Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 952/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือระเบียบปฏิบัติอย่างไรในการที่จะต้องตรวจร่างกายหรือจิตใจของโจทก์เสียก่อนจึงจะให้ความเห็นได้ และมิได้บรรยายว่าจำเลยจงใจหรือประมาทเลินเล่อให้ความเห็นเป็นผลร้ายโดยตรงแก่โจทก์การที่จำเลยซึ่งเป็นแพทย์ได้ให้ความเห็นอย่างเป็นกลางในวิชาความรู้ทางการแพทย์ และมิได้ยืนยันเป็นเด็ดขาดว่าโจทก์เป็นโรคชนิดใด ถือได้ว่าจำเลยให้ความเห็นโดยสุจริตไม่เป็นการไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความเป็นเท็จอันจะเป็นการละเมิดต่อโจทก์เมื่อการกระทำของจำเลยตามฟ้องโจทก์ไม่เป็นละเมิด ศาลก็พิพากษายกฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้องได้โดยไม่จำต้องรับฟังพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์โดยไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันเป็นเท็จต่อบริษัทบอร์เนียวเทคจำกัด ว่าโจทก์ไม่สามารถทำงานร่วมกับพนักงานอื่นในแผนกตามภาระหน้าที่ได้เพราะโจทก์เป็นบุคคลที่มีอาการส่อไปในทางจิตผิดปกติหย่อนสมรรถภาพในการทำงาน ทำให้บริษัทบอร์เนียวเทค จำกัดเลิกจ้างโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้สร้างเรื่องเท็จร้องเรียนไปยังจำเลยที่ 3 ว่าโจทก์ให้พนักงานหญิงเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวให้ป้อนผลไม้ จับมือพนักงานหญิงเพื่อเพศสัมพันธ์ บันทึกเทปจับผิดการทำงานของพนักงานทุกคน พูดหยาบคายต่อผู้ใต้บังคับบัญชาบังคับให้พนักงานยอมรับในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น จำเลยที่ 3 เป็นผู้บังคับบัญชาโจทก์ทราบดีว่าโจทก์ไม่มีพฤติการณ์ดังที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 รายงาน

กลับสั่งให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ทำบันทึกตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ต่อมาจำเลยที่ 3สั่งให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 นำบันทึกดังกล่าวไปให้จำเลยที่ 4วินิจฉัยว่าโจทก์มีอาการผิดปกติทางจิตหรือไม่ จำเลยที่ 4ควรจะตรวจร่างกายหรือจิตใจโจทก์ซึ่งอ้างว่าเป็นคนไข้ก่อนจึงจะให้ความเห็น แต่จำเลยที่ 4 ไม่ได้ตรวจ กลับทำหนังสือมอบให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ไปให้บริษัทบอร์เนียวเทค จำกัด ว่า โจทก์มีความคิด อารมณ์ พฤติกรรมที่ผิดปกติน่าจะเป็นโรคจิตชนิด PARANOIDDISORDER การกระทำของจำเลยทั้งสี่ทำให้โจทก์ถูกบริษัทเลิกจ้างโจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงและทางทำมาหาได้ของโจทก์หลายอย่างเป็นจำนวนเงินหลายล้านบาท แต่โจทก์ขอคิดค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสี่เพียงจำนวน 300,000 บาท ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน 300,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาคำฟ้องแล้วมีคำสั่งให้รับฟ้องคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ส่วนคดีสำหรับจำเลยที่ 4 ไม่เป็นละเมิดเพราะออกความเห็นไปตามหน้าที่แพทย์ไม่มีมูลที่โจทก์จะฟ้องร้อง จึงไม่รับฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ขอให้รับฟ้องคดีสำหรับจำเลยที่ 4

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 4

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 4 ในฐานะแพทย์ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลป์ น่าจะใช้ดุลพินิจพิเคราะห์โดยละเอียดรอบคอบและต้องตรวจร่างกายหรือจิตใจของโจทก์ซึ่งเป็นคนไข้เสียก่อนแล้วจึงจะลงความเห็นว่าเป็นโรคชนิดใดจำเลยที่ 4 ไม่น่าจะสรุปความเห็นเป็นหนังสือว่าโจทก์เป็นโรคอะไรมอบแก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ไปเสนอต่อจำเลยที่ 3 ในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัทบอร์เนียวเทค จำกัด ซึ่งเป็นนายจ้างของโจทก์จนมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยอาศัยความเห็นของจำเลยที่ 4 นั้นเห็นว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 4 มีหน้าที่ตามกฎหมายหรือระเบียบปฏิบัติอย่างไรในการที่จะต้องตรวจร่างกายหรือจิตใจของโจทก์เสียก่อน จึงจะให้ความเห็นได้ ทั้งได้ความจากเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 ว่า

จำเลยที่ 1 ที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ร่วมงานกับโจทก์ เป็นผู้นำบันทึกที่ตนเองทำขึ้นไปขอความเห็นจากจำเลยที่ 4ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้เกี่ยวข้องร่วมงานกับโจทก์หรือจำเลยที่ 1 ที่ 2 แต่อย่างใด โดยไม่ได้นำโจทก์ไปให้ตรวจรักษา และโจทก์ก็ไม่ได้ไปขอรับการตรวจรักษาด้วยตนเอง จำเลยที่ 4 จึงไม่อาจจะตรวจร่างกายหรือจิตใจของโจทก์ได้ และโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 4 จงใจหรือประมาทเลินเล่อให้ความเห็นเป็นผลร้ายโดยตรงแก่โจทก์หรือไม่ เพราะการที่จำเลยที่ 3 จะเลิกจ้างโจทก์หรือไม่นั้นเป็นดุลพินิจของจำเลยที่ 3 ดังนี้ การที่จำเลยที่ 4ให้ความเห็นอย่างเป็นกลางในวิชาความรู้ทางการแพทย์ว่าตามอารมณ์และพฤติกรรมของโจทก์ดังที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 พรรณนาให้จำเลยที่ 4 ฟังนั้น

อาจจะเป็นโรคหรือความผิดปกติทางจิตใจได้5 ประเภท และจำเลยที่ 4 ลงความเห็นว่าอาการของโจทก์น่าจะเป็นโรคประเภทที่สอง และว่าถ้าได้ตรวจผู้ป่วยหรือโจทก์โดยตรงก็อาจจะเป็นโรคชนิดอื่นก็ได้ แสดงว่าจำเลยที่ 4 ไม่ได้ยืนยันเป็นเด็ดขาดว่าโจทก์เป็นโรคชนิดใด จำเลยที่ 4 ให้ความเห็นโดยสุจริตไม่เป็นละเมิด ไม่จำต้องรับฟังพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ต่อไป"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · นาม ยิ้มแย้ม · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5782/2540

คำฟ้องโจทก์บรรยายว่า ข้อความที่จำเลยอภิปรายพาดพิงถึงโจทก์นั้นเป็นข้อความที่ฝ่าฝืนความจริงอันมีความหมายอยู่ในตัวว่าข้อความที่จำเลยอภิปรายนั้นไม่ตรงต่อความจริงซึ่งเป็นความเท็จนั่นเอง ส่วนที่ว่าความจริงเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 104/2534

การฟ้องให้จำเลยร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายในมูลละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 432 ไม่จำต้องบรรยายว่าจำเลยแต่ละคนจะต้องรับผิดต่อโจทก์คนละเท่าใด เพราะจำเลยต้องร่วมกันรับผิดตามฟ้องอยู่แล้ว ฟ้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5323/2562

แม้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทำนองว่า การที่โจทก์ที่ 3 ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างจึงขาดสาระสำคัญและศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ทำให้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4893/2558

การที่ชายหญิงมีเพศสัมพันธ์กันโดยความยินยอมพร้อมใจในสถานที่อันมิดชิดและเหมาะสมเป็นวิถีชีวิตตามปกติของสังคมมนุษย์ และถือเป็นสิทธิในความเป็นส่วนตัว ซึ่งได้รับการรับรองและคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้