Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 952/2478

พ.ศ. 2478 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การให้สัตยาบันแก่โมฆียะกรรมโดยปริยายตาม ม.142 นั้น ผู้ให้สัตยาบันได้ต้องเป็นบุคคลตามที่กฎหมายระบุไว้ใน ม.137 และ 139 เท่านั้น การที่เจ้าหนี้ไปเรียกทวงลูกหนี้ให้ชำระตามโมฆียะกรรม ลูกหนี้มิได้แสดงแย้งสงวนสิทธิแต่ประการใด ภายหลังลูหนี้ไปทวงหลักประกันคืนและพูดว่าถ้าไม่ได้คืนจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ให้ดังนี้ ถือได้ว่าลูกหนี้ได้ให้สัตยาบันแก่โมฆียะกรรมนั้นแล้วโดยปริยายตาม ม.142(2)

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ได้ความว่า ขณะเมื่อจำเลยยังเป็นผู้เยาว์อยู่ จำเลยได้ไปทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป ๖๔๐ บาท เมื่อจำเลยบรรลุนิติภาวะแล้ว ได้ไปบวชเป็นพระภิกษุระวางบวชโจทก์ได้ไปหาจำเลยขอให้จำเลยทำสัญญากู้เปลี่ยนใหม่ จำเลยตอบว่าเป็นพระไม่สามารถจะทำได้ จะให้ดีไปหาท่านเจ้าอาวาสหรือไปหาบิดาจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า เวลาที่โจทก์ไปขอให้จำเลยทำหนังสือใหม่ จำเลยหาได้แสดงแย้งสงวนสิทธิโดยชัดแจ้งถือว่าเป็นสัตยาบันตาม ม.๑๔๒ (๒) จำเลยจะบอกล้างในภายหลังหาได้ไม่ พิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้องโจทก์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าผู้ที่จะให้สัตยาบันแก่โมฆียะกรรมได้คือบุคคลทีระบุไว้ใน ม. ๑๓๗ และ ๑๓๙ เท่านั้น แต่คดีนี้โจทก์กลับเป็นผู้ทวงให้ชำระหนี้ ไม่ใช่จำเลยเป็นผู้ทวงให้ชำระหนี้ จึงไม่เข้าอยู่ใน ม.๑๔๒ (๒) ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ในข้อที่ว่า บุคคลตาม ม.๑๓๗ และ ๑๓๙ จำเลยเป็นผู้ให้สัตยาบันโดยปริยายได้ แลเห็นว่าหนี้รายนี้เป็นคุณแก่โจทก์ หรืออีกนัยหนึ่งโจทก์เป็นเจ้าหนี้ ส่วนจำเลยเป็นลูกหนี้ก็เป็นการถูกแล้วที่เจ้าหนี้คือโจทก์จะไปทวงลูกหนี้คือจำเลย แลปรากฎว่าเมื่อจำเลยสึกมาแล้วยังได้มาขอหน้าโฉนดซึ่งวางเป็นประกันไว้จากโจทก์ ๆ ยังได้ทวงเงินจากจำเลย ๆตอบว่า ถ้าไม่ได้โฉนดไปจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ให้ ตามข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ได้มีการเรียกทวงให้ชำระหนี้ตามโมฆียะกรรมนั้นแล้ว จำเลยมิได้แสดงแย้งสงวนสิทธิแต่ประการใด ถือได้ว่าจำเลยได้ให้สัตยาบันโดยปริยายตาม ม.๑๔๒ (๒)

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อิศร · กฤต · ดูปลาตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้