮ่อที่บ้านบอกว่า "จ้ำใช้ให้มาเอาของ" จ้ำ หมายถึงนายศิริวัฒน์ จำเลยส่งเงินจำนวน 10,500 บาท ให้นายเฮ่อแล้วรออยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง นายเฮ่อนำเอาห่อของมีลักษณะเป็นก้อนสีดำ จำนวน 1 ก้อน มีเทปสีดำพันปิดทับมามอบให้ หลังจากนั้นจำเลยนำไปมอบให้นายศิริวัฒน์ ซึ่งพันตำรวจโทธนารักษ์ยืนยันว่าจำเลยได้ให้การในเรื่องนี้ โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยถูกบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด คำให้การของจำเลยสอดคล้องกับคำให้การของนายศิริวัฒน์และนางสาวบังอรในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ทำให้มีน้ำหนักรับฟังยิ่งขึ้น การที่นายศิริวัฒน์ใช้ให้จำเลยนำเงินไปซื้อเมทแอมเฟตามีนนี้เชื่อว่านายศิริวัฒน์ต้องแจ้งให้จำเลยผู้เป็นมารดาทราบแล้ว เพราะเมทแอมเฟตามีนเป็นของผิดกฎหมายที่ต้องเก็บรักษาอย่างมิดชิด เพื่อป้องกันมิให้จำเลยถูกจับกุมระหว่างเดินทางจึงต้องให้จำเลยทราบด้วย

ดังนั้น พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยนำเงินไปซื้อเมทแอมเฟตามีนมามอบให้นายศิริวัฒน์ตามที่นายศิริวัฒน์มอบหมาย ถือได้ว่าจำเลยร่วมกับนายศิริวัฒน์มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานสนับสนุนการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย และแม้โจทก์ไม่ฎีกาศาลฎีกาก็ปรับบทลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ แต่จะเพิ่มเติมโทษจำเลยไม่ได้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225 ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ส่วนโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประยูร ณ ระนอง · พิศาล อัยยะวรากูล · อดิศักดิ์ ปัตรวลี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดแม่สอด - นายคมกฤษ์ ขำทัศน์
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นางพิมลรัตน์ วรรธนะหทัย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.7035/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ5852/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ3100/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้