Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 956/2497

พ.ศ. 2497 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยตั้งยอดเบิกเงินตามจำนวนทหารที่จะได้รับเงินเดือนนั้น จำเลยอาจต้องลงบัญชีไว้ก่อน เพื่อจะได้จ่ายในวันหลังดั่งจำเลยต่อสู้ก็ได้ เมื่อไม่ได้ความว่าบัญชีไม่ตรงตามจำนวนทหารในเดือนใด การที่ทหารมารับเงินเดือนไม่ครบจำนวนจำเลยลงบัญชีจ่ายเต็มจำนวนให้ตรงกับบัญชีเงินสดประจำวันก็ไม่ได้หลักฐานว่ามีระเบียนข้อบังคับห้ามไม่ให้ทำเช่นนี้ ดังนี้จะวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำการปลอมหนังสือไม่ถนัด บรรยายฟ้องว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานกระทำผิดหลายกะทง ขอให้ลงโทษตามมาตรา 319 ข้อ (3) ฯลฯ เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า ทางราชการจัดให้จำเลยทำหน้าที่เบิกจ่ายเงินจำเลยยักยอกเอาเงินรายนี้ไปจริงดังนี้ ก็ตรงกับคำฟ้อง ส่วนที่กล่าวว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานนั้นแม้ทางพิจารณาจะไม่ได้ความว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานโดยตรง ก็ยังถือไม่ได้ว่าคดีได้ความตามทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ โจทย์ฟ้องว่าจำเลยเป็นพลเรือนสังกัดกรมสรรพวุธทหารบกมีตำแหน่งหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานลงบัญชีจ่ายเงินเดือนพลทหาร และบัญชีเงินสดรายวัน ระหว่างวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๔๙๕ ถึงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๖ จำเลยได้ลงบัญชีจ่ายเงินเดือนพลทหารแสดงยอดเงินจ่ายสูงกว่าจำนวนที่จ่ายจริง เพื่อให้เท่ากับจำนวนเงินจ่ายในบัญชีเงินสดรายวัน โดยเจตนาทุจริตและจะให้เป็นหลักฐานในหนังสือราชการ อันสามารถอาจเกิดความเสียหายแก่กองโรงงานวัตถุระเบิดกรมสรรพาวุธทหารบก กองทัพบก และร้อยเอกเกียรติ เหมือนฤทธิได้ และจำเลยได้ยักยอกเงินของกองโรงงานวัตถุระเบิดฯ ซึ่งได้รับมอบหมายจากร้อยเอกเกียรติเหมือนฤทธิ์ไปเป็นอาณาประโยชน์ส่วนตัวเสียรวม ๘,๘๘๓ บาท ๕๙ สตางค์ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๓๑,๒๒๒,๒๒๓,๒๒๔,๒๒๕,๒๒๙,๒๓๐,๓๑๕, พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๓ และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๘,๘๘๓ บาท ๕๙ สต. แก่ของโรงงานวัตถุระเบิด ฯ

จำเลยให้การว่าจำเลยมีตำแหน่งเป็นเพียงคนงานรายวัน ทางราชการสั่งให้มาทำหน้าที่เสมียนลงบัญชีจ่ายเงินเดือนทหาร การทำการจ่าย จำเลยได้ตัดชื่อ พลทหารตามจำนวนที่มีอยู่จริง เสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อเบิกจ่าย แต่เมื่อจ่ายเงินเดือนทุกครั้งพลทหารมารับไม่ครบตามจำนวน ฉนั้นจึงมีเงินเหลืออยู่ที่จำเลยจำเลยได้เก็บไว้ ๘,๘๘๓ บาท ๕๙ สตางค์จริง เมื่อเกิดคดีนี้แล้วจำเลยได้มอบคืนไปแก่ผู้บังคับบัญชา ๔,๐๐๐ บาท กับทรัพย์สินอย่างอื่นอีก ๔,๐๐๐ บาท รวมเป็น ๘,๐๐๐ บาทยังขาดอีก ๘๘๓ บาท ๕๙ สต. จำเลยยินดีจะให้จนครบ ศาลทหารกรุงเทพฯ เชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจริง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานทุจริตต่อหน้าที่ ปลอมหนังสือและยักยอกทรัพย์ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๓๑,๒๓๐,

ประกอบท้ายพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๓ ให้รวมกะทงลงโทษจำคุก ๕ ปี ปราณีลดโทษฐานรับสารภาพตามมาตรา ๕๙ เสีย ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลยไว้ ๓ ปีกับ ๔ เดือน จำเลยมอบคืนให้กรรมการแล้ว ๔,๐๐๐ บาท ให้จำเลยใช้แก่กองสรรพวุธทหารบกอีก ๔,๘๘๓ บาท ๕๙ สตางค์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลทหารบกกลางคงเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจริงแต่เห็นว่าจำเลยเป็นคนงานรับค่าจ้างรายวันมิได้เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๓๑,๒๓๐, พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดฐานปลอมหนังสือสำคัญในราชการตามกฎหมายลัษษณะอาญามาตรา ๒๒๕ กะทงหนึ่งฐานยักยอกทรัพย์ตามมาตรา ๓๑๙(๓) อีกกะทงหนึ่ง ให้รวมกะทงลงโทษจำคุก ๔ ปี ลดฐานปราณีตามมาตรา ๕๙ เสีย ๑ ใน ๓ คงจำคุกไว้ ๒ ปี ๘ เดือนนอกนี้พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลทหารบกกลางให้ลงโทษจำเลยฐานปลอมหสังสือนั้น ทางพิจารณาไม่ได้ความชัดว่าจำเลยกระทกการปลอมหนังสือ การที่จำเลยตั้งยอดเบิกเงินตามจำนวนทหารที่จะได้รับเงินเดือนก็ไม่ได้ความว่าไม่ตรงตามจำนวนในเดือนใด การที่ทหารมารับเงินเดือนไม่ครบจำนวน จำเลยลงบัญชีจ่ายเต็มจำนวนให้ตรงกับบัญชีเงินสดประจำวันก็ไม่ได้หลักฐาน ว่ามีระเบียบข้อบังคับห้ามไม่ให้ทำเช่นนั้นจำเลยอาจต้องลงบัญชีไว้ก่อน เพื่อจะได้จ่ายในวันหลังดั่งจำเลยต่อสู้ก็จะเป็นได้ ฉะนั้นข้อนี้จะวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำการปลอมหนังสือไม่ถนัดตามคำให้การของจำเลยรับว่าวิ่งเต้นหาเงินมาใช้แล้ว คงยังขาดอีก ๘๘๓ บาท ๕๙ สตางค์นั้นเห็นได้ชัดว่าจำเลยได้คิดทุจริตเบียดบังยักยอกเอาเงินที่จำเลยได้รับมอบหมายไว้ในห้าที่นี้ไปตามมาตรา ๓๑๙ ข้อ (๓) ส่วนที่กล่าวว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงาน แม้ทางพิจารณาจะไม่ได้ความว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงาน ก็ยังถือไม่ได้ว่าคดีได้ความตามทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงในฟ้องดังจำเลยคัดค้าน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลทหารบกกลางว่าจำเลยมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ในหน้าที่ตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๓๑๙ ข้อ (๓) กะทงเดียวให้วางโทษจำคุก ๒ ปี ลดฐานปรานีตาม ม.๕๙ เสีย ๑ ใน ๓ คงจำไว้หนึ่งปีกับสี่เดือน และให้จำเลยใช้เงินให้กองโรงงานวัตถุระเบิดกรมสรรพาวูธทหารบกอีก ๔,๘๘๓ ม.๕๙ สต.นอก+

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ · นนทปัญญา · วิเทศจรรยารักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้