Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 950/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กระสุนปืนที่จำเลยใช้ยิงผู้เสียหายไม่ได้บรรจุเม็ดตะกั่วบรรจุเฉพาะดินปืนอัดด้วยกระดาษเท่านั้น จำเลยทราบดีว่าไม่สามารถทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายแก่กาย การกระทำของจำเลยจึงถือไม่ได้ว่ามีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย

คำฟ้องและคำให้การ

กระสุนปืนที่จำเลยใช้ยิงผู้เสียหายไม่ได้บรรจุเม็ดตะกั่วบรรจุเฉพาะดินปืนอัดด้วยกระดาษเท่านั้น จำเลยทราบดีว่าไม่สามารถทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายแก่กาย การกระทำของจำเลยจึงถือไม่ได้ว่ามีเจตนาฆ่าผู้เสียหายโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2545 เวลากลางวัน จำเลยมีอาวุธปืนลูกซองสั้นไม่ทราบขนาดชนิดประกอบขึ้นเอง ไม่มีเครื่องหมายทะเบียนจำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนลูกซองจำนวน 1 นัด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในหมู่บ้านสามพันตา หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยต้อน อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ อันเป็นเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย โดยไม่มีเหตุสมควรและจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาต

ทั้งไม่ใช่กรณีที่ต้องมีติดตัวไปเมื่อมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงนายอุทัย ผู้เสียหายที่บริเวณศีรษะจำนวน 1 นัด โดยมีเจตนาฆ่า จำเลยกระทำไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผลเนื่องจากผู้เสียหายหลบกระสุนปืนดังกล่าวได้ทัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 91, 32, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร ส่วนความผิดฐานพยายามฆ่าให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคสอง (ที่ถูก 8 ทวิ วรรคหนึ่ง), 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น วางโทษจำคุก 12 ปี ฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง

หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ส่วนความผิดฐานพยายามฆ่า จำเลยนำสืบรับเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ เห็นควรลดโทษให้หนึ่งในสาม ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีกำหนด 6 เดือน ฐานมีอาวุธปืน (ที่ถูก ฐานพาอาวุธปืน) ติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีกำหนด 3 เดือน และฐานพยายามฆ่าผู้อื่น มีกำหนด 8 ปี รวมเป็นจำคุกจำเลยมีกำหนด 8 ปี 9 เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติในชั้นนี้โดยคู่ความไม่โต้แย้งคัดค้านว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นไม่มีเครื่องหมายทะเบียน ยิงนายอุทัย ผู้เสียหายจำนวน 1 นัด เจ้าพนักงานตำรวจยึดเม็ดตะกั่วหัวกระสุน 2 เม็ด และหมอนรองกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 4 ชิ้น เป็นของกลาง สำหรับความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนลูกซองไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยจำเลยไม่อุทธรณ์ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาหรือไม่ โจทก์มีพยานคือผู้เสียหายเบิกความว่า เมื่อจำเลยเหนี่ยวไกปืน

พยานเอี้ยวตัวหลบมีเสียงปืนดังขึ้น กระสุนปืนไม่ถูกพยานเพียงแต่มีดินปืนถูกบริเวณคอ นางประทาย ซึ่งเป็นภริยาของผู้เสียหายเบิกความว่า เห็นจำเลยชักอาวุธปืนเล็งไปทางผู้เสียหาย ขณะนั้นผู้เสียหายนั่งเฉย พยานนั่งดูเพราะเข้าใจว่าอาวุธปืนดังกล่าวไม่มีกระสุน จำเลยเล็งอาวุธปืนไปที่ผู้เสียหายแล้วพยานได้ยินเสียงปืนดังขึ้น นายพรวน ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเบิกความว่า ได้รับแจ้งจากนางประทาย ภริยาของผู้เสียหายว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย พยานไปที่บ้านนายคล่อง เห็นผู้เสียหายอยู่ตรงแคร่ไม้จึงได้สอบถามเรื่องราว ผู้เสียหายบอกว่าอาวุธปืนที่จำเลยยิงนั้นไม่มีลูก พยานตรวจดูที่เกิดเหตุพร้อมกรรมการหมู่บ้าน พบหมอนรองกระสุนปืนตกอยู่ข้างแคร่และที่เสาบ้านมีรอยกระสุนปืน กับพบลูกตะกั่วตกอยู่บริเวณดังกล่าว

พันตำรวจโทมงคล ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนคดีนี้เบิกความว่าได้ส่งของกลางที่ยึดได้คือเม็ดตะกั่วหัวกระสุน 2 เม็ด และหมอนรองกระสุนปืน 4 ชิ้น ไปตรวจพิสูจน์ ปรากฏว่าเป็นกระสุนปรายกระสุนปืนลูกซองใช้ยิงมาจากอาวุธปืนลูกซองยืนยันขนาดไม่ได้ ส่วนหมอนรองกระสุนปืนใช้ยิงมาจากอาวุธปืนลูกซองขนาด 12 และจากการตรวจที่เกิดเหตุมีร่องรอยกระสุนปืนที่เสาบ้านเป็นเสาไม้ และฝาผนังปูนกับเสื้อผ้าที่แขวนอยู่ตรงเสาไม้ตามภาพถ่ายหมาย จ.3 (รูปที่สอง) พยานได้สอบสวนนายคล่อง ไว้ปรากฏตามคำให้การชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.9 (โจทก์ไม่สามารถนำตัวมาเบิกความเป็นพยานต่อศาลเนื่องจากถึงแก่ความตาย) โดยนายคล่องให้การว่า อาวุธปืนลูกซองที่จำเลยใช้ยิงผู้เสียหายเป็นอาวุธปืนลูกซองสั้นขนาด 12 หรือ

ลูก 9 หมายถึงมีเม็ดตะกั่วบรรจุ 9 เม็ด เห็นว่า หากอาวุธปืนลูกซองสั้นที่จำเลยใช้ยิงผู้เสียหายบรรจุกระสุนปืนลูกซองสั้นขนาด 12 หรือ ลูก 9 จริงแล้ว เม็ดตะกั่วซึ่งมีถึง 9 เม็ด น่าจะถูกผู้เสียหายเพราะแม้แต่ดินปืนยังถูกที่บริเวณคอของผู้เสียหาย การที่ดินปืนถูกบริเวณคอของผู้เสียหายโดยไม่ปรากฏว่าเม็ดตะกั่วถูกผู้เสียหายเลย น่าจะเป็นเพราะกระสุนปืนที่จำเลยใช้ยิงนั้นไม่ได้บรรจุเม็ดตะกั่วคงบรรจุเฉพาะดินปืนจำนวนมากคล้ายกับประทัดและพลุ ซึ่งผู้เสียหายก็บอกแก่นายพรวนว่าอาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงไม่มีลูกตามคำเบิกความของนายพรวนข้างต้น อันเป็นการเจือสมกับคำเบิกความของจำเลยซึ่งเบิกความยืนยันว่ากระสุนปืนลูกซองที่ใช้ยิงนั้นจำเลยประกอบขึ้นเองโดยใช้กระดาษอัดแต่ไม่มีหัวกระสุนปืน นายพรวนเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไม่มีความเกี่ยวพันเป็นญาติกับผู้เสียหายและจำเลย รวมถึงไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับทั้งสองฝ่ายนับว่าเป็นคนกลาง คำของนายพรวนมีน้ำหนักให้รับฟัง

อนึ่ง แม้จะปรากฏร่องรอยกระสุนปืนที่เสาบ้านและฝาผนังปูนกับเสื้อผ้าที่แขวนอยู่ตรงเสาไม้ตามภาพถ่ายหมาย จ.3 (รูปที่สอง) แต่ก็ยังมีความน่าสงสัยอยู่ว่าจะเกิดจากอาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงหรือไม่ เพราะปรากฏว่ามีร่องรอยที่เสาไม้ 4 จุด ฝาผนังปูน 5 จุด ที่เสื้อผ้า 2 ตัว ตัวละ 3 จุด รวมแล้วมีถึง 15 จุด แสดงว่าเกิดจากการยิงอาวุธปืนลูกซองขนาด 12 ไม่น้อยกว่า 2 นัด ทั้งปรากฏว่าพบหมอนกระสุนลูกซองถึง 4 ชิ้น ซึ่งโดยปกติแล้วกระสุนปืนลูกซองแต่ละนัดจะมีหมอนกระสุนปืนเพียง 1 ชิ้น ซึ่งจำเลยก็นำสืบทำนองว่า มีบุคคลอื่นมายิงปืนขึ้นภายหลังจำเลยกลับบ้าน พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังมีความน่าสงสัยอยู่ว่ากระสุนปืนที่จำเลยใช้ยิงมีเม็ดตะกั่วบรรจุอยู่หรือไม่

ส่วนพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบมีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่ากระสุนปืนที่จำเลยใช้ยิงผู้เสียหายนั้นไม่ได้บรรจุเม็ดตะกั่วกระสุนปืนคงบรรจุเฉพาะดินปืนอัดด้วยกระดาษเท่านั้น โดยจำเลยทราบดีว่าไม่สามารถทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายแก่กายแต่ประการใด การกระทำของจำเลยจึงถือไม่ได้ว่ามีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ฐานพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กีรติ กาญจนรินทร์ · ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล · ศิริชัย วัฒนโยธิน
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้