Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเคยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 6 เดือนมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกฐานรับของโจร ครั้งที่สองฐานลักทรัพย์ เมื่อจำเลยพ้นโทษครั้งที่ 2 ไปแล้วภายในเวลา 10 ปี จำเลยกลับมากระทำผิดฐานลักทรัพย์ จนศาลพิพากษาลงโทษจำคุกเกินกว่า 6 เดือนอีก ความผิดของจำเลยเหล่านี้ ก็เป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ซึ่งอยู่ในประเภทเดียวกันกับที่ระบุไว้ในมาตรา 41(8) ทั้งสิ้น จึงเข้าเกณฑ์ที่ศาลจะให้กักกันได้จำเลยทำการลักทรัพย์ 2 ราย ในเวลาห่างกันราว 1 เดือน ทั้งเป็นความผิดที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราของมาตรา 335 ตั้งแต่ 2 อนุมาตราขึ้นไป คือ (1)(7)(11) ดังนี้ จึงเห็นได้ชัดว่าเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัย สมควรที่ให้กักกันจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองบังอาจสมคบร่วมกัน ต่างกรรมต่างวาระโดยลักไดนาโมชาร์ตของผู้เสียหายซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1ไป 2 ครั้ง เป็นจำนวน 2 ลูก ราคา 5,200 บาท ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) (7) (11) มาตรา 91 และ 83 ก่อนคดีนี้จำเลยที่ 1 เคยถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 6 เดือน มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ตามประวัติแจ้งโทษท้ายฟ้อง และภายในเวลา 10 ปี นับแต่วันที่จำเลยพ้นโทษ จำเลยได้กระทำผิดฐานลักทรัพย์ในคดีนี้อีกเป็นผู้กระทำผิดติดนิสัย ขอให้เพิ่มโทษและกักกันจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 และ มาตรา 41 ด้วยจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ชั่วคราว เพื่อให้โจทก์ฟ้องใหม่ภายใน 7 วันศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) (7) (11) ความผิดแต่ละกรรมโทษหนักเท่ากัน ลงโทษแต่กรรมเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้จำคุก 3 ปี เพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 หนึ่งในสาม เป็นจำคุก 4 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี เมื่อพ้นโทษแล้วให้กักกันจำเลยไว้ตามมาตรา 41 มีกำหนด 3 ปี และให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 5,200 บาทแก่ผู้เสียหายด้วยจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ขอให้ยกโทษกักกันศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า เมื่อจำเลยพ้นโทษจำคุกแล้ว ไม่กักกันจำเลยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นอัยการโจทก์ฎีกาขอให้กักกันจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่า

จำเลยที่ 1 เคยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 6 เดือนมาแล้ว ครั้งแรกถูกลงโทษจำคุก 6 เดือน ฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ประกอบด้วยมาตรา 78 ครั้งที่ 2 จำคุก 2 ปี 3 เดือน ลด 1 ใน 5 ในความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 335 ประกอบด้วยมาตรา 93 และมาตรา 78 ซึ่งจำเลยกระทำผิดในขณะที่จำเลยมีอายุเกิน 17 ปีแล้วทั้งสองครั้งเมื่อจำเลยพ้นโทษครั้งที่ 2 ไปแล้วภายในเวลา 10 ปี จำเลยมากระทำผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 335 ในคดีนี้ จนศาลพิพากษาลงโทษจำคุกเกินกว่า 6 เดือนอีก ความผิดของจำเลยเหล่านี้ก็เป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ซึ่งอยู่ในประเภทเดียวกับที่ระบุไว้ในมาตรา 41(8) ทั้งสิ้นอยู่ในเกณฑ์ที่ศาลจะให้กักกันได้ เฉพาะคดีนี้จำเลยยังทำการลักทรัพย์ถึง 2 รายในเวลาห่างกันราว 1 เดือนเท่านั้น ทั้งเป็นความผิดที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราของมาตรา 335 ตั้งแต่ 2 อนุมาตราขึ้นไป คืออนุมาตรา (1) (7) และ (11) อีกด้วยเห็นได้ชัดว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัย สมควรที่ให้กักกันจำเลยด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะข้อกักกันเป็นว่าให้กักกันจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · อรุณ ตินทุกะสิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้