คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องและร้องขอแก้ฟ้องหาว่าจำเลยกับพวกอีก ๓ คนสมคบกันปล้นทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปหลายอย่าง ขอให้ลงโทษศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทำผิดตามฟ้องให้จำคุกคนละ ๑๐ ปี
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทำผิดจริงตามโจทก์หาจึงพิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่จำเลยเถียงว่า ศาลไม่ควรอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้อง เพราะทำให้จำเลยเสียเปรียบในเชิงคดีนั้น เรื่องนี้โจทก์ขอแก้วันที่ ๆ จำเลยถูกจับ ได้ขอแก้เมื่อสืบพะยานโจทก์ยังไม่หมด และไม่ใช่ข้อที่เป็นสาระสำคัญแก่คดี จำเลยไม่เสียเปรียบในเชิงคดีอย่างใด จึงแก้ได้ ส่วนเรื่องที่เถียงว่าโคที่ถูกปล้นนี้ไม่ใช่ของเจ้าทรัพย์ เพราะตั๋วพิมพ์รูปพรรณยังมีชื่อเจ้าของเดิมอยู่นั้นเห็นว่าเจ้าทรัพย์เป็นผู้ครอบครองโคนั้นอยู่ย่อมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย และข้อเท็จจริงอื่น ๆ คงได้ความว่าจำเลยทำผิดจริง
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน