Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9634/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยบอกว่ามีคู่ชายหญิงพร้อมจะแลกเปลี่ยนคู่นอน แต่ต้องสมัครเป็นสมาชิก โดยเสียเงินค่าสมาชิก พร้อมทั้งนำหลักฐานคือทะเบียนสมรสและทะเบียนบ้านมาแสดง การที่จำเลยได้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารมาโดยตลอด แสวงหาผลประโยชน์จากสิ่งลามกอนาจารอันขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีของประชาชน และจำเลยเป็นผู้ติดต่อชักชวนให้สมาชิกมาพบกันเพื่อมีการตกลงแลกเปลี่ยนคู่นอนกับสายลับของเจ้าพนักงานตำรวจ แม้สมาชิกจะตกลงยินยอมตามความสมัครใจกันเอง การกระทำของจำเลยก็ถือว่าเป็นธุระจัดหาหรือชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงแม้หญิงนั้นจะยินยอมก็ตามอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคแรก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2538 เวลากลางคืนหลังเที่ยงจำเลยเพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่นได้เป็นธุระจัดหาติดต่อชักชวนให้นายสราวุธหอมมาลี และนางกาญจนา หอมมาลี ซึ่งเป็นสามีภริยากันกับนายลาส คาเซ็นและนางสาวภาวดี มะโนแป๊ก ซึ่งเป็นคู่รักกัน ทำการแลกเปลี่ยนคู่ร่วมประเวณีกันอันเป็นการจัดหาและชักพานางกาญจนากับนางสาวภาวดีไปเพื่อการอนาจารแม้หญิงจะยินยอมก็ตาม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 282จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 282 วรรคแรก จำคุก 6 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า

จำเลยได้ประกอบอาชีพแนะนำตอบปัญหาเรื่องเพศทางวิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์มาหลายปีแล้ว และได้ใช้สถานที่ร้านเอส อาร์ คาราโอเกะ ของนายสุรินทร์ ตระกูลเกษมสุข เป็นที่ให้คำปรึกษาแก่สมาชิกหนังสือไทยเพลย์บอยปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่โจทก์มีร้อยตำรวจเอกไสว แช่มลำเจียก เบิกความว่า ได้รับคำสั่งจากกรมตำรวจ(ชื่อในขณะเกิดเหตุ) ให้ไปสืบสวนกรณีที่มีข่าวว่ามีการแลกเปลี่ยนคู่นอนกันที่ร้านเอส อาร์ คาราโอเกะ ซอยโชคชัย 4 เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานครพยานจึงได้วางแผนให้นายลาส คาเซ็น กับนางสาวภาวดี มะโนแป๊ก ซึ่งเป็นคู่รักกันไปที่สถานที่ดังกล่าวเพื่อวางแผนจับกุมผู้กระทำผิด นางสาวภาวดีมะโนแป๊ก

เบิกความว่า ร้อยตำรวจเอกไสวได้ติดต่อให้พยานไปสืบเรื่องการสับเปลี่ยนคู่นอน เมื่อพยานไปที่ร้านเอส อาร์ คาราโอเกะ ได้พบกับจำเลยและบอกจำเลยว่าต้องการแลกเปลี่ยนคู่นอน จำเลยบอกว่ามีคู่ชายหญิงพร้อมจะแลกเปลี่ยนคู่นอน แต่คู่ดังกล่าวยังไม่พร้อม พยานจึงให้หมายเลขวิทยุติดตามตัวแก่จำเลยไว้ และจำเลยบอกด้วยว่าจะต้องสมัครเป็นสมาชิกโดยเสียเงินค่าสมาชิก พร้อมทั้งนำหลักฐานคือทะเบียนสมรสและทะเบียนบ้านมาแสดง ต่อมาวันที่ 19 พฤษภาคม 2538 พยานได้รับข้อความทางวิทยุติดตามตัวจากจำเลยให้ติดต่อกลับไป เมื่อพยานโทรศัพท์ไปหาจำเลยแจ้งว่ามีคู่ที่จะแลกเปลี่ยนคู่นอนแล้วชื่อนายสราวุธและนางกาญจนา จึงได้นัดพบเพื่อทำความรู้จักกัน ต่อมาวันรุ่งขึ้นพยานกับนายลาสได้นัดนายสราวุธและนางกาญจนาเพื่อแลกเปลี่ยนคู่นอนกันโดยนัดพบกันที่ร้านเอส

อาร์ คาราโอเกะและได้แจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจทราบว่า จะพากันไปที่โรงแรมราชาพาเลสเมื่อพยานไปถึงที่ร้านเอส อาร์ คาราโอเกะ ได้พบกับจำเลย จึงบอกให้ทราบว่าจะแลกคู่นอนกันจำเลยพูดว่าตามสบายนะแล้วขอตัวไป ต่อมาพยานกับนายลาสและนายสราวุธกับนางกาญจนาพากันไปที่โรงแรมราชาพาเลส เมื่อไปถึงขณะที่นายสราวุธกำลังติดต่อห้องพัก เจ้าพนักงานตำรวจได้แสดงตัวแล้วเชิญนายสราวุธกับนางกาญจนาไปที่กองปราบปราม และนายลาส คาเซ็นเบิกความว่า ก่อนเกิดเหตุร้อยตำรวจเอกไสวซึ่งรู้จักกันมาก่อนได้ขอให้พยานกับนางสาวภาวดีคนรักไปเป็นสายลับ แล้วพาพยานกับนางสาวภาวดีเข้าไปเที่ยวที่ร้านเอส อาร์ คาราโอเกะ เพื่อสืบข่าวเรื่องจำเลยติดต่อให้ชายหญิงมาแลกเปลี่ยนคู่นอนกัน

พยานได้พบกับจำเลยและจำเลยแนะนำเรื่องแลกเปลี่ยนคู่นอนให้ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2538 เวลาประมาณ21 นาฬิกา มีผู้ติดต่อทางวิทยุติดตามตัวให้พยานติดต่อกลับไปหานางสาวภาวดีโทรศัพท์กลับไป จำเลยบอกว่าคืนนี้จะมีการแลกเปลี่ยนคู่นอนพยานกับนางสาวภาวดีจึงไปที่ร้านเอส อาร์ คาราโอเกะ พบชายหญิงที่จะมาแลกเปลี่ยนคู่นอนกับพยาน แต่พยานว่าติดธุระและขอนัดพบในวันรุ่งขึ้น ถึงวันนัดหมายพยานกับนางสาวภาวดีไปที่ร้านเดิมตามนัด และพบชายหญิงที่นัดหมายจะมาแลกเปลี่ยนคู่นอนได้มีการตกลงจะไปหลับนอนกันที่โรงแรมราชาพาเลส แล้วนางสาวภาวดีได้โทรศัพท์แจ้งให้ร้อยตำรวจเอกไสวทราบ ต่อมาร้อยตำรวจเอกไสวได้ตามไปจับกุมชายหญิงคู่ที่จะมาแลกเปลี่ยนคู่นอนกับพยานได้ที่โรงแรมดังกล่าว

เห็นว่า นายลาสกับนางสาวภาวดีแม้จะเป็นสายลับของเจ้าพนักงานตำรวจก็ตาม แต่ไม่เคยรู้จักและมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน คำเบิกความของพยานทั้งสองมีความเชื่อมโยงเป็นเหตุเป็นผลต่อเนื่องกัน ไม่น่าจะเป็นการเสแสร้งสร้างเรื่องปรักปรำจำเลยให้ต้องรับโทษเมื่อพิจารณาประกอบกับคำให้การชั้นสอบสวนของนายสราวุธและนางกาญจนาที่รับว่าร้านเอส อาร์ คาราโอเกะ มีจำเลยเป็นผู้ติดต่อให้ผู้ที่มาเที่ยวทำการแลกเปลี่ยนคู่นอนกันได้ และบุคคลทั้งสองได้ตกลงแลกเปลี่ยนคู่นอนกับสายลับของเจ้าพนักงานตำรวจตามเอกสารหมาย จ.11 และ จ.12 แล้ว แม้คำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวเป็นเพียงพยานบอกเล่าแต่มีความสอดคล้องต้องกันในประเด็นสำคัญทำให้น่าเชื่อว่าพยานทั้งสองเบิกความไปตามความเป็นจริงและคำพยานของบุคคลทั้งสองยังสอดคล้องต่อเนื่องกับคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกไสวด้วยจึงทำให้พยานโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อยิ่งขึ้น

เมื่อพิจารณาประกอบกับหนังสือไทยเพลย์บอย เอกสารหมาย จ.4 หน้า 52 และ 53ซึ่งมีข้อความของสมาชิกที่เขียนมาลงในหนังสือคอลัมน์ที่จำเลยต้องรับผิดชอบเป็นข้อความที่แสดงถึงความประสงค์จะแลกเปลี่ยนคู่นอนกันโดยใช้จำเลยเป็นสื่อ และพิจารณาภาพประกอบบทความทั้งเล่มของหนังสือดังกล่าวที่แสดงให้เห็นถึงความลามกอนาจารอย่างชัดแจ้งน่าเชื่อว่าจำเลยได้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารมาโดยตลอด แสวงหาผลประโยชน์จากสิ่งลามกอนาจาร อันขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีของประชาชน และจำเลยเป็นผู้ติดต่อชักชวนให้สมาชิกมาพบกันเพื่อมีการตกลงแลกเปลี่ยนคู่นอนกันตามที่โจทก์ฟ้อง ซึ่งแม้สมาชิกจะตกลงยินยอมตามความสมัครใจกันเองก็ตามการกระทำของจำเลยก็ถือว่าเป็นธุระจัดหาหรือชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงแม้หญิงนั้นจะยินยอมก็ตามอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 282 วรรคแรกแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล ทับเที่ยง · วิเทพ ศิริพากย์ · ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้