คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ครอบครองที่นาได้กรรมสิทธิตามประมวลแพ่ง ฯ มาตรา ๑๓๘๒ จำเลยนำรังวัดเข้าไปในที่ของโจทก์ทั้งแปลง ขอให้พิพากษาว่าที่ดินเปนกรรมสิทธิแก่โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าเปนที่ของจำเลย ศาลชั้นต้นยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าที่พิพาทเปนของฝ่ายโจทก์ครอบครองมา คดีนี้เปนฟ้องเรียกอสังหาริมทรัพย์เปนประเภทเดียวกับฟ้องขอให้ขับไล่ตามวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ จึงให้ขับไล่จำเลย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าโจทก์ครอบครองที่รายนี้มา ๑๐ ปีเศษแล้ว ข้อเท็จจริงปรากฎว่าเดิมเปนที่รกร้างว่างเปล่าของแผ่นดิน บุคคลอาจได้มาแต่ตามกฎหมายที่ดินตามประมวลแพ่ง ฯ มาตรา ๑๓๓๔ โจทก์แสดงไม่ได้ในข้อนี้ และแสดงไม่ได้ว่าเดิมเปนที่ของผู้อื่นและโจทก์ได้มาโดยอายุความตามมาตรา ๑๓๘๒คดีได้ความแต่เพียงว่าโจทก์มีสิทธิครอบครอง จำเลยไม่มีสิทธิสอดเข้าเกี่ยวข้องรบกวนโจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งแสดงกรรมสิทธิ แม้โจทก์แสดงได้เพียงสิทธิครอบครองอันเปนสิทธิของเจ้ากรรมสิทธิอย่างหนึ่ง ศาลย่อมพิพากษาแสดงไม่ได้ แต่ฟ้องของโจทก์มิได้อ้างว่า จำเลยยึดถือทรัพย์นี้อยู่และเรียกเอาคืนจากจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ขับไล่ จึงไม่เห็นด้วยเพราะกรณีไม่เข้ามาตรา ๑๔๒(๑) แพ่งวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงพิพากษาเพียงแต่แสดงว่าโจทก์ก็มีสิทธิครอบครอง