Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584 เดิม ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ประกอบกับพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. 2478มาตรา 22 บัญญัติแต่เพียงว่าการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสเท่านั้น ไม่ได้บังคับว่าจะต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเอง โจทก์ยอมรับว่าทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเป็นเอกสารราชการ เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนยืนยันว่าทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเป็นเอกสารที่ถูกต้องเอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารมหาชนเมื่อโจทก์สืบไม่ได้ว่าเป็นเอกสารที่ไม่สมบูรณ์อย่างไร ต้องถือว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้องสมบูรณ์ รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ฟังได้ว่าโจทก์ได้ให้ความยินยอมในการจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมตามทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมแล้ว โจทก์ฎีกาว่าศาลชั้นต้นสั่งตัดพยานสำคัญของโจทก์ทำให้โจทก์เสียเปรียบในการต่อสู้คดีซึ่งโจทก์ได้โต้แย้งคัดค้านไปแล้วโจทก์อุทธรณ์ประเด็นข้อนี้ต่อศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นข้อนี้เพราะไม่อาจทำให้ผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เปลี่ยนแปลงไปได้ ฎีกาของโจทก์ไม่ได้คัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องอย่างไรศาลอุทธรณ์จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นข้อนี้อย่างไร ฎีกาของโจทก์จึงไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 1584 ป.พ.พ. มาตรา 1598/25 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 มาตรา 3 ป.วิ.พ. มาตรา 127 ป.วิ.พ. มาตรา 249 พ.ร.บ.จดทะเบียนครอบครัว มาตรา 22

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของนาวาตรีหญิงอำไพวงศ์ โหประพัฒน์ นาวาตรีหญิงอำไพวงศ์ ได้จดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมโดยปลอมลายมือชื่อของโจทก์เพื่อแสดงแก่นายทะเบียนว่า โจทก์ในฐานะคู่สมรสได้ให้ความยินยอมแล้ว ซึ่งความจริงโจทก์ไม่ได้ให้ความยินยอม ต่อมานาวาตรีหญิงอำไพวงศ์ถึงแก่ความตายทำให้โจทก์เสียสิทธิที่จะได้รับทรัพย์สินทั้งหมดของนาวาตรีหญิงอำไพวงศ์แต่ผู้เดียว ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมของนาวาตรีหญิงอำไพวงศ์ และให้จำเลยกลับคืนสู่สถานะเดิมจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ไม่ใช่ผู้รับบุตรบุญธรรมโจทก์ให้ความยินยอมในการจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรม คดีของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องก่อนสืบพยานโจทก์

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยฎีกาศาลฎีกาพิพากษายืนศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

ที่โจทก์ฎีกาว่าการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมนั้น หากผู้รับบุตรบุญธรรมมีคู่สมรสคู่สมรสจะต้องให้ความยินยอมในการจดทะเบียนโดยมีลายมือชื่อของคู่สมรสอย่างชัดเจนจึงจะมีผลสมบูรณ์และมีแบบพิมพ์ ค.ร.13ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องในการรับบุตรบุญธรรมทุกคนจะต้องลงลายมือชื่อในด้านหลังนั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584เดิมที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ประกอบกับพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. 2478 มาตรา 22 บัญญัติแต่เพียงว่าการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสเท่านั้น ไม่ได้บังคับว่าจะต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเอง คดีนี้โจทก์เบิกความยอมรับว่าทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเอกสารหมาย จ.3 หรือ ล.3 เป็นเอกสารราชการซึ่งเจ้าพนักงานได้บันทึกไว้ด้านหลังเอกสารฉบับนี้มีใจความว่า วันนี้ร้อยโทหญิงอำไพวงศ์

โหประพัฒน์ มายื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับเด็กหญิงพรรณภา ไทยตรง เป็นบุตรบุญธรรมโดยมีเรือโทประพันธ์ โหประพัฒน์ คู่สมรสมาให้ความยินยอมในด้านหลังค.ร.13 แล้ว และนางวันทนา บุนนาค เจ้าหน้าที่ปกครอง 4 มีหน้าที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมประจำที่ว่าการเขตบางกอกใหญ่ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทำการจดทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเอกสารหมาย จ.3หรือ ล.3 เบิกความว่าทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเอกสารหมาย ล.3เป็นเอกสารที่ถูกต้อง โดยที่ว่าการเขตบางกอกใหญ่ เป็นผู้รับรองว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้อง ด้านหลังของทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเอกสารหมาย ล.3 มีบันทึกการให้ความยินยอมของเรือโทประพันธ์โหประพัฒน์ สามีของเรือโทหญิงอำไพวงศ์อยู่ด้วย โดยผู้บันทึกเป็นเจ้าหน้าที่ของที่ว่าการเขตบางกอกใหญ่บันทึกว่าเรือโทประพันธ์

โหประพัฒน์ คู่สมรสมาให้ความยินยอมในด้านหลัง ค.ร.13แล้ว เพราะก่อนที่เจ้าหน้าที่ของที่ว่าการเขตบางกอกใหญ่จะบันทึกด้านหลังของเอกสารหมาย ล.3 ดังกล่าวนั้น จะต้องมีคำร้องให้ความยินยอมของคู่สมรสก่อน แล้วเจ้าหน้าที่จึงบันทึกลงไป และคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรมจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนและใบสำคัญการสมรสมาด้วยเพื่อให้นายทะเบียนตรวจสอบ เหตุด้านหลังของที่บันทึกการให้ความยินยอมของคู่สมรสเอกสารหมาย ล.3 ไม่มีลายมือชื่อของคู่สมรสผู้ให้ความยินยอมด้วยเนื่องจากในทางปฏิบัติคู่สมรสจะให้ความยินยอมในเอกสารอีกฉบับหนึ่ง เห็นว่านอกจากโจทก์ยอมรับว่าทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเอกสารหมาย จ.3 หรือ ล.3 เป็นเอกสารราชการแล้ว นางวันทนาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมยังยืนยันว่าทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเอกสารหมาย

จ.3 หรือ ล.3 เป็นเอกสารที่ถูกต้อง เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารมหาชน เมื่อโจทก์สืบไม่ได้ว่าเป็นเอกสารที่ไม่สมบูรณ์อย่างไร ต้องถือว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้องสมบูรณ์ รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ กรณีฟังได้ว่าโจทก์ได้ให้ความยินยอมในการที่นาวาตรีหญิงอำไพวงศ์ โหประพัฒน์ จดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมตามทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเอกสารหมาย จ.3 หรือ ล.3แล้ว ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งตัดพยานสำคัญของโจทก์ทำให้โจทก์เสียเปรียบในการต่อสู้คดีซึ่งโจทก์ได้โต้แย้งคัดค้านไปแล้วนั้น โจทก์อุทธรณ์ประเด็นข้อนี้ต่อศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นข้อนี้เพราะไม่อาจทำให้ผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เปลี่ยนแปลงไปได้ เห็นว่าฎีกาของโจทก์ข้อนี้ไม่ได้คัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ถูกต้องอย่างไร ศาลอุทธรณ์จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นข้อนี้อย่างไรฎีกาของโจทก์จึงไม่ชัดแจ้งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5053/2565

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่งและวรรคสาม บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำยึด กับบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นอันศา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9136/2557

ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ผู้คัดค้านจะมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างไว้ในคำคัดค้าน แต่เมื่อปัญหานี้ปรากฏตามคำร้องขอในสำนวน ผู้คัดค้านชอบจะหยิบยกขึ้นอุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 533/2551

ผู้ร้องอ้างส่งต้นฉบับเอกสารต่อศาลชั้นต้นประกอบคำเบิกความของ ซ. แต่ศาลชั้นต้นได้คืนต้นฉบับเอกสารให้ผู้ร้อง ผู้ร้องจึงอ้างส่งสำเนาเอกสารแทนต้นฉบับ โจทก์ไม่ได้คัดค้านการที่ศาลชั้นต้นให้ผู้ร้องอ้างส่งสำเน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 389/2541

ทางสาธารณประโยชน์ที่ระบุไว้ในแผนที่หนังสือรับรองการทำประโยชน์ของที่ดินโจทก์ปัจจุบันหมดสภาพเป็นทางสาธารณประโยชน์แล้วนอกจากทางพิพาทแล้วที่ดินโจทก์ไม่มีทางอื่นใดออกสู่ทางสาธารณะอีก ทางพิพาทจึงเป็นทางจำเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3802/2540

แม้โจทก์จะเบิกความว่าโจทก์เป็นบุตรของ ถ. ตามสำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนนักเรียน ใบสุทธิของโรงเรียนประชาบาลและใบสำคัญทหารนอกประจำการประเภทที่ 2 และตามเอกสารดังกล่าวระบุว่า บิดาโจทก์ชื่อ ถ. ก็ตาม แต่เ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้