Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 955/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายโจทก์รอพยานอยู่จนเวลา 10.30 น. พยานโจทก์ก็ยังไม่มาศาล ทนายโจทก์แถลงว่านัดกับ ร. พยานโจทก์แล้วว่าจะมา แต่ไม่มา ไม่ทราบจะทำประการใด ขอให้ศาลสั่งต่อไป ดังนี้เป็นการแถลงของทนายโจทก์ซึ่งมีอำนาจว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ แทนโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 62 เมื่อศาลมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีพยานมาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ให้ถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ และนัดสืบพยานจำเลยต่อไปตามที่จำเลยแถลงขอสืบพยาน จึงชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว การที่วันรุ่งขึ้นโจทก์ยื่นคำร้องขอให้สืบพยานโจทก์ใหม่ โดยอ้างว่าความจริงในวันนัด ร. มาศาลเมื่อเวลา 10.15 น. แต่มิได้เข้าฟังการพิจารณาเพราะดูในกระดานนัดความของศาลไม่พบชื่อบริษัทโจทก์ ก็จะนำมาลบล้างคำแถลงของทนายโจทก์โดยจำเลยมิได้ยินยอมด้วยไม่ได้ ทั้งเป็นการล่วงเลยเวลาสืบพยานโจทก์ไปแล้ว ไม่มีเหตุที่จะสืบพยานโจทก์ใหม่ ศาลชอบที่จะยกคำร้องของโจทก์เสีย กรณีเช่นนี้ข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ตามคำร้องของโจทก์ชัดแจ้งแล้ว ศาลหาจำต้องไต่สวนคำร้องนั้นอีกไม่ และมาตรา 21 ก็ไม่ได้บังคับว่าศาลต้องไต่สวนก่อนมีคำสั่ง ทั้งไม่ใช่กรณีที่ศาลไม่ให้โอกาสเต็มที่แก่คู่ความที่จะมาฟังการพิจารณาและใช้สิทธิเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาตามมาตรา 103 ดังนั้นเมื่อศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลยเสร็จและมีคำพิพากษาแล้ว จึงไม่มีเหตุที่ศาลอุทธรณ์จะใช้อำนาจตามมาตรา 243(2) ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องของโจทก์เสียก่อนแล้วสั่งใหม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินตามแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้า ภ.ค.(พ) ๘ ให้ยกคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยที่ ๒,๓,๔ เสีย

จำเลยทั้งสี่ให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินชอบแล้ว ฯลฯ ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ เลื่อนการสืบพยานโจทก์มาแล้ว ๒ ครั้ง ในครั้งที่ ๓ คือวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๑๕ ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลความว่า นัดสืบพยานโจทก์วันนี้ โจทก์จำเลยมาศาล ทนายโจทก์รอพยานอยู่จน ๑๐.๓๐ นาฬิกา พยานยังไม่มาเลยสักคนเดียว นายราชัย เตชะพูนผล กรรมการผู้จัดการโจทก์ซึ่งนัดจะเบิกความวันนี้ก็ไม่มา ทนายโจทก์แถลงว่า นัดกับนายราชัยแล้วว่าจะมา แต่ก็ไม่มา ไม่ทราบจะทำประการใด ขอให้ศาลสั่งต่อไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมาศาลในวันนัดก็ให้สืบพยานจำเลยไปโดยถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ แล้วศาลนัดสืบพยานจำเลย รุ่งขึ้นเป็นวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๑๕ โจทก์ยื่นคำร้องว่า นายราชัย เตชะพูนผล มาศาลในวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๑๕ เมื่อเวลา ๑๐.๑๕ นาฬิกา โดยเข้าใจว่าทนายโจทก์ให้มาตรวจเอกสารและไปดูที่กระดานนัดหาชื่อบริษัทไม่พบ นายราชัยนั่งรอทนายอยู่ที่หน้าศาลแพ่งจนเวลา ๑๑ นาฬิกา จึงได้พบทนายที่หน้าศาลแพ่ง ได้ไปดูที่กระดานนัดอีกครั้ง จึงพบในกระดานนัดด้านหลังเขียนว่า บ.ป๊อบ โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย บัลลังค์ ๑๙ ซึ่งถ้าผู้ร้องได้เห็นในครั้งแรกและไม่เกิดความเข้าใจผิด ผู้ร้องก็คงไปบัลลังค์ ๑๙ และเข้าสืบพยานได้ทัน ขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ ให้โจทก์นำพยานเข้าสืบ. ศาลชั้นต้นสั่งว่า ไม่มีเหตุจะพิจารณาใหม่ ให้ยกคำร้อง วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๖ โจทก์ยื่นคำร้องขอนำพยานเข้าสืบอีก โดยอ้างว่าเข้าใจผิดและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ศาลสั่งให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณานำสืบพยานจำเลยเสร็จแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่ให้โจทก์นำพยานเข้าสืบ ขอให้เพิกถอนหรือยกเลิกคำสั่งนี้และยกเลิกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยใหม่แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๑๕ เสียก่อน แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๑๕ ทนายโจทก์ซึ่งมีอำนาจว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ แทนโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๖๒ มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ ได้แถลงต่อศาลชั้นต้นว่า นัดกับนายราชัย (พยานโจทก์) แล้วว่าจะมา แต่ไม่มา ไม่ทราบจะทำประการใด ขอให้ศาลสั่งต่อไป ฉะนั้น การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ก็ให้ถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ และนัดสืบพยานจำเลยต่อไปตามที่จำเลยแถลงขอสืบพยาน จึงชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว การที่โจทก์ยื่นคำร้องในวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๑๕ และ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๖ ขอสืบพยานโจทก์ใหม่ โดยอ้างว่านายราชัยมาศาลในวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๑๕ แล้วนั้น

จะนำมาลบล้างคำแถลงของทนายโจทก์ซึ่งดำเนินกระบวนพิจารณาแทนโจทก์โดยจำเลยมิได้ยินยอมด้วยไม่ได้ ทั้งกรณีตามคดีนี้ก็เป็นการล่วงเลยเวลาสืบพยานโจทก์ไปแล้ว โดยโจทก์ไม่มีพยานมาสืบและศาลนัดสืบพยานจำเลยไปแล้ว ศาลชั้นต้นไม่ได้ดำเนินกระบวนพิจารณาผิดหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายประการใด เมื่อข้อเท็จจริงมีปรากฏว่าอยู่ตามคำร้องของโจทก์ชัดแจ้งแล้วดังกล่าว ศาลชั้นต้นก็หาจำต้องไต่สวนคำร้องนั้นอีกไม่ กรณีตามคำร้องของโจทก์ดังกล่าว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๑ ก็ไม่ได้บังคับว่าศาลต้องไต่สวนก่อนมีคำสั่ง ทั้งไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๐๓ ดังที่ศาลอุทธรณ์อ้าง เพราะไม่ใช่กรณีที่ศาลไม่ให้โอกาสเต็มที่แก่คู่ความในอันที่จะมาฟังการพิจารณาและใช้สิทธิเกี่ยวด้วยกระบวนพิจารณา จึงไม่มีเหตุที่ศาลอุทธรณ์จะใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๓(๒) ยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้วให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๑๕ เสียก่อน ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องกันคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุมิตร ฟักทองพรรณ · สุเมธ ทิพยมนตรี · จันทร์ ระรวยทรง
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายทวี กสิยพงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายประกาศ บุณโยดม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้