Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 964/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยและผู้ร้องขัดทรัพย์จดทะเบียนหย่าและแบ่งทรัพย์สินกันโดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงมิให้โจทก์และผู้ร้องสอด ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตาม

เนื้อความคำพิพากษา

การที่จำเลยและผู้ร้องขัดทรัพย์จดทะเบียนหย่าและแบ่งทรัพย์สินกันโดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงมิให้โจทก์และผู้ร้องสอด ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยนั้นเป็นการกระทำที่ไม่สุจริตการกระทำดังกล่าวจึงไม่มีผลทำให้เรือนพิพาทซึ่งจำเลยเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วยตกเป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์แต่ผู้เดียวตามที่สมยอมกันผู้ร้องขัดทรัพย์จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยเรือนพิพาทจากการยึดศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เดิมจำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์จดทะเบียนสมรสอยู่กินเป็นสามีภรรยากัน เรือนพิพาทที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดมาเป็นสินสมรสของจำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2517 จำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์จดทะเบียนหย่ากันและได้ทำบันทึกกันไว้ให้เรือนพิพาทได้แก่ผู้ร้องขัดทรัพย์คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องขัดทรัพย์ว่า จำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์จดทะเบียนหย่าและแบ่งทรัพย์สินกันโดยสุจริต มีผลให้เรือนพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องขัดทรัพย์หรือไม่พิเคราะห์แล้ว ได้ความจากคำเบิกความของผู้ร้องขัดทรัพย์ว่าเมื่อหย่ากันแล้วจำเลยก็มิได้ย้ายไปจากเรือนพิพาท เพิ่งย้ายออกไปก่อนที่เจ้าพนักงานจะไปยึดทรัพย์ และในขณะเจ้าพนักงานไปยึดทรัพย์จำเลยก็อยู่ที่เรือนพิพาท ทั้งปรากฏในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 264/2518 ของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอันเป็นคดีที่จำเลยถูกฟ้องและเกิดเป็นสาขาคดีนี้ว่า

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2517เจ้าหน้าที่ได้ส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้จำเลยที่เรือนพิพาท จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2517 ยื่นคำให้การแก้คำร้องสอดเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2517 และวันที่ 13 สิงหาคม 2517 จำเลยก็ระบุในคำคู่ความนั้น ๆ ว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 67 หมู่ที่ 2 ตำบลบางพระครูอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเรือนพิพาทในคดีนี้ทั้งสิ้นโจทก์และผู้ร้องสอดที่ 2 ที่ 3 อ้างนางสาหร่าย สงเคราะห์ธรรม นายผันอินทประดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้าน นายเติม ภุมรินทร์ กำนัน นายจอก เมฆขำและนางน้อย แสงเพ็ชร์ เข้าสืบว่า จำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์ยังอยู่ร่วมกันที่เรือนพิพาทและทำนาร่วมกันตลอดมา

เห็นว่าพยานผู้ร้องขัดทรัพย์ดังกล่าวมาเจือสมพยานโจทก์และผู้ร้องสอดที่ 2 ที่ 3 ทำให้พยานโจทก์และผู้ร้องสอดที่ 2 ที่ 3 มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า แม้ได้จดทะเบียนหย่ากันแล้ว ผู้ร้องขัดทรัพย์กับจำเลยคงอยู่กินเป็นสามีภรรยากันตลอดมา ความดังกล่าวนี้เมื่อพิเคราะห์ถึงเหตุที่ผู้ร้องขัดทรัพย์กับจำเลยจะหย่ากันตามคำเบิกความของนายอุทัย สังขมณี ปลัดอำเภอ ที่ว่าผู้ร้องขัดทรัพย์กับจำเลยแจ้งว่าทะเลาะกันและตามคำสิบตำรวจเอกบุญล้ำ ชมแก้ว ว่าเพราะจำเลยชอบเสพสุรา เล่นการพนัน และทุบตีผู้ร้องขัดทรัพย์ โดยจำเลยกระทำการดังกล่าวมานี้ก่อนหย่า 2-3 ปี ซึ่งเห็นได้ว่าไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์ซึ่งอยู่กินเป็นสามีภรรยากันมาเกือบ 30 ปีมีบุตรด้วยกันถึง 10 คน

จะตกลงหย่ากัน และเหตุที่ว่าจำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์ตกลงจดทะเบียนหย่าและตกลงกันให้เรือนพิพาทตกได้แก่ผู้ร้องขัดทรัพย์ก่อนวันโจทก์ฟ้องคดีดังกล่าวเพียง 4 วัน แล้วเห็นว่าคดีมีเหตุผลฟังได้ว่าการจดทะเบียนหย่า และการแบ่งทรัพย์สินของจำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์ตามที่ผู้ร้องขัดทรัพย์นำสืบเป็นการที่จำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์ร่วมกันกระทำขึ้นโดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงมิให้โจทก์และผู้ร้องสอดที่ 2 ที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยนั่นเอง อันเป็นการกระทำที่ไม่สุจริตหามีผลให้เรือนพิพาทซึ่งจำเลยเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วยตกเป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์แต่ผู้เดียวตามที่จำเลยและผู้ร้องขัดทรัพย์ตกลงสมยอมกันไม่ ผู้ร้องขัดทรัพย์จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยเรือนพิพาทจากการยึด"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุไพศาล วิบุลศิลป์ · จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้